ประเด็นนี้รัฐไม่ควรเพิกเฉยกับการถือครองที่ดินของต่างชาติ โดยการให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ที่เป็นเม็ดเงินในระยะสั้น แต่ปัญหาในระยะยาวนั้น อาจเกิดปัญหาที่ยากที่จะแก้ไขได้ อีกทั้งปัญหาความมั่นคงด้านต่างๆของประเทศ

ผมเคยเกริ่นเชิงหารือกับนายทหารท่านหนึ่ง เมื่อครั้งยังอยู่ที่แม่ฮ่องสอน

ผมเล่าถึงนักวิจัยต่างชาติ หลากสัญชาติที่มาศึกษาวิจัยอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน แบบฝังตัวเพื่อเก็บข้อมูลโดยมีทุนสนับสนุนจากประเทศของตัวเอง นักวิจัยเหล่านี้ส่วนหนึ่งมาในรูปของนักศึกษาปริญญาโท ถึงเอก  ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับนักวิจัยเหล่านี้อยู่บ้างเห็นสภาพการทำงานที่ส่วนใหญ่จะเก็บข้อมูลระดับชุมชน และเน้นข้อมูลทรัพยากร รวมถึงข้อมูลอื่นๆ มีอุปกรณ์ที่ครบครัน แม้กระทั่ง GPS จับรายละเอียดพื้นที่ผ่านดาวเทียม นักวิจัยเหล่านี้ส่ง ผ่านข้อมูลกลับประเทศตนเองตลอดเวลาโดยการสื่อสารไร้พรมแดน

สิ่งที่ผมเป็นห่วงคือประเด็น  “ความมั่นคง” ผมมองว่า ตรงนี้เป็นช่องโหว่ที่เราเพิกเฉย ในการควบคุมต่างชาติที่เข้ามาเก็บข้อมูลในประเทศของเรา รู้ทุกอย่างมากกว่าคนท้องที่เสียอีก ทุกอย่างดูเหมือนจะเปราะบางมาก ความปลอดภัยของบ้านเราแทบติดลบเลยทีเดียว

นี่เป็นประเด็นหนึ่งที่ผมสนใจ และถึงวันนี้ผมก็ยังไม่เห็นว่าจะมีใครลุกมาตั้งข้อสังเกตกับประเด็นที่ผมเห็น

วันนี้ได้คุยกับชาวบ้านท่านหนึ่งที่กาญจนบุรี คุยถึงเรื่อง “การถือครองที่ดินของต่างชาติ”  และเราคุยกันในประเด็นการใช้สิทธิถือครองที่ดินของคนต่างชาติที่กำลังเป็นภัยคุกคามประเทศของเราอย่างเงียบๆ

เขาได้ยกตัวอย่าง ปัญหาชาวต่างชาติเข้ามาซื้อที่ดินโดยให้คนไทยเป็นผู้ถือครองแทน (นอมินี) เช่น หญิงไทยที่มีสามีเป็นต่างชาติมากว้านซื้อที่ดินหลายร้อยไร่ ที่ตำบลใกล้เคียง   ในบทสนทนายังพูดถึงว่า ที่ดินแถบตั้งแต่อยุธยาขึ้นไปถึงภาคเหนือ ส่วนหนึ่งตกอยู่ในกรรมสิทธิ์ของต่างชาติแล้ว ด้วยวิธีใดๆก็ตาม รวมถึงการเป็นร่างจำแลงของคนไทยในการถือหุ้นอสังหาริมทรัพย์แทนต่างชาติ เพื่อค่าตอบแทนที่ไม่มากนัก

ได้ค้นข้อมูลในสื่อต่างๆพบประเด็นที่น่าสนใจ จาก ไบโอไทย

  ไบโอไทย จี้ กรมที่ดินเปิดเผยข้อมูลต่างชาติแอบถือครองที่ดินไทยทำการเกษตร ตักตวงผลประโยชน์จากทรัพยากร สร้างความโปร่งใส เผยไม่ใช่แค่ สิงคโปร์ มาเลเซีย กว้านซื้อที่ดินภาคใต้แต่ลามถึงภาคกลาง ภาคเหนือตอนล่าง ไต้หวัน งาบเรียบ ส่วนเกษตรกรไทยต้องเช่าที่ทำทำนา แต่ไม่รู้ใครเป็นเจ้าของที่แท้จริง”

ด้วยความสามารถทางด้านการเงิน ทำให้การซื้อขายที่ดิน ในหัวเมืองสำคัญๆ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต ตกอยู่ในมือต่างชาติ  มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่ผมเคารพท่านกระซิบบอกผมว่า มีที่ดินแถบเชียงใหม่ เชียงราย หลายหมื่นไร่กำลังจะถูกซื้อขายโอนเป็นกรรมสิทธิ์ให้กับชาวต่างชาติในอีกไม่นานนี้ แม้ว่าข่าวนี้เป็นเพียงการพูดคุยระหว่างผมกับผู้ใหญ่ท่านนี้แต่อดประหวั่นพรั่นพรึงไม่ได้

ฤา เราจะเป็นเหมือนเช่น ประเทศอาร์เจนติน่า ที่ขาดที่ทำกินเพราะที่ดินส่วนใหญ่ต่างชาติกว้านซื้อไว้เป็นจำนวนมาก เกิดผลผลิตทางการเกษตรขาดแคลนอย่างหนัก ต่างชาติที่เข้ามาซื้อที่ดินก็ใช้ที่ดืนนั้นเป็นปัจจัยการผลิต ผลิตพืชเกษตรส่งออกนอกประเทศ รวมถึงจำหน่ายให้กับคนอาร์เจนติน่าในราคาสูงลิบลิ่ว นั่นหมายถึง “ความมั่นคงทางอาหาร”ของชาติถูกควบคุมไว้หมดแล้ว

ประเด็นนี้รัฐไม่ควรเพิกเฉยกับการถือครองที่ดินของต่างชาติ โดยการให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ที่เป็นเม็ดเงินในระยะสั้น แต่ปัญหาในระยะยาวนั้น อาจเกิดปัญหาที่ยากที่จะแก้ไขได้ อีกทั้งปัญหาความมั่นคงด้านต่างๆของประเทศ เช่น ความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย ความมั่นคงทางด้านอาหาร การจัดการทรัพยากรต่างๆเป็นสิ่งที่ควรพิจารณา

ก่อนที่เมืองไทยจะกลายเป็นเหมือนเช่น อาร์เจนติน่า