ไม่กี่วันก่อนผมไปศึกษาดูงานที่ภาคตะวันออกพร้อมกับนักศึกษาสถาบันพระปกเกล้า ได้มีโอกาสนั่งคุยกับนักการเมืองท่านหนี่ง เราพูดคุยกันในประเด็น การปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนกับคน ผมตั้งประเด็นว่า นักการเมืองต้องใช้ศาสตร์ทางจิตวิทยาความสัมพันธ์ค่อนข้างสูงในการเรียนรู้ความต้องการของผู้คน โดยเฉพาะการเข้าถึงใจของคนเพื่อตอบสนองความต้องการพื้นฐาน
นักการเมืองท่านนั้น บอกผมว่า เขาเข้าใจผู้คนได้โดยการสังเกต และทราบว่าคนไหนมีความต้องการอย่างไร จะสนองตอบอย่างไรและได้ใจคนในที่สุด
ผมบอกว่า นั่นคือ ความรู้ที่สะสมอยู่ เป็นความรู้ที่เกิดตากการปฏิบัติซ้ำ ถอดบทเรียน จนกระทั่งเก็บไว้เป็นคลังปัญญาระดับบุคคล หากเราสามารถนำความรู้ฝังลึกที่มีอยู่ถ่ายทอดเป็น ศาสตร์ที่ว่าด้วยศิลปะจิตวิทยาความสัมพันธ์ได้ ก็จะมีประโยชน์ต่อผู้สนใจศึกษาเป็นอย่างยิ่ง แต่มีปัญหาว่าเราไม่ได้ นำ-สกัด ความรู้นั้นออกมา ไม่ว่าในกระบวนการแบบไหนก็ตาม
เราผูกติดกับตำรา เราติดความรู้ที่เป็น ระดับความรู้ภายนอก (Explicit knowledge) อาจารย์ที่สอนนักศึกษาส่วนใหญ่ก็เน้นสอนระดับนี้ ทำให้นักศึกษาได้เพียงทฤษฎี ซึ่งเป็นความรู้ที่เปรียบเสมือนอาวุธเช่นกัน แต่กลับไม่รู้วิธีการใช้อาวุธ หากจะให้อาจารย์ทำกระบวนการเรียนรู้ จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติอาจารย์ก็ทำไม่ได้เช่นกันเพราะไม่มีประสบการณ์ การถ่ายทอดก็ไร้พลัง ลูกศิษย์ไม่เห็นภาพชีวิตจริง การปฏิบัติที่จริง การเรียนการสอนจึงวนเวียนอยู่แค่นี้ แต่ว่าเราก็จบการศึกษาผ่านตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ โดยวัดที่ระดับเกรด.... ระบบแบบนี้ทำร้าย กระบวนการเรียนรู้ภายใน มาก ทำให้การเรียนรู้ที่แท้ (ทฤษฎี+ประสบการณ์) ไม่ถูกให้ความสำคัญ หรือเพิกเฉยโดยจงใจ
จึงไม่แปลกที่เราจะเห็นกันบ่อยครั้งว่า ปัญหาง่ายๆ ในวิถีชีวิต แม้แต่เป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับศาสตร์ที่ตัวเองร่ำเรียนมา เรายังแก้ไขไม่ได้ ได้แต่นั่งมอง แล้วใช้ทฤษฎีที่มีมากมายมาจับ มาวิเคราะห์ ยุ่งยากเสียเวลา ซึ่งวิธีการแบบนี้ต้องอาศัยการคิดที่เป็นระบบ(ความรู้+การปฏิบัติ) จึงจะแก้ไขได้
ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช
ผมมีโอกาส ไปพบท่าน ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ในช่วงท้ายของการสนทนาในวันนั้น ท่านได้สอบถาม กระบวนการทำงานของผม และ อ.ธันยพร วณิชฤทธา ว่าเป็นอย่างไรบ้าง? ทั้งผมและธันยพร ต่างก็มีวิถีที่คล้ายกันคือ นอกจากมีงานวิจัย งานวิทยากรแล้ว ยังมีงานสอนนักศึกษาบ้าง และกระบวนการเรียนรู้ที่เราได้ถ่ายทอดให้กับนักศึกษานั้น เป็นกระบวนการจัดการความรู้ที่เราทำอยู่แล้วในวิถีประจำวัน หมายถึงเราใช้ประสบการณ์ หรือใช้ Case or Area based ในการนำเรื่องพูดคุยแลกเปลี่ยนกับนักศึกษา แล้วจึงนำทฤษฎี KM มาจับทีหลังเพื่อให้เห็นว่าเส้นทางของกระบวนการต่างๆมีที่มาอย่างไร ค้นความรู้อย่างไร เก็บความรู้อย่างไร และใช้ความรู้นั้นอย่างไร ทั้งหมดนี้เป็นการสอน KM แบบเนียนไปกับการทำงาน วิถีชีวิต แล้วจึงสรุปว่า “KM นั้นคือวิถี” หมายถึง การจัดการความรู้เป็นวิถีชีวิต และเรามีการจัดการความรู้ตลอดเวลาเพื่อการดำรงชีวิตอยู่
การสอนและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แบบนี้ทำให้กระบวนการเรียนการสอน มีชีวิตชีวามากขึ้น เพราะเราอ้างอิงได้กับธรรมชาติของการเรียนรู้ เราอ้างอิงได้กับสถานการณ์ปัจจุบัน
ผมมีความคิดว่า บุคลากรทางด้านการศึกษา สามารถใช้กระบวนการ KM เนียนไปกับกระบวนการเรียนการสอนอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเราไม่ได้นำเทคนิก วิธีการเหล่านั้น มาเขียนเพื่อ สื่อสารแลกเปลี่ยน สร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ใหม่ๆพัฒนาระบบการศึกษาไทยที่ไร้พลังอยู่ในขณะนี้
เรามาช่วยกันเขียนบันทึก “ครูสอน KM” กันดีไหมครับ...
อย่างน้อย Community ที่เกิดขึ้นใน Gotoknow ผมคาดหวังว่า การแลกเปลี่ยนของคุณครู ตั้งแต่ระดับพี่เลี้ยงเด็ก ครูอนุบาล ครูประถม ครูมัธยม จนถึงระดับมหาวิทยาลัย และกลุ่มวิทยากรกระบวนการต่างๆ จะเกิดประโยชน์จะทำให้เราได้เรียนรู้นวัตกรรมที่หลากหลาย รวมถึงผลสำเร็จที่เกิดขึ้นจากการเรียนการสอนทางเลือกแบบนี้...ซึ่งพิสูจน์แล้วว่า พลังความรู้ที่เกิดจากการฏิบัติ ที่เป็น Tacit Knowledge นั้นทรงพลานุภาพมากในการปฏิวัติการเรียนรู้ในปัจจุบันและอนาคต
ไม่แน่ว่า มหกรรมการจัดการความรู้ระดับประเทศในปีต่อๆไป ประเด็นนี้ จะถูกผลักให้เป็นประเด็นใหญ่ เกิดชุมชนปฏิบัติ อันเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนาขับเคลื่อนสังคมอุดมปัญญาในอนาคต ถือว่าเป็นทางเลือกหนึ่งของการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน
เชิญชวนทุกท่านได้ถ่ายทอดเรื่องราวดีๆประเด็น “ครูสอน KM” แลกเปลี่ยนรู้กันครับ โดย
เขียนบันทึกเล่าเรื่องราว แล้วติด คำหลัก Tag ว่า
"ครูสอน KM"
อ่านเพิ่มเติมบันทึกของ ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ที่อาจารย์ได้เขียนแนะนำไว้ว่า
“...เราอยากทดลองเชิญชวนให้ครูสอน KM มา ลปรร. กันในหมู่บ้านนี้ เป็นหมู่บ้านเปิด ที่ใครๆ ก็เป็นสมาชิกได้ เรื่องที่นำมา ลปรร. กันในหมู่บ้านนี้คือ ประสบการณ์การจัดการเรียนการสอน KM เชื่อว่า การ ลปรร. นี้จะให้คุณแก่สมาชิกที่เป็นครูสอน KM เมื่อท่านเขียนบันทึกแล้ว ขอให้ใส่คำหลัก (tag) ว่า ครูสอน KM เวลาสมาชิกเปิด G2G ที่ http://gotoknow.org/post/tag/ครูสอนKM ก็จะเข้าสู่ชุมชนหรือหมู่บ้านนี้โดยตรง…”
รายละเอียดจากบันทึกนี้ หมู่บ้านครูสอน KM ครับ
----------------------------------------------------------------------------------------------------
วันที่ ๑๖ ส.ค.๕๑
๐๕.๒๔ น.
------------------------------------------
เพิ่มเติมจากข้อเสนอแนะของคุณขจรศักดิ์ (คนโรงงาน)
ครู KM จะเป็นใครก็ได้ครับ เพื่อความหลากหลายของกระบวนการเรียนรู้ ครู KM จึงไม่จำเป็นต้องเป็นครูบาอาจารย์ หรือบุคคลที่อยู่ในแวดวงการศึกษาเท่านั้น
ครู KM จึงรวมไปถึงทุกคนที่มีกระบวนการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน คล้ายคลึงกัน และในกระบวนการนั้นเป็นเพื่อการจัดการความรู้ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการความรู้ลักษณะใด มีวิธีคิดอย่างไร กิจกรรมการเรียนรู้เป็นอย่างไร เทคนิคมีอะไรบ้าง เกิดองค์ความรู้ใหม่ๆอย่างไร หรือเสริมต่อองค์ความรู้เดิมนั้นอย่างไร เป็นต้นครับ

สามคนทางซ้ายเป็นสมาชิกของหมู่บ้านครูสอน KM ส่วนคนขวาเป็นแม่ยก คุณแอนน์ ชุติมา อินทรประเสริฐ แห่ง สคส. ๑๓ ส.ค.๕๑ นนทบุรี ภาพจาก : http://gotoknow.org/blog/thaikm/198761
สวัสดี
ไม่ค่อยได้เข้าเวปเลยช่วงนี้ งานเข้าเยอะมาก วันนี้โชคดี
กำลังเขียน blog อยู่ เพื่อนก็บันทึกเข้ามาพอดี ก็เลยได้ทักทาย
สบายดีใช่ไหม
ผมเห็นด้วยนะ การพัฒนาที่ต่อเนื่องต้องมีเรื่องของการจัดดารองค์ความรู้ ซึ่งตอนนี้อยู่ในวงแคบ หากเราช่วยกันคงจะดี จะพยายามช่วยอีกแรง
คนติดตำราก็ยังพอทำอะไรได้
แต่แค่ท่องไปสอบแล้วลืมนี่ซิ ปัญหาใหญ่
มันอยู่ที่การสอน และการประเมินครับ
ว่าเราสอนอะไร อย่างไร และประเมินอะไร
ต้องล้างกันใหม่เลยครับ มันเน่ามานาน
ปล่อยไปอย่างนี้ไม่มีอนาคตครับ
ที่ดีๆ ก็จะพลอยเสียไปด้วยครับ
สวัสดีครับ เพื่อน ไพศาล (นายบินเดี่ยว )
ต่อไปนี้ นายบินเดี่ยว ก็ไม่ต้องอ้างว้างแล้วครับ หากเรามีชุมชนนักปฏิบัติ ที่ได้เขียนเรื่องราว เล็กๆน้อยๆ ระหว่างทาง การสอน การแลกเปลี่ยนกับชุมชน กับ นักเรียน นักศึกษา
เทคนิค กระบวนการ รวมถึง ผลสำเร็จ เอาร้อยเรียงให้ได้เรียนรู้ร่วมกัน
ผมสบายดีครับ...ทำงานเยอะ ภารกิจเยอะ แต่ยังยิ้มได้ครับผม
ขอบคุณมากครับ
สวัสดีครับ คุณเอก
"...เราติดตำรา เราติดความรู้ที่เป็นระดับความรู้ภายนอก (Explicit knowledge) และส่วนใหญ่แล้วอาจารย์ที่สอนนักศึกษาส่วนใหญ่ก็เน้นสอนระดับนี้ ทำให้ นักศึกษาได้เพียงทฤษฎี ซึ่งเป็นความรู้เปรียบเหมือนอาวุธเช่นกัน แต่ไม่รู้วิธีใช้อาวุธ หากจะให้อาจารย์ทำกระบวนการเรียนรู้ จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติอาจารย์ก็ทำไม่ได้เช่นกันเพราะ ไม่มีประสบการณ์ การถ่ายทอดก็ไร้พลัง ลูกศิษย์ไม่เห็นภาพชีวิตจริง วนเวียนอยู่แค่นี้ แต่ว่าเราก็จบการศึกษาผ่านตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ โดยวัดที่ระดับเกรด.... ระบบแบบนี้ทำร้ายกระบวนการเรียนรู้ภายในมาก ทำให้การเรียนรู้ที่แท้ (ทฤษฎี+ประสบการณ์) ไม่ถูกให้ความสำคัญ..."
ชื่นชมวิธีคิด ครับ ... ผมยังคงต้องศึกษาอีกมาก
ขออนุญาตรับความรู้เพียงประการเดียวนะครับ :)
ขอบคุณมากครับ
สวัสดีครับ พี่เอก
สวัสดีครับเอก
ที่จริงความรู้เกิดและมีทุกที่ที่มีสิ่งมีชีวิตดำรงอยู่ ทั้งคน สัตว์และพืช
เพียงแต่ สัตว์อื่นและพืช คงยังไม่มีใครทำ Km ให้ จึงไม่มี Ref.ออกมา
เมื่อ 6-9 ส.ค. ร.พ.ปายเพิ่งจัดอบรมเรื่อ LO&Km มานี่แหละครับ
อาจารย์ท่านให้ลองคิดเรื่องความรู้ในองค์กรและธนาคารความคิดดู
ก็ได้อะไรเยอะเลยครับ....
ช่วงนี้งานยุ่ง เพิ่งกลับจาก สสจ.
อย่าลืม 20 ก.ย.กลับมาช่วยงานนะครับ !!
สวัสดีครับ คุณ ลมหนาวธันวา
ยินดีอย่างยิ่งครับ ...ที่ได้ร่วมแลกเปลี่ยนกัน
ผมคิดว่าการจัดการความรู้นั่นเป็นวิถี หากเราได้ช่วยกันถอดบทเรียนจากการทำงาน เทคนิค ต่างๆ ที่เราถ่ายทอดไม่ว่าบทบาทเราจะอยู่ในบทบาทไหนก็ตาม
พ่อสอนลูก
พี่สอนน้อง
หมออนามัยกับคนไข้
วิทยากรกับผู้เข้าร่วมกิจกรรม
ฯลฯ
หากเรานำเรื่องราว กระบวนการเหล่านี้นำมาเสนอ ผมคิดว่าองค์ความรู้ที่ได้ จะเป็นพลังในการพัฒนาสังคมความรู้ครับ
ขอให้กำลังใจครับ คุณลมหนาวธันวา
สวัสดีครับ อาจารย์ ดร. แสวง รวยสูงเนิน ครับ
ขอความรู้ด้วยครับเพื่อเป็นวิทยาทาน บันทึกอาจารย์นั้น "KM" ไร้เทียมทานอยู่แล้วครับผม
อย่าลืมติด Tag คำว่า "ครูสอนKM" ด้วยนะครับผม
:)
ขอบคุณ ผอ.ประจักษ์
เชิญชวน เขียนบันทึกแล้วติด แล้วติด คำหลัก Tag ว่า
"ครูสอน KM" ครับ
ขอบคุณครับ
อ.Wasawat Deemarn
ในกระบวนการเรียนการสอนจริง ผมคิดว่าอาจารย์ได้ใช้ KM มาให้นักเรียนได้เข้าใจ เรียนรู้ เนื้อหาที่จะนำเสนออยู่แล้ว แต่ว่าเป็นรูปแบบใดนั้น ก็แล้วแต่เทคนิคครับ
อย่างเช่น บันทึกของอาจารย์ที่ให้นักเรียนฟัง -ชม วีซีดี ช่วยกันถอดบทเรียน รวมถึงเขียนสะท้อนความเป็นตัวตนออกมา แบบนี้เป็นการดึงศักยภาพ นศ.ออกมาผ่านกิจกรรม
บางทีก็ไม่จำเป็นต้องเริ่มที่ case based แต่เรียนตัวทฤษฏีแล้วลงพื้นที่ นำมาแลกเปลี่ยนกันอีกครั้งเมื่อกิจกรรมสิ้นสุดลง
ผมคิดว่า สิ่งเล็กน้อย อันเป็นเทคนิค จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับวงการการศึกษาของเรา หากเราได้แลกเปลี่ยนกันในวงกว้างนะครับ
ให้กำลังใจอาจารย์ครับ
อย่าลืมนะครับ
เชิญชวน เขียนบันทึกแล้วติด แล้วติด คำหลัก Tag ว่า
"ครูสอน KM" ครับ
:)
สวัสดีครับ ครูโย่ง
ผมอ่านบันทึกครูโย่งแล้ว ครูเองมีเทคนิคกระบวนการสอนที่หลากหลายด้วยกิจกรรม สนุกสนาน เป้าหมายคือ เด็กได้เรียนรู้และมีกระบวนการคิดที่เป็นระบบ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดี
เรื่องราวเหล่านี้ครับ ที่น่าสนใจ อยากขอครูช่วยถอดเรื่องเล็กๆน้อยๆระหว่างการจัดกิจกรรมเรียนรู้ เพื่อนำมาถ่ายทอด แล้วติด คำหลัก Tag ว่า
"ครูสอน KM" ครับ
ขอบคุณมากครับ
หมอรอนMr. Kraton Pai
เดือนกันยายน ผมยังต้องเช็คเวลาตัวเองก่อนนะครับ ผมก็รู้สึกว่า แน่นไปหมดทุกวันหยุด แต่...อยากกลับบ้านที่ปายมาก
ประเด็นที่ปาย ผมชวนน้องๆที่พระปกเกล้าว่า อยากไปทำกิจกรรม ทไวิจัยบางประเด็นที่นั่น มีโอกาสอยากไปปรึกษา
เรื่อง "ครูสอน Km" นั้น ผมมองว่า บุคลากรสาธารณสุข ต่างก็เป็น Health educator และกระบวนการถ่ายทอด หรือ กระบวนสร้างให้กลุ่มเป้าหมายได้เรียนรู้การสร้างสุขภาพไม่ว่าจะใช้รูปแบบกิจกรรมใดๆก็ตาม ล้วนแล้วแต่น่าสนใจ น่าจะนำมา แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
ขอบคุณครับ
๒๐ กย.๕๑ จะลงไว้ในปฏิทินครับ
มาเยี่ยมเยือน และมารับความรู้จากพี่ชายครับ
แวะเข้ามาหาอาหารใส่สมอง ดีค่ะ ถ้าคิดแล้วทำหรือปฏิบัติการดีทั้งนั้น ส่วนใหญ่คิดดีค่ะ แต่ไม่ค่อยทำกันอย่างจริงจัง มีองค์ความรู้หลายอย่างที่เราละเลย มองข้าม ในที่สุดก็สูญหายตายไปกับบุคคลคนั้นเลยค่ะ
(โอ้ ผมมาช้าไปหรือนี้ ต้องขออภัย เมื่อวานคลุกอยู่กับหน้าจอแบบออฟไลน์)
ผมกำลังมองที่การสร้างกระบวนการก่อนการลงมือทำครับ คือ ถ้าถามอาจารย์หลายๆ คน เขาก็คงตอบว่า โอ้ย ฉันก็สอนอย่างที่ว่านั่นแหละ สอนมานานแล้วด้วย อะไรทำนองนี้ แต่พอถามหาร่องรอยจะหาไม่ค่อยจะเจอครับ
ผมเลยเริ่มงานที่คณะสำหรับอาจารย์ของผมตรงที่สร้างกระบวนการและกลไกที่เป็นระบบขึ้นสำหรับอาจารย์แต่ละท่านเพื่อเป็นสัญญาส่วนตัวว่า นี้คือทางที่จะก้าวเดิน ซึ่งเป็นเส้นทางที่ได้ตรึกตรองไว้ก่อนแล้ว
ขอบคุณครับ แล้วจะพยายามเขียนเพื่อมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในประเด็นนี้ครับ
แวะมาอ่านและลงชื่อไว้นะครับพี่เอก ขอบคุณมากๆๆๆ ครับ
สวัสดีค่ะพี่เอก... อยากมาเพิ่มเติมความรู้ที่แท้จริงที่เกิดขึ้นจากภายในของตนเองค่ะ หาไม่ได้จากตำรา.... ขอบคุณพี่เอกค่ะ มาเป็นแฟนประจำแล้วนะคะ เนี่ย... " อย่าลืมน้องสาว "
สวัสดีครับ ผมได้ยินหมู่บ้าน KM มาครั้งหนึ่งวแล้ว จำไม่ได้ว่า จาก อจ วิจารณื หรือไม่ แต่รู้ ส่า คุณเอก ได้รับมอบหมายเป็นผู้ใหญ่บ้านอยู่ ประจำหมู่บ้านนี้ บันทึกนี้มีคุณค่ามาก เพราะมันกำลังสร้างคุณค่ามหาศาลในอนาคต
แต่ไม่อยาก ให้จำกัด ลปรร เฉพาะครูสอน KM จริงๆน่าสนใจ คนทำ KM สร้าง KM ให้เกิดขึ้นในองค์กรต่าง ไม่ว่า ประธานคณะทำงาน สมาชิก KM, Learning Organization เราจะได้ความรู้แนว ทฤษฎี + ปฏิบัติ ที่น่าสนใจอีกมิติหนึ่งครับ จะเป็นการสร้าง Community of practice ที่หลากหลายครับ