ที่สถาบันพระปกเกล้า ทางเจ้าหน้าที่ทีมงานได้เตรียมการณ์ในการอำนวยความสะดวกโดยจัดให้ แต่ละคนรับผิดชอบประเด็นการศึกษาดูงานของนักศึกษาผมเลือก “สายชุมชน” หมายถึงรับผิดชอบกลุ่ม นศ.ที่ไปดูงานชุมชน  

ผมเปลี่ยนใจกับน้องๆทีมงานว่าไม่ไปชุมชน ผมขอไป ชุดที่ไปสัตหีบดีกว่า ด้วยเนื้อหาการไปศึกษาดูงานน่าสนใจ ที่ผมบอกว่าน่าสนใจก็คือ ไปดูงานด้วย ไปเที่ยวด้วยนั่นเอง กลุ่มของผมจึงเป็นกลุ่มที่ไม่ใหญ่มาก จำนวน ๙ ท่านรวมทั้งผม หมายถึงว่าเต็มหนึ่งรถตู้พอดี

 
 

บรรยากาศในรถเป็นไปด้วยความสนุก เพราะกลุ่มที่มาด้วยกันก็เรียกได้ว่า คุยเก่ง หัวเราะกันสนุกสนานโดยเฉพาะพี่ติ๋ม ทีวีพูล (พรรณทิพา สกุลชัย)ที่มีลีลาการพูดที่ถึงลูกถึงคน ตามสไตล์พี่เขาในทีวี ผมนั่งอมยิ้มฟังพี่ติ๋มพูด โดยมีพี่โสภณ องค์การ แห่งเดอะเนชั่น คอยพูดขัด เบรคกันแบบน่ารักๆตลอดเวลา

 

 

 

โฉมหน้า หัวหน้าทริปคอมมานโด และลูกทัวร์ หมวกสวยๆนี้ อภินันทนาการ จากพี่ติิ๋ม ทีวีพูล  ครับ
-------------------------------------------------------------------------------------------------

 

ขอแนะนำทีมก่อนนะครับ

ลูกทัวร์ผมมี

·         พี่โสภณ องค์การ (เดอะเนชั่น)

·         พี่พรรณทิพา สกุลชัย (ติ๋ม ทีวีพูล)

·         พี่ศิริบูรณ์ ญัฐพันธ์ (ช่อง ๓)

·         นพ.บุญเรือง (รองอธิบดีกรมการแพทย์)

·         พี่อ๊อด อานุภาพ นันทพันธ์ (พรรครวมใจ ชาติไทยพัฒนา)

·         พี่ต้อม สุทธิ  จันทรวงษ์ (ผอ.พัฒนาสังคม จ.ตาก)

·         พี่สีน้อย เกษมสันต์ ณ อยุธยา (กระทรวงการคลัง)

·         พี่แดง เตือนใจ ดีเทศน์ (อดีตสว.เชียงราย)

นำทีมโดยผม นายเอก  จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร  

 

ใช้เวลาเดินทางจาก โรงแรมโนโวเทล เพ ระยอง ที่พักของเรามุ่งหน้ากลับมาที่สัตหีบ ใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมง  ตลอดรายทางผมนั่งฟังพี่ติ๋มวิเคราะห์ดาราเชิงลึก มีพี่โสภณ วิเคราะห์ข่าวการเมืองให้ฟัง สลับเสียงหัวเราะครืนๆในรถ ...ทำให้สัตหีบอยู่ไม่ไกลเลย

มาถึง พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย เราทั้งหมดเข้าร่วมฟังวิดีทัศน์ เล่าเรื่องราวของพิพิธภัณฑ์ฯ และ ความเป็นมาของเกาะแสมสาร ว่ามีเรื่องราวความเป็นมาอย่างไร ผมมัวแต่เดินไปเดินมา ติดต่อเรื่องใบเสร็จบ้าง ประสานงานเรื่องเรือ เรื่องอาหารบ้าง(ตามประสาคนนำทีม)ในขณะที่บรรยาย จึงนั่งฟังไม่ประติดประต่อเท่าไหร่นัก แต่พอทราบว่า เกาะแสมสารนั้นเดิมเคยมีชาวบ้านอาศัยอยู่ ทำอาชีพประมง แต่พื้นที่เป็นของกองทัพเรือ  ช่วงหลังมีการกดดันให้ให้ชุมชนย้ายออกมาให้หมดเกาะ เพราะกองทัพเรียกพื้นที่คืน (เหตุการณ์นี้ย้อนหลังไป เกือบ ๒๐ ปี)  กดดันโดยให้ย้ายออก กดดันโดยกองทัพใช้พื้นที่เกาะแสมสารเป็นพื้นที่ซ้อมรบ ในที่สุดชุมชนก็จ้เป็นต้องย้าย เมื่อสอบถามท่านผู้บรรยายบอกว่าครั้งนั้นให้ชาวบ้านย้ายแต่ไม่มีที่รองรับ  นั่นเป็นความขมขื่นอย่างหนึ่ง ที่ชุมชนถูกกระทำ หากเป็นยุคปัจจุบันคงต้องมีการเรียกร้องสิทธิกันไม่จบสิ้นแน่นอน และชุมชนเกาะแสมสารก็ย้ายมาอยู่บนฝั่งแผ่นดินแล้ว เมื่อไม่มีปัญหาอะไรเรื่องราวเหล่านี้ก็เงียบหายไป ปัจจุบันทุกคนอยู่กันด้วยความผาสุก ...

หากกรณีศึกษาความขัดแย้งสามารถจัดการได้ โดยทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้ก็เป็นเรื่องที่ดี ในกรณีที่เกาะแสมสารนั้น ผมหยิบเรื่องมาเล่าตามที่ได้รับฟังเพียงเท่านี้ ส่วนในรายละเอียดคงต้องค้นคว้ากันในเชิงลึก

 
 

เราเดินขึ้นทางชันไปสักการะศาล พระเจ้าตาก เพื่อความเป็นศิริมงคล เสร็จแล้วเดินขึ้นต่อไปยังพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย ที่จัดแสดงรูปแบบพิพิธภัณฑ์ให้ความรู้ โดยผ่านไกด์ตัวน้อยที่เป็นเด็กนักเรียน ตรงจุดนี้เราสามารถมองไปยังเกาะแสมสารได้สวยงามมาก ถือว่าเป็นจุดชุมวิวที่สวยงามอีกจุดหนึ่ง เราใช้เวลาที่นี่ค่อนข้างนานเลยทีเดียว

 

ถึงเวลามื้ออาหาร ท่าน นอ.ทินกร เป็นผู้นำเดินทางไปร้านอาหาร “รสทิพย์” ที่ปรุงอาหารทะเลได้เอร็ดอร่อยมาก (เพราะสด สะอาด ฝีมือการปรุงก็เด็ด) พี่ติ๋มเจริญอาหารมาก โดยที่แต่ละคนในโต๊ะอาหารให้ความสนใจกับปูม้านึ่งกับน้ำจิ้มซีฟู้ดกันอย่างขมักเขม้น  ต้มยำปลาทะเล เนื้อปลาลวก ส้มตำทะเล และทะเลลวกจิ้ม กินกันเต็มที่ (ผมอยากจะมีสักสองหกระเพาะไว้กักตุน) มื้อนี้ อิ่มมากๆครับ

 

อิ่มหนำสำราญกันแล้ว ได้เวลาเราเดินทางไปกันต่อ ช่วงบ่าย เราจะได้นั่งเรือไปที่เกาะแสมสาร ผมจัดการเรื่องประสานงานเรียบร้อยแล้ว มีพี่จ่าอ้วนใจดี เป็นผู้นำทริปเกาะ (เรียกได้ว่าจ่าอ้วนชำนาญทั้งพาเที่ยว และบรรยาย)

 

เรือของทหารเรือ ที่เรียกว่า เรือเร็วลาดตระเวนชายฝั่ง (Sea Fox) ของหน่วยสงครามพิเศษทางเรือดูงามสง่า น่าเกรงขาม ได้วิ่งระหว่างท่าเรืออ่าวลึก (บริเวณที่จอดเรือจักรีนฤเบศร์) และท่าเรือเกาะแสมสาร จอดเทียบท่ารอพวกเราอยู่  เราทะยอยเดินเรือ อย่างตื่นเต้น คลื่นค่อนข้างแรง ผมสังเกตว่าน้ำทะเลที่นี่ใสมาก  พี่ นอ.ทินกร บอกว่า น้ำทะเลที่นี่สะอาดมากที่สุด ที่ควาเตอร์ต่างๆในห้างดังก็มาเก็บเอาน้ำที่นี่ไปใช้  ผมเห็นด้วยครับ ว่าน้ำใส สีครามสวยมาก

ใช้เวลาเพียง ๑๐ กว่านาที จากจุดขึ้นเรือชายฝั่ง ไปยังเกาะแสมสาร...เราก็เดินขึ้นอีกฝั่งแล้ว

 

“แสมสาร” เป็นชื่อต้นไม้ครับ  ผมเลยถือโอกาสโคลสอัพภาพดอกแสมสารมาให้ชมใกล้ๆ

แสมสาร
----------------

 

 

ที่บนเกาะมีการอนุรักษ์การปลูกต้นไม้ ซึ่งเน้นการปกป้องพันธุ์ไม้เฉพาะถิ่น (Endemic Species) ของประเทศไทยไม่ให้ประเทศอื่นแอบอ้างสิทธิ์ได้ นอกจากนี้ที่น่าสนใจประเทศไทยไม่แพ้ใครในโลก คือเรากำลังทดลองการเพาะเลี้ยงปะการัง เพื่อการอนุรักษ์

ดร.วรณพ กำลังบรรยายการเพาะเลี้ยงปะการัง
--------------------------

 

โชคดีที่เราได้เจอ อ.ดร.วรณพ วิยกาญจน์ อาจารย์มาจาก คณะวิทยาศาสตร์ (ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล)จุฬาฯ มาทำงานวิจัยที่นี่ พร้อมกับลูกศิษย์ปริญญาโทอีกสองสามคน  ถึงแม้ว่าเราเป็นหนึ่งในประเทศที่เพาะเลี้ยงปะการังได้แต่ก็ยังจำกัดในวงแคบๆ เพราะใช้เทคนิกสูง รวมถึงเรายังไม่มีนักวิชาการทางด้านนี้มากนัก  ความรู้ใหม่ของผมในวันนี้ก็คือ กัลปังหา สามารถนำมาใช้เป็นส่วนประกอบยารักษาโรคมะเร็งได้ (ผมฟัง ดร.วรณพ คุยกับ นพ.บุญเรือง)  หากเราพัฒนาเทคโนโลยีแบบนี้ขึ้นมามากๆก็ส่งผลที่ดีต่อประเทศของเรา...

 

 

จ่าอ้วนพาพวกเราไปตะเวณรอบเกาะ ไปชมวิว ทิวทัศน์ รวมถึงหาดทรายสวยๆ อีกด้านของเกาะ..

บ้านพักสวยๆบนเกาะเเสมสาร
 
                   ดอกไม้ทะเลดอกเล็กๆที่ผมแอบถ่ายเธอ 

 

พี่หญิง ขวัญใจน้องๆ ที่มาจาก มรภ.จันทรเกษม

ผ่อนคลายดีจังเลยครับ...นอกจากได้สาระที่ดีแล้ว ผมยังได้ชาร์ตแบตเตอรี่จนเต็มเลยงานนี้ ได้เวลาเราเดินทางต่อมายังท่าเรือเกาะแสมสารอีกครั้ง เตรียมเดินทางกลับฝั่ง เพื่อให้ทันเวลาท่าจะไปชมศูนย์อนุรักษ์เต่าทะเล ไม่ไกลจากพิพิธภัณฑ์เกาะและทะเลไทยมากนัก อยู่ในส่านรับผิดชอบของฐานทัพเรือเช่นกัน

จากนั้นเราก็ไปชมบ่ออนุบาลเต่า ชมวิถีชีวิตเต่าตั้งแต่แตกออกมาจากไข่ จนถึงแหวกว่ายทะเล ตัวใหญ่ๆเส้นผ่าศูนย์กลางเป็นเมตร เรื่องราวของเต่าทะเลที่หลายๆท่านอาจไม่เคยทราบมาก่อน ...เชิญชวนไปเที่ยวที่ศูนย์อนุรักษ์เต่าทะเลของฐานทัพเรือสัตหีบ ที่นี่กันครับ

เราใช้เวลากันค่อนข้างคุ้มค่า...จากเช้าจรดเย็น ถึงเวลาต้องรีบเดินทางไป ที่พักที่ อ.เพ จ.ระยองแล้ว  บรรยากาศในรถยังสนุกสนานต่อเนื่อง   พี่ติ๋มบอกให้ผมช่วยแวะแวะตลาดตะพง ระยองเพื่อหาซื้อทุเรียน แต่ปรากฏว่าทุเรียนไม่ค่อยมี (หมดฤดู) เลย อดกิน มีแต่กระท้อนลูกโตๆ พี่ติ๋มคุยในรถว่า กระท้อนชนิดดีๆแบบนี้ นำมาทำกระท้อนลอยแก้ว ไว้กินกับน้ำแข็งใสเวลาร้อนๆอร่อยมาก พร้อมกับเล่าวิธีการทำแบบ ”ติ๋ม ทีวีพูล” ด้วย มีโอกาสผมจะลองไปทำดูบ้าง  และบันทึกต่อๆไป จะนำเรื่องราวที่พี่ติ๋มเล่าเรื่องการทำ “กระท้อนลอยแก้ว” มาฝากทุกท่านครับ ...แค่คิดก็อร่อยแล้ว

 

เราต้องรีบกลับกันแล้ว..

เพราะตอนกลางคืนมีงานปาร์ตี้เล็กๆที่โนโวเทลระยอง...

บันทึกต่อไป ผมจะนำเสนอเรื่องราวการเที่ยวสนุกแบบมีสาระที่ อ่าวคุ้งกระเบน ที่ผมเป็นผู้นำทริปอีกในวันพรุ่งนี้มาเล่าสู่กันฟังนะครับ