ฉันเคยเขียนบันทึกเกี่ยวกับพี่สาวคนหนึ่ง    เธอเป็นพี่เพียงคนเดียวที่อยู่กับฉันมาในตลอดระยะเวลาสองปีที่ใครๆ ก็พากันมองฉันด้วยสายตาแปลกแปร่งและเลิกพูดคุยกับฉัน    พี่ที่ฉันได้เพียงพบเจอกันแค่ครั้งเดียว    หากแต่เราก็ดูราวจะคุ้นเคยกันมาเนิ่นนาน   หลายๆ ครั้งที่พี่เศร้าแต่กลับเขียนเมล์มาถึงฉันด้วยอาการร่าเริง   ฉันกลับถามพี่ไปในทันทีว่า..ทำไมพี่ถึงดูเศร้าได้ถึงเพียงนี้   หรือในบางทีที่ฉันร้องไห้แต่กลับเขียนเมล์ถึงพี่ไปด้วยรอยยิ้ม   พี่ก็ถามกลับมาเช่นกันว่าทำไมน้องกะเหรี่ยงถึงดูซึมเซา   หรือในบางวัน..เราสองคนก็ใช้ "ภาษาเงียบ" สำหรับการสื่อสาร 

จากที่ได้เรียนรู้มา   ฉันถูกสอนมาว่า..ภาษาที่มนุษย์ใช้ติดต่อสื่อสารกันนั้นได้แบ่งออกเป็นสองประเภท   ได้แก่..1 วัจนภาษา  นั่นคือ ภาษาที่ใช้คำพูด    2 อวัจนภาษา อันได้แก่ การแสดงออกทางใบหน้า  การแสดงออกทางกาย  การแต่งกาย รวมไปถึงการแสดงออกทางแววตา    หากแต่..ฉันกับพี่มักจะมีภาษาของเราที่ใครๆ ยากที่จะเข้าถึง

ฉันมีความสุขกับการได้พูดคุยกับพี่    ทุกๆ เช้า..ที่ลืมตาตื่นขึ้นมาก็รู้ว่าเมื่อเปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ขึ้นมาก็จะเจอพี่ได้   หรือในบางวันพี่ก็ส่ง sms มาหยอกแซวกันตั้งแต่เช้าที่ฉันกำลังนอนอยู่บนที่นอนและเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือเพื่อที่จะส่งข้อความไปสวัสดีพี่    คุณเคยไหม..ที่แค่กำลังคิดถึงหรือกำลังจะส่งข้อความถึงใคร   แล้วทันใดนั้น..มือถือก็มีเสียงเตือนว่ามีข้อความเข้ามา    ค่ะ..พี่กับฉันมักจะเป็นแบบนี้เสมอ   

เมื่อไม่นานมานี้ ฉันได้เขียนบันทึกพี่น้องชวนวาดภาพ  ที่จู่ๆ ฉันก็นึกสนุกลุกขึ้นมาวาดภาพโดยใช้โปรแกรม paint    แล้วพอวาดเสร็จก็นึกขำกับฝีมือของตัวเอง    รีบส่งแนบไฟล์ไปอวดพี่สาวคนสวย    แล้วพี่ก็นึกสนุกลุกขึ้นมาวาดภาพด้วยกัน

การพูดคุยของผู้หญิงสองคนที่แตกต่างกันแทบจะทุกเรื่อง   ทั้งความคิด  ตรรกะ  วิถีชีวิต  หน้าที่การงาน  การศึกษา  ฐานะความเป็นอยู่ทางสังคม  และอื่นๆ    ผ่านมาเกือบสองปี..พี่ก็ยังเป็นพี่คนสวยคนเดิมของฉัน และฉันก็ยังคงเป็นน้องกะเหรี่ยงที่แสนเอาแต่ใจ  

 

น้องกะเหรี่ยง  เขียน >>

เรื่อง : จะไม่โห่

พี่คะ..เช้านี้ต้อมส่ง sms ถึงพี่    เพราะรู้สึกว่าช่วงหลังเราจะห่างหายไปจากกันนานพอควร(ทาง sms)   เมื่อก่อน ต้อมชอบจังที่เราคุยกันผ่าน sms   บางครั้งที่รถติดก็สามารถโต้ตอบกลับหากันในหลายๆ ครั้งได้   วันคืนแบบนั้น..มันหายไปแล้วใช่ไหมคะ?

นี่..เพิ่งกลับมาอยู่หน้าจอ แล้วรีบเข้ามาเปิดดูเมล์พี่เลยนะเนี่ย   นอนๆๆ กลิ้งๆ ตักที่(เคย)นุ่มๆ แล้วพูดเจื้อยแจ้วไปเรื่อยๆ    ต้อมออกไปดูดวงมาล่ะค่ะ    เขาก็บอกไปเรื่อยเปื่อย    ไม่ต้องไปเสาะแสวงหาความรัก  เพราะอยู่ดีๆ ก็มา  อยู่ดีๆ ก็ไป   อย่าไปรอรักเก่าด้วย..ไม่มีเยื่อใยให้หรอก (อ้าว..เรารึ  อุตส่าห์รอ ร้อ รอ) ดวงเหนือครู  เรียนไม่จบ  รู้และสามารถด้วยตัวเองจากข้างนอกห้องเรียน   ถ้าอารมณ์ดีๆ ก็จะพูดจาไพเราะ  หวานหู   หากร้ายขึ้นมาก็จะเกรี้ยวกราด   การงานก็เป็นแบบเรื่อยๆ     เป็นคนมีเพื่อนน้อย  ไม่ถึงสามคน   อยู่ท่ามกลางผู้ใหญ่ที่รักใคร่เอ็นดู    เพราะความผูกพันที่มีมาแต่หนหลัง(อาจหมายถึงปางก่อน)

นี่ๆๆ อยากนอนหนุนตักพี่แบบนี้ไปเรื่อยๆ   จริงๆ อยู่แบบนี้ ต้อมก็อยู่ของต้อมได้นะคะ   แบบที่เป็นอยู่  อยู่ไปวันๆ น่ะ   เหตุผลเดียวที่ไม่อยากจะทำอะไรก็คือ ต้อมเหนื่อยเกินไปน่ะค่ะ    เชื่อไหมว่า บ่อยๆ ครั้งที่ต้อมจะเข้ามาอ่านเมล์ของเรา   อ่านแล้วความรู้สึกเก่าๆ ก็ผุดพรายขึ้นมา   ทำให้ยิ้มได้บ้าง   ยิ่งช่วงเวลาที่ร้องไห้ งอแงกัน ยิ่ง..รู้สึกว่า "ผู้หญิงคนนี้ เราคุยกับเธอมาได้เกือบสองปีเชียวนะ"

คุณเนปาลี เธอเนื้อหอมก็จริง   แต่ต้อมอยากให้พี่รู้จักต้อมอย่างที่เป็นมากกว่า   ต้อม..คนที่พี่บอกว่า เป็นเด็กตัวโตๆ ที่บางทีถูกใจก็ยิ้มร่า  วิ่งเข้ามาคุยกับพี่    มาขอนอนหนุนตัก  กลิ้งไปมา   คนที่ร้องไห้ เช็ดน้ำตาป้อยๆ เพราะเสียใจกับเรื่องโน้นเรื่องนี้

ที่ติดๆ ไว้น่ะ ..ไว้มีโอกาสไปเมื่อไหร่จะถามทวง   ว่าแต่ พี่จะร้องเพลงให้ฟังจริงๆ นะรึ?   ก็..ต้อมสงสัยนี่
ร้องให้ฟังจริงๆ    ต้อมก็คงจะยิ้ม ..ไม่โห่หรอกค่ะ   ไม่ทำหน้าปูเลี่ยนด้วย  แต่จะเอาพวงมาลัยแบงค์กาโม่มอบให้ต่างหากล๊าววววววว


คิดถึงพี่นะคะ
ต้อมค่ะ

 

พี่คนสวย  เขียน >>

เรื่อง : วันวาร

ค่ะ ต้อม    วันวารที่แม้จะผ่านไปเนิ่นนานสักเท่าใดก็ยังคงจำได้    หากแม้นเวลาผ่านไปนานแสนนาน ใช่ว่าจะลืม    แม้จะเลือนไปแล้วก็ตาม

อันนี้ถามนะ ถาม    พี่จะถามว่าต้อมรู้สึกเหมือนพี่ไหม????????   พี่สงสัยจริงๆ อยากถามว่าการคุยกันของเรามันเหมือนภาพ    ภาพน่ะใช่ไหมคะ    เราคุยกันเป็นตัวอักษรแต่ความทรงจำกลับเป็นภาพ    ภาพที่เหมือนเคยเกิดขึ้นจริง ทั้งที่ไม่ใช่    ภาพที่มีเด็กซนๆ วิ่งมานอนหนุนตัก   ภาพที่เด็กงอแง ไม่อาวๆๆๆ จะเอาอย่างนี้    ภาพเด็กป้ายน้ำตาในเวลาที่เสียใจมาจากไหน    เดี๋ยวๆ หายขัดใจ-หายขุ่นใจ ก็วิ่งปร๋อออกไป ร่าเริงแจ่มใสขึ้นมา    ถูกใจอะไรก็หัวเราะร่า  ไม่ถูกใจก็..โน่นเลย หันหลังขวับ

พี่เองก็เหมือนๆ ว่าจะนั่งอยู่ตรงนั้นน่ะ ที่ไหนสักแห่ง   ทำงานไป..หันมาดูที..วิ่งไปประชุม    รีบวิ่งกลับมามอง    อ้อ อ๋อ ต้อมยังอยู่ตรงนั้น   บางทีก็ไม่รู้หายไปไหน ทั้งฝั่งนี้..ทั้งฝั่งนั้น   เวลาหงุดหงิดกันก็เหมือนมีภาพของเราสะบัดกันไปสะบัดกัน    พี่ออกจะนิ่งๆ   ต้อมก็นิ่งๆ เย็นๆ กลับมาเหมือนกัน    เมื่อไหร่มีอาการ "เชอะ" ขึ้นมาล่ะก็ speak English กันเลย

ขำดีนะคะ   แต่อย่างไรต้อมต้องตอบก่อนนะ   พี่รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ   และจะคอยค่ะ  และจะคิดถึงไปด้วย   อ้อ!!! หมอดูแม่นๆ นะเนี่ยะ    พี่เองก็ไปมาเมื่อไม่นาน    วันหลังเล่าให้ฟัง    แต่พี่ว่าเขาก็อ่านไปตามดวงดาวที่ปรากฏ    สำหรับพี่นะคะ    ซึ่งพี่เชื่อในตำราของดวงดาวที่เป็นกระจกส่องให้เราเห็นเส้นทางชีวิต ทั้งปัจจุบัน อดีต และอนาคต

พี่ค่ะ



นักเขียนคนโปรดของฉันได้อ่านต้นฉบับไฟล์ PDFจนจบ   ก็บอกว่า..จดหมายที่รวบรวมมาเป็นเรื่องราวที่น่ารักมาก    น่ารักในสำนวนของการพูดคุย  การทักทาย  การตอบกลับ  การใช้ภาษาระหว่างกัน   เรียกว่าได้อ่านแล้วอิจฉาที่ต้อมมีใครที่นั่งอ่านจดหมายและตอบกลับกันในทุกวันเป็นระยะเวลายาวนาน    รู้สึกดีค่ะ.......

ยังจำได้ถึงเรื่องราวที่..ครั้งหนึ่ง..ฉันเลือกที่จะไม่มีพี่อีกต่อไปแล้ว    เพราะความเข้าใจผิดและปัญหาจากการที่เมล์ของระบบ hotmail กับ yahoo มีการสูญหายไประหว่างการเดินทาง    สิ่งที่เกิดขึ้น..คือ อาการนิ่งเงียบของคนสองคน    พี่คิดว่าฉันหายไปและตอบกลับมาห้วนๆ    เราอยู่กันคนละฝั่งจึงไม่ทราบปัญหาของกันและกัน   ฉันก็ส่งเมล์ไปเล่าเรื่องราวช่วงวันสงกรานต์ตามปกติ    ส่วนพี่ก็..ในที่สุดก็เมล์มาหาฉันเป็นกลอนภาษาอังกฤษ   และฉันได้ตอบกลับไปเป็นภาษาอังกฤษเช่นกัน <รายละเอียดมีในหนังสือ  อิอิ>   ภาษาเป็นบ่อเกิดแห่งการเข้าใจผิด    เรื่องราวก็เลยไปกันใหญ่     และแล้วสิ่งที่เหลือเชื่อก็คือ..พี่สาวที่ฉันคิดเสมอมาว่าช่างเป็นผู้ที่มีพร้อมทั้งความสวย ความเก่ง  ที่ไม่น่าจะใช่ใครที่ยอมใคร  กลับได้ส่งเมล์มาบอกกับฉันว่า..

หากแก้วแตกร้าวมิอาจคืน             ยังจะยื่นแก้วใบใหม่..ใบที่เหมือน

แม้นไม่ใช่ใบเดิมที่เริ่มเลือน           จะแชเชือนหรือใจไม่อินัง?

 

ครั้งหนึ่ง..พี่บอกว่า อยากจะบรรเลงกลอนมาง่ายๆ แทนความรู้สึก

ค่ะ อยู่ตรงนี้                                   ตรงที่ที่เราพบกัน

ตรงที่ที่มีคืนและวัน                         ตรงที่ฟ้าเปิดทางให้เราแบ่งปันสิ่งดีดี

คงมีเหตุให้เราพานพบ                     และคงไม่จบสิ้นเพียงชีวิตนี้

เชื่อว่าหากชาติหน้าถ้ามี                  ความผูกพันฉันท์น้องพี่คงตามไป

และวันนี้                                         หากเราอาจไม่มีโอกาสได้พบกันใหม่

ความทรงจำดีๆ ยังรำลึกอยู่เรื่อยไป    คือความมั่นคงในจิตใจ ที่ไม่อาจทำลายลง

 

ทำให้ฉันอดนึกถึวันคืนเก่าๆ ไม่ได้   ในที่ๆ ฉันกับพี่ได้รู้จักกัน    เราต่างเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่พลัดหลงเข้ามาในโลกของกันและกัน   พื้นที่ตรงกลางที่..มีแต่ความรู้สึกดีงาม    ในตอนนั้น..ก่อนที่ด้วยเหตุผลบางประการทำให้ฉันเลือกที่จะลาจากทุกความรู้สึกและโลกไซเบอร์

ตัวหนังสือของพี่..ที่มีถึงฉันในวันที่ฉันเงียบหาย

เงียบ..เสียงสนิท เงียบเคยเสนาะ             งาม..ศัพท์สดับไพเราะทุกยามสาย

ยาม..นี้กลับไม่เห็น เจ้าเร้นกาย                เช้า..สาย บ่าย เพียรคอยเจ้าเยาวภา

และอีกบท..

เร้นกาย เร้นหาย เหตุใดหรือ                   ใยจึงปล่อยคนคอย..น้อยใจฤา

ไม่ห่วงหรือ???                                    ว่าเราจะเฉาตาย

ทำให้ฉันกลับเข้าไป..ในนั้นอีกครั้ง

เร้นกายแฝงอยู่ ณ ห้วงหนใด                  ก็มิอาจห้ามใจหวามไหวให้ใฝ่หา

ยามเจ้าแนบสนิทในมนตร์นิทรา              ใช่ว่าฉันจะไม่รู้สึกรู้สาอะไร

ปล่อยให้สายลมพัดพาความคิดถึง           ให้ไปถึงใครคนหนึ่งซึ่งคอยไหว

ให้รู้ว่ามีคนนี้..เฝ้าห่วงหา-ห่วงใย              มิเว้นยามเจ้าหลับใหลในภวังค์

ฉันกับพี่มักมีเรื่องราวหลากหลายอารมณ์ให้ได้โต้ตอบกันสม่ำเสมอ   และในบางวันที่พี่หงุดหงิดกับน้องเลขาคนสวย   พี่ก็..ทำเอาฉันหัวเราะขำขันได้กับตัวหนังสือของพี่จนอดที่จะต่อกลอนกับพี่ไม่ได้

วันนี้เซ็ง                                      วันนี้อยากตะเบ็งใส่เลขา

วันนี้อยากแปลงร่างเป็นมารา         วันนี้อยากสวมหน้า..นางยักษ์..(ซะเล้ย)

ก็ฉันขำนี่    เมื่อนึกถึงพี่คนสวยที่ฉันเคยได้เจอ   ผู้หญิงคนนั้นที่มีใบหน้าสะสวย  เชิดหยิ่ง  ท่าทางไว้ตัว  ที่ฉันดูยังไงแล้วเธอก็คงไม่มาร้องกรี๊ดๆ เป็นบทกลอน   

วันนี้..เจ้าโกธา                          วันนี้..มาราจะสิงสู่

วันนี้..เลขาท่านอู้                       วันนี้..ใครจะกล้าสู้หน้าเจ้า

ฉันไม่รู้ว่า..วันพรุ่งนี้ของฉันกับพี่จะเป็นอย่างไร   เพราะหากเลือกได้..ฉันก็อยากจะมีพี่คนสวยคนนี้ไปตราบนานเท่านาน   แต่เราไม่รู้อนาคต..ไม่รู้ว่าแล้วในหนึ่งวินาทีข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น    แต่ระหว่างพี่กับฉัน..เราจะมีหนังสือหนึ่งเล่มที่บอกเล่าเรื่องราวระหว่างกันและกัน    หนังสือหนึ่งเล่มที่ทำขึ้นมาด้วยความรู้สึกดีๆ   ความรู้สึกที่สามารถจับต้องได้    ^^

ป.ล. 1  พี่จ๊ะP  ..บันทึกนี้..นำมายั่วจ๊ะ

ป.ล. 2 ใครอยากอ่านหนังสือของพี่กับน้อง  ขอความกรุณาช่วยกันทวงที่พี่ขจิตP  หน่อยค่ะ