ค่าของคนอยู่ที่การรู้จักตนเอง รู้จักแก่นแท้ของชีวิต ไม่ยึดติดในวัตถุ สร้างแต่คุณงามความดี

ซื้อหนังสือใหม่มาอ่าน หลังจากอยู่อย่างจำกัดจำเขี่ยมาหลายสัปดาห์ พร้อมกับภาระงานที่หนักหนา ... ความรู้สึกที่เงียบงัน ความคิดที่ว้าวุ่น ธรรมะสักเล่มท่าจะดีไม่หยอก

หนังสือเล่มหนึ่ง "ธรรมะเตือนตน" ของ "สมพงษ์ ฟังเจริญจิตต์" หรือใช้นามปากกาว่า "สุวลี" เขียนหนังสือธรรมะเตือนสติเอาไว้ แต่คนละสไตล์กับพระอาจารย์ชุติปัญโญ .. ดุกว่า กร้าวกว่า พูดจากันตรง ๆ อรรถรสแล้วแต่ความชอบของแต่ละท่าน

 

บันทึกนี้จึงขอยกมาสักข้อเขียนหนึ่ง พูดเรื่อง "คุณค่าที่แท้"

 

:) ............................................................................................................................... (:

 

 

ยุคแห่งการสื่อสารไร้พรมแดน ย่อมหมายถึง การแสวงหาลาภ ยศ สรรเสริญ และความสุข ชนิดข้ามประเทศ ข้ามทวีป

หากพุทธองค์ประสูติอีกครั้ง กัณฑ์เทศน์ที่เปิดปฐมฤกษ์แห่งการบรรยายให้แก่กลุ่มชนกลุ่มแรกอันคือ "ปัญจวัคคีย์" ในหัวข้อ "กามสุขัลลิกานุโยค" ความสุขจากกามคุณ ความสุขแห่งรูป รส กลิ่น เสียง ล้วนต่างเป็นความสุขที่ไม่จริงสักนิด

มาบัดนี้ เรื่องเทศน์ในกาลนี้ก็คงจะเรื่องเดิม แต่หัวข้อน่าจะเป็น "กามสุขัลลิกานุโยค ภาค 2" จึงจะถูกต้อง

ยุคสมัยเปลี่ยน อะไร ๆ ก็เปลี่ยน กิเลสยังคงยั่งยืน แต่หนาหนัก และเหนียวแน่นกว่าสมัยก่อนมากนัก

สมัยพุทธกาล มนุษย์ทนทุกข์ในกามสุข ในโลกธรรม 8 ตัว มาสมัยนี้ สองพันกว่าปีล่วงมาแล้ว หลังพระพุทธองค์ปรินิพพาน มนุษย์เราก็ยังทนทุกข์ในกามสุข แถมด้วยโลกธรรม 8 ตัว อยู่นั่นเอง แต่หนักหนากว่าเดิมหลายเท่านัก

สังคมจึงมีปัญหา คนทุกคนต่างมีปมด้อยที่ฝังตรึงติดตราในชีวิต เป็นโรคจิตโรคประสาทกัน และล้มหายตายจากไปด้วย การฆ่าตัวตายทีละคน ๆ วันแล้ววันเล่า

ขอให้นำความทุกข์จากการแสวงหาดิ้นรน ทะยานอยาก

ขอให้นำความทุกข์จากการเปรียบเทียบศักดิ์ศรีและฐานะกับผู้อื่น

ขอให้นำความทุกข์แห่งความน้อยเนื้อต่ำใจ ความไม่เท่าเทียม...มากองรวมกัน แล้วเราจะตกใจว่าไฉนจึงมากมายปานนั้น

ค่านิยมของสังคม พยายามปลุกปั้นเลี้ยงดูมนุษย์ทุกคนแต่อ้อนแต่ออกจนกลายเป็นบิดามารดาแห่งการดำรงชีวิตไปเสียแล้ว

ชีวิตมีแต่ความอยาก มีแต่ความหื่นกระหาย จะต้องมี จะต้องเป็นเทียมเท่าคนอื่น ๆ

นี่คือค่าของชีวิตมนุษย์ผู้น่าสงสาร เขาหารู้ไม่ว่า ค่าเหล่านี้เป็นคุณค่าเทียม เป็นค่าแห่งความจอมปลอม

ก่อนจะจมดิ่งในทะเลแห่งความทุกข์ ตั้งคำถามกับตัวเอง "คุณค่าชีวิตที่แท้คืออย่างไร เป็นแบบไหน?"

มีเครื่องบำเรอความสุข มีเครื่องอำนวยความสะดวก มีหน้าที่การงานใหญ่โต มีบ้านสวย มีเงินใช้ฟุ่มเฟือย ฯลฯ นี่หรือคุณค่าของชีวิต !

ความสบายทำให้คนมัวเมา แต่ความลำบาก ทำให้คนรู้จักตัวเอง เกิดสติ เข้าใจสัจธรรมของชีวิตได้ชัดเป้า

"คุณค่าที่แท้" ต้องเตือนตน จะได้ไม่ลืมตนเมื่อสมอยาก จะได้ไม่ทุกข์โศกเมื่อไม่สมปรารถนา

มีลาภ ยศ สรรเสริญ มีความสุขมาให้บริโภค มีผลิตภัณฑ์มากมายให้เสพมัวเมา นี่หรือค่าของชีวิต ?

ค่าของคนอยู่ที่การรู้จักตนเอง รู้จักแก่นแท้ของชีวิต ไม่ยึดติดในวัตถุ สร้างแต่คุณงามความดี

เป็นดอกหญ้าดอกเล็ก ๆ ที่อ่อนโยน ใช้ชีวิตสมถะ สันโดษ กินน้อย ใช้น้อย ทำงานให้มาก ที่เหลือพยายามเจือจุนสังคม

ชีวิตคนเรา มิใช่การยืนทะมึน ยะโสโอหัง ไม่เห็นใครในสายตา

ชีวิตคนเรา มิใช่มัวแต่เอาตำแหน่งหน้าที่การงาน ปริมาณการเงินมาวัดคุณค่าซึ่งกันและกัน

"คุณค่าที่แท้" จึงนับวันจะหมดค่า หมดราคา ตกต่ำลงไปเรื่อย ๆ

"คุณค่าที่แท้" เป็นถ้อยคำของการเตือนตนในโลกแห่งการแข่งขัน บ้าคลั่ง เพื่อจะได้เกิดสติ เกิดญาณปัญญา

 

:) ............................................................................................................................... (:

 

บุญรักษา คนดีทุกท่าน ครับ :)

 

 


แหล่งอ้างอิง

สมพงษ์ ฟังเจริญจิตต์.  ธรรมะเตือนตน.  กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2551.