การทำความดีไม่ต้องรอ ขอแค่มีผู้เริ่มต้นแล้วจะมีผู้ทำตาม

เวที “เติมหัวใจให้สังคมครั้งที่ 5” วันที่ 20 สิงหาคม 2551 ณ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์

“จิตสำนึกก็เหมือนกับทุ่งนาหรือผืนดิน ที่เมล็ดพันธุ์ทุกๆชนิดจะถูกหว่านลงไปได้” ติช นัท ฮันท์

การประชุมครั้งนี้จึงเป็นการหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความดี เมล็ดพันธุ์แห่งความรัก ความเมตตาให้งอกงามมากยิ่งขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นครั้งที่ 5 โดยเจ้าภาพคือสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ(สช)และภาคีเครือข่าย ซึ่งสถาบันฯได้ร่วมเป็นเจ้าภาพด้วย เวทีนี้มีเรื่องราวดีๆ ทั้งหมด 6 เรื่อง ขอเล่าเรื่องแรกก่อนนะคะ

เปิดเวทีด้วยนิทานที่เล่าเป็นทำนองเพราะๆ จากท่านพระมหาสมโชค ธีรธมโม ท่านเล่านิทานที่ทำให้ท่านเปลี่ยนวิธีคิดในการทำความดีของท่าน คือเริ่มทำได้ทันทีไม่ต้องรีรอ เหมือน”หยดน้ำฝนผู้กล้าหาญ” ที่แต่งโดยคุณพลอยฟ้า เป็นเรื่องของชาวนาที่รอฝนตก แต่ฝนไม่ยอมตกลงมาซักที จนมีหยดน้ำฝนเล็กๆที่รู้สึกสงสารชาวนากล้าที่กระโดดตกลงมาเพียงหยดเดียว แต่ก็ทำให้เพื่อนๆ เริ่มหยดลงมาจากฟ้ามากขึ้น... ได้บทเรียนว่าการทำความดีไม่ต้องรอ ขอแค่มีผู้เริ่มต้นแล้วจะมีผู้ทำตาม

“หากเราไม่ยอมเป็นอิฐก้อนแรก แล้วโรงเรียนจะสำเร็จได้อย่างไร”

ท่านพระมหาสมโชคได้บรรพชาตั้งแต่อายุ 12 ปี จนถึงบัดนี้ บวชมา 19 พรรษาแล้ว ท่านสนใจด้านศิลปะ ได้สอนศิลปะกับเด็กๆในโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ วัดชลประทาน รังสฤษดิ์ จังหวัดนนทบุรี “ศิลปะไม่ใช่แค่มือ แต่ใช้สมองด้วย” การเรียนศิลปะเด็กๆ จะได้ฝึกฝน ศีล สมาธิ ปัญญา เป็นการเรียนพุทธศาสนาที่ทำให้เขาไม่เบื่อจากวธีเดิมๆ คือการนั่งสมาธิหลับตา ซึ่งไม่สอดคล้องกับบริบทของเด็กๆ  แต่เมื่อเด็กๆ ได้ระบายสีอย่างตั้งใจ ในบรรยากาศที่สงบ เด็กๆไม่คุยกันเลย ทุกคนมีสมาธิกับศิลปะที่ตรงหน้า

การนำศิลปะและธรรมะเข้ามาหลอมรวมกันอย่างลงตัวให้เด็กและเยาวชนมีจิตใจอันดีงามและส่งผ่านความดีงามเหล่านั้นถ่ายทอดมาเป็นผลงานศิลปธรรมให้ทุกคนได้ภาคภูมิใจ ท่านได้เชิญชวนทุกคนร่วมกันทำความดีเปรียบเสมือนหยดน้ำฝนอันกล้าหาญ... นั่นเองค่ะ