ที่ดิฉันจำได้ แม่ไม่เคยร้องไห้ , ไม่ใช่ว่าลูกไม่เคยทำให้แม่เสียใจ.....

ที่ดิฉันจำได้ แม่ไม่เคยร้องไห้
ไม่ใช่ว่าลูกไม่เคยทำให้แม่เสียใจ

แต่จะมากไปมั้ยคะ ที่ จะบอกว่าพวกเรา ทั้งหมดร่วมสิบห้าคน เคยพูดกันว่า ในจำนวนลูกเจ็ดคน(แม่เดียวกัน)และสิบห้าคน(รวมอีกแม่ด้วย) ไม่มีใครที่มีธรรมะ เสมอ แม่ ของเรา

ท่านมีชีวิตอยู่กับปัจจุบันจริง ๆ
ทำสิ่งที่ต้องทำแก่ลูกและสามี

ท่านเลี้ยงดูลูกของแม่ใหญ่ แปดคน
ลูกตัวเองอีกเจ็ดคน

ท่านต้องบ่ม เพาะ สร้าง กล่อมเกลา "ลูก"
เป็นงานหนักสักเพียงไหน
ดิฉันไม่กล้าคิด
ตัวเองมีลูกเพียงหนึ่งคน 
ยังมีอาการ วิตกกังวลถึงอนาคต เรื่องที่ยังมาไม่ถึง 
เสียใจในบางเรื่องที่ผ่านมาแล้ว ในอดีต

นอกจากกับลูก ๆ

แม่ต้องปฏิบัติหน้าที่แม่บ้านแม่เรือนแก่โรงงานน้ำปลาเล็ก ๆ
แก่ร้านค้าย่อม ๆ

เป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่กาย
แก่ญาติมิตร สหายสนิท หรือผู้ช่วย..ลูกจ้างช่วยงานในโรงงาน
และเป็นเพื่อน ๆ เป็นส่วนหนึ่งของสังคมเล็ก ๆ ในต่างจังหวัด

บางครั้งต้องเป็นนักเศรษฐศาสตร์(บ้าน ๆ-ขอยืมคำของอาจารย์นกแก๊ก)

ที่จำได้อันหนึ่งแม่น ๆ คือ แม่ต้องคำนวณว่าเงินยี่สิบบาทต่อวันจะเลี้ยงลูกด้วยกับข้าวอะไรดี จึงจะมีประโยชน์และเพียงพอต่อเด็ก ๆ ในวัยกำลังโตและซุกซน

และเมื่อพวกเรา ไม่ว่าพี่ชายหรือพี่สาวคนโต ๆ กังวลเรื่องสอบ
สอบย่อย สอบใหญ่ สอบเข้า(ชั้น)เตรียมอุดม

หรือขั้นอุดมศึกษา(เอ็นสะท้าน)

เมื่อความวิตกกังวลมีมาก ๆ ๆ ๆ จน แม่มองว่า ไม่ได้การ มันมาก ๆ ๆ ๆไปเสียแล้ว
แม่จะปลอบสไตล์แม่ว่า


นี่มันเกินความคาดหวังของแม่แล้ว เพราะฉะนั้นทำดีที่สุดเป็นพอ

 

 

ด้วยเหตุผลนี้กระมังคะ

ดิฉันจึงไม่เคยเห็น "แม่"  ร้องไห้

 

อ๋อ...สำหรับตัวเองหรือคะ
ร้องไห้เก่งมาก ซึ้ง โศกเศร้า  อินกับบทหนัง บทละคร(ยุงชุม)....ก็ร้องแล้ว

เอ ทฤษฏี การถ่ายทอดทางพันธุกรรม มัน...เพี้ยนไป หรือไงคะเนี่ย

ทำไม"แม่"ไม่เคยร้องไห้
แต่ เรา...ทำไมร้องไห้  ร้องไห้ทำไม

นั่นสิ