ทำไมต้องสามหมอก

ทำไมต้องสามหมอก

 

              หลายท่านคงคุ้นชื่อเมืองสามหมอก ซึ่งเป็นที่เข้าใจกันดีว่าหมายถึงจังหวัดแม่ฮ่องสอน แต่เชื่อว่าหลายท่านอาจไม่รู้ที่มาที่ไปของชื่อดังกล่าว วันนี้จึงขอถือโอกาสนำเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของจังหวัดแม่ฮ่องสอนมาเล่าสู่กันฟัง

                  

          คำว่าเมืองสามหมอกของแม่ฮ่องสอนนั้นหมายถึงเมืองที่มีหมอกทั้งสามฤดู หรือเมืองที่มีหมอกทั้งปี  คือมีหมอกน้ำค้างในฤดูหนาว หมอกเมฆในฤดูฝน และหมอกจากควันไฟป่าในฤดูร้อน  จังหวัดแม่ฮ่องสอนนั้น จัดว่าเป็นพื้นที่ที่พบหลักฐานทางโบราณคดีที่เก่าแก่หลายอย่างด้วยกัน เช่นเศษภาชนะดินเผา เครื่องมือหินกะเทาะ ขวานหิน และเมล็ดพืชที่มีอายุเก่าแก่ถึง ๑๒,๐๐๐ ปี อันพิสูจน์ได้ว่าแผ่นดินแห่งนี้ เคยเป็นชุมชนที่มีมนุษย์อยู่อาศัยและรู้จักการเพาะปลูกมานานที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

 

                   ปัจจุบันแม่ฮ่องสอนมี ๗ อำเภอ ได้แก่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ขุนยวม แม่ลาน้อย แม่สะเรียง สบเมย ปางมะผ้า และปาย  รวม ๔๔ ตำบล ๓๙๖ หมู่บ้าน และมีสถานที่ท่องเที่ยว ๓ แห่งที่มีกะเหรี่ยงคอยาวหรือกะเหรี่ยงเผ่าปาดองอาศัยอยู่ ซึ่งคำว่าปาดองหมายถึงผู้สวมห่วงทองเหลืองที่คอ ชนเผ่านี้เดิมอยู่ในประเทศพม่าและอพยพหนีภัยมา ตั้งรกรากทำมาหากินในสถานที่ ๓ แห่ง คือ บ้านน้ำเพียงดิน บ้านในสอยและบ้านห้วยเสือเฒ่า

                  

                   ตำนานสาวปาดองที่สวมห่วงทองเหลืองนั้นมีอยู่ว่าชาติกำเนิดของชาวปาดองมีแม่เป็นหงส์ จึงต้องใส่ห่วงไว้ให้คอแข็ง เพื่อหน้าจะได้เชิดขึ้น โดยหมอผีจะทำพิธีใส่ห่วงคอให้เด็กหญิงที่มีอายุระหว่าง ๕ ๙ ขวบ ครั้งแรกจะใส่ห่วงหนักประมาณ ๒.๕ กิโลกรัม และจะเพิ่มขึ้นทุก ๕ ปี ในชีวิตหนึ่งจะเปลี่ยนห่วง ๕ ครั้ง  ครั้งสุดท้ายจะใส่ไปจนตลอดชีวิต หญิงที่ใส่ห่วงได้มากจะใส่ได้ถึง ๓๒ ห่วง ในบ้านที่มีกะเหรี่ยงสาวคอยาวเป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยวนั้น ถ้านักท่องเที่ยวสาวขอทดลองใส่ห่วงคอบ้าง เธอจะถอดออกและสวมให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส

                  

                    นอกจากนี้ เสน่ห์ของเมืองสามหมอกยังมีอีกหลายอย่าง ถ้าใครต้องการค้นพบ ก็ขอเชิญชวนโดยเฉพาะหนาวปีนี้ เชื่อว่าชาวเมืองสามหมอกคงได้ต้อนรับท่าน  ขอให้เที่ยวให้สนุกสุขใจในไทยแลนด์ของเรานะคะ