ปีนี้ผมได้รับมอบหมายจากที่ประชุมคณะทำงานเขียนปรวัติครูของคุรุสภา  ให้เขียนประวัติผู้เป็นแบบอย่างของความเป็นครู  3 ท่าน  วันนี้จึงขอนำเสนอประวัติครูท่านแรกที่เขียน คือ...                      
              รศ.ดร.นภเนตร  ธรรมบวร  เกิดเมื่อวันที่  31  ตุลาคม  พ.ศ. 2507  ที่ตำบลหมากแข้ง  อำเภอเมือง  จังหวัดอุดรธานี  เป็นบุตรคนโตของ  นายแพทย์วิชัย  และแพทย์หญิงจินตนา  ธรรมบวร  มีน้องชาย 1 คน คือ  นายแพทย์ธวัช  ธรรมบวร
     รองศาสตราจารย์นภเนตร  เริ่มเข้ารับการศึกษาชั้นอนุบาลปีที่ 1  ที่โรงเรียนอนุบาลอุดรธานี  เมื่อ พ.ศ. 2511  มาเรียนต่อชั้นอนุบาลปีที่ 2  จนจบชั้นประถมปีที่ 4  เมื่อ พ.ศ. 2517 ที่โรงเรียนเซนต์แมรี่  อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี  แล้วย้ายมาเรียนชั้นประถมปีที่ 5  ที่โรงเรียนผดุงดรุณี  เขตบางรัก  กรุงเทพมหานคร  จนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  เมื่อ พ.ศ. 2523  แล้วเข้าเรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4  ที่โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย  เมื่อจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4  ได้สอบเทียบของกระทรวงศึกษาธิการ  ได้รับประกาศนียบัตรชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย(ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5) เมื่อ พ.ศ. 2524
       เนื่องจากรองศาสตราจารย์นภเนตร  มีอุปนิสัยชอบการเป็นครูมาตั้งแต่เด็ก  ตอนเป็นเด็กชอบให้เด็กลูกจ้างที่ทำงานบ้าน  มาเล่นเป็นนักเรียน  แล้วตนเองก็ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือให้เป็นประจำ  ดังนั้นพอถึงช่วงเวลาเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา  รองศาสตราจารย์นภเนตรจึงเลือกที่จะเรียนคณะครุศาสตร์  ทั้งๆที่บิดามารดาพยายามสนับสนุนให้เรียนสาขาแพทยศาสตร์เช่นเดียวกับครอบครัวทุกคน  แต่เมื่อ บิดามารดาเห็นความตั้งใจจริงจึงสนับสนุนให้เรียนต่อในสาขาที่ชอบ
       พ.ศ.2524  รองศาสตราจารย์นภเนตร เข้าศึกษาต่อที่คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  สาขาการศึกษาปฐมวัย  สำเร็จปริญญาครุศาสตรบัณฑิต(เกียรตินิยมอันดับสอง)  เมื่อ พ.ศ.2528   และหลังจากเข้ารับราชการ ใน พ.ศ. 2531 ได้ไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท  ที่
University of Missouri Columbia  ประเทศสหรัฐอเมริกา  สำเร็จปริญญาโท  M.Ed(Early Childhood Education) เมื่อ พ.ศ. 2532  แล้วได้อยู่ศึกษาต่อระดับปริญญาเอก  โดยย้ายไปเรียนที่ University of Alberta  ประเทศแคนาดา  สำเร็จปริญญาเอก Ph.D(Early Childhood Education) เมื่อ พ.ศ. 2536 นับเป็นคนไทยคนที่ 2 ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกสาขานี้  ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ (ผู้สำเร็จคนแรกคือ ผู้ช่วยศาสตาจารย์ ดอกเตอร์ เลขา  ปิยะอัจฉริยะ)
           รองศาสตราจารย์นภเนตร เริ่มรับราชการเมื่อ พ.ศ. 2528 ในตำแหน่งอาจารย์ 1 วิทยาลัยครูสวนดุสิต(มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต ในปัจจุบัน)  โดยปฏิบัติราชการที่สถาบันนี้แห่งเดียว  
พ.ศ.2541  ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์  และ พ.ศ. 2549 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์  และในขณะเดียวกัน พ.ศ.2546  ก็ได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตลอออุทิศ และ ได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตลอออุทิศ  อีกหน้าที่หนึ่ง  จนกระทั่งถึงแก่กรรม
          รองศาสตราจารย์นภเนตร เป็นผู้ที่มีใจรักในการเป็นครูได้ทุ่มเท  คิดค้นพัฒนาเทคนิคการจัดการเรียนการสอนผู้เรียนให้ก้าวหน้าอยู่เสมอ  ดังบันทึกของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ เลขา  ปิยะอัจฉริยะ
  ในเอกสารรายการข้อมูลประวัติผลงานของ รศ.ดร.นภเนตร ธรรมบวร  ความตอนหนึ่งว่า
         
...แจง(ชื่อเล่นของรองศาสตราจารย์นภเนตร)เป็นครูที่รัก เข้าใจ และห่วงใยลูกศิษย์  ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนปฐมวัย  ประถมศึกษา หรือนักศึกษาระดับอุดมศึกษา  เวลาครูแจงสอน  ทุกคนอยากเรียนด้วย  เพราะสอนสนุก  โดยจัดกระบวนการให้ผู้เรียนได้แสดงออกอย่างกระตือรือร้น
ทำกิจกรรมเดี่ยวและเป็นกลุ่ม ทั้งในและนอกห้องเรียน  ทุกคนได้สังเกต  คิดวิเคราะห์  อภิปรายสะท้อนความคิด  แลกเปลี่ยนความคิดเห็น  สังเคราะห์  สรุปประเด็นและบทเรียน  เขียนบันทึก  และหรือผลิตเป็นชิ้นงานหลากหลายแบบ  เมื่อครูแจงสอนอย่างมีชีวิตชีวา  ให้อิสรเสรีทางความคิด  ผู้เรียนไม่ว่าเด็กเล็ก เด็กโต จึงสนุกในการเรียนรู้  ลงท้ายทั้งครูแจงและลูกศิษย์ จึงมีความสุขกับความสำเร็จของกันและกัน...
               นอกจากนี้เพื่อนร่วมงานที่ใกล้ชิดรองศาสตราจารย์นภเนตร  ยังได้กล่าวถึงการมีจิตวิญญาณความเป็นครู และความผูกพันกับเด็กที่สอนของรองศาสตราจารย์นภเนตร ไว้ในเอกสารฉบับเดียวกัน เช่น
               นายเฉลิมพล  เกิดมณี  กล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า
          
...งานที่ทำให้ครูแจงมีความสุขมากที่สุดก็คือการเข้าสอนเด็กในชั้นเรียนด้วยตนเอง  ครูแจงใช้จิตวิญญาณในการสอนเด็ก  เราสามารถพบเห็นการใช้คำพูดที่อ่อนหวานกับเด็ก ซึ่งเป็นคำพูดที่สามารถสะกดใจเด็กให้เชื่อฟังได้  การใช้คำชื่นชม  การสัมผัส  โอบกอดเด็กเล็ก  ไปจนถึงการสอนที่มุ่งให้เด็กลงมือปฏิบัติและใช้จินตนาการ...
               นางสาวผ่องพรรณ  เอกอาวุธ  กล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า
         
...แจงมักใช้เวลากลางคืนที่อยู่บ้านโทรศัพท์มาเล่าเรื่องต่างๆให้ฟังเป็นประจำ  เรื่องที่เล่ามักจะเป็นเรื่องความน่ารักและความแก่แดดของเด็กๆที่โรงเรียน  ทำให้เรารู้ว่า  ทุกลมหายใจเข้าออกของแจง  คือโรงเรียนและนักเรียน ...
            
รองศาสตราจารย์นภเนตรสำเร็จการศึกษาด้านปฐมวัยตั้งแต่ระดับปริญญาตรีจนถึงระดับปริญญาเอก  รวมทั้งได้ทุ่มเทคิดค้น วิจัย พัฒนา และเผยแพร่งานการสอนด้านปฐมวัยอย่างต่อเนื่อง  จึงเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านนี้อย่างแท้จริง  โดยได้ให้ความสำคัญเรื่องกระบวนการคิดในเด็กเป็นอย่างมาก  ได้จัดทำหลักสูตรเรื่องบูรณาการการเรียนรู้  และทดลองปฏิบัติการสอนด้วยตนเองในชั้นอนุบาลปีที่ 2 และชั้นอนุบาลปีที่ 3 เน้นบูรณาการการเรียนรู้โดยให้เด็กเป็นศูนย์กลาง โดยใช้นิทานเป็นเครื่องมือ รวมถึงการขยายชั้นจากระดับอนุบาลสู่การจัดทำหลักสูตรระดับประถมศึกษาด้วย 
              ผู้ช่วยศาสตราจารย์เลขา  ปิยะอัจฉริยะ ได้กล่าวถึงจุดเด่นของรองศาสตราจารย์นภเนตรซึ่งเป็นนักวิชาการที่ไม่เหมือนใครไว้ในเอกสารฉบับเดียวกัน ความตอนหนึ่งว่า
       
...แจงเป็นผู้ที่แสดงให้เห็นว่า ครูสามารถใช้การสอนและการวิจัยร่วมกัน เพื่อเรียนรู้ทั้งในศาสตร์และศิลป์ของการสอน  หรือการจัดการเรียนรู้ให้แก่นักเรียน  รวมทั้งเพื่อสร้างความรู้ใหม่หรือต่อยอดความรู้เดิม  แจงจึงมีข้อมูลสารสนเทศและสาระเนื้อหาที่นำไปเขียนเอกสารวิชาการ เช่น ตำรา  และบทความ  แต่ที่แจงทำได้มากกว่านักวิชาการทั่วไปคือ  ในขณะเดียวกันแจงได้พัฒนาหลักสูตรและลงมือจัดกระบวนการเรียนการสอนตามหลักสูตรนั้นด้วยตนเอง  นอกจากนั้นยังได้ร่วมมือกับเพื่อนครูอาจารย์ที่เป็นผู้สอน  โดยแจงสนับสนุนวิชาการ  ร่วมเรียนรู้และนำผลการดำเนินงานมาอภิปรายแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน  ความรู้จากการปฏิบัติเหล่านี้ได้ถูกนำเสนอเป็นรูปธรรมในคู่มือ ในเอกสารประกอบการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ  รวมทั้งเป็นบทความข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการศึกษาปฐมวัย...ผลงานทางวิชาการของแจง จึงเป็นผลงานที่มีคุณค่า  เป็นที่ยอมรับและเป็นที่ต้องการของครู และวงวิชาการอย่างมาก...
            รองศาสตราจารย์นภเนตร ได้สรุปบทบาทของครูในการจัดการเรียนการสอนระดับปฐมวัยเพื่อพัฒนากระบวนการคิด 4 ประการ คือ
           1.เปิดโอกาสให้เด็กหรือผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง         
           2.เป็นผู้ที่มีทักษะในการถามคำถามที่ดี 
           3.เป็นผู้เฝ้าสังเกตเด็ก  จดบันทึก  และรอจังหวะเพื่อให้คำแนะนำหรือถามคำถามซึ่งส่งเสริมการคิดของเด็ก
          4.ใช้นิทานเป็นสื่อสำคัญในการจัดการเรียนการสอน
            ผลงานทางวิชาการ   ในด้านการสอนและการผลิตเอกสาร ตำราเผยแพร่  เช่น หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย  เอกสารคำสอนเรื่อง
หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย การพัฒนาเด็กปฐมวัย   การพัฒนากระบวนการคิดในเด็กปฐมวัย  การประเมินผลพัฒนาการเด็กปฐมวัย  การวิเคราะห์เรื่องราวการจัดการเรียนการสอนระดับปฐมวัย  การบูรณาการการคิดในการจัดการเรียนการสอนระดับประถมศึกษา  ครูปฐมวัยกับการเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน  เป็นต้น
         งานวิจัย  เช่น  รูปแบบการจัดการเรียนรู้ในการอ่าน คิด วิเคราะห์ เขียน และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ   ครูปฐมวัยกับการเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน  รูปแบบการจัดการเรียนการสอนสำหรับเด็กวัยต่ำกว่า 3 ขวบ   บทบาทครอบครัวกับการศึกษา  เป็นต้น
        บทความทางวิชาการ  ได้เขียนบทความทางวิชาการตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการต่างๆอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเป็นคอลัมนิสต์ในนิตยสาร
Mother & Care ประจำคอลัมน์นินทาเด็กโดยใช้นามปากกาว่าครูแจง   ตัวอย่างบทความ เช่น  เส้นทางสู่การเป็นนักอ่านนักคิด  ไปฟังเด็กๆคุยกันเรื่องกำเนิดตัวเอง  เมื่อเด็กๆเรียนรู้เรื่องของไข่   วัย 9 ขวบ : หนูอยากเป็นตัวของหนูเองบ้าง   การพัฒนากระบวนการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5   กีฬากับบทเรียนในชีวิตของเด็ก  จะสอนลูกให้มีระเบียบวินัยได้อย่างไร  คุณพ่อคุณแม่เปิดโอกาสให้หนูได้เรียนรู้ด้วยตนเองบ้าง   เลี้ยงลูกอย่างไรให้คิดเป็น   เลือกโรงเรียนอย่างไรให้เหมาะกับลูก    จะสยบพฤติกรรมก้าวร้าวของลูกได้อย่างไร  เป็นต้น
        การเป็นวิทยากร  ได้รับเชิญเป็นวิทยากรอบรมครูปฐมวัยโรงเรียนต่างๆทั่วประเทศ   รวมทั้งครูการศึกษานอกโรงเรียน  ครูโรงเรียนเอกชน  และสังกัดอื่นๆ  เป็นวิทยากรรายการวิทยุ
พ่อแม่ลูกปลูกรัก  และรายการสนทนาภาษาครอบครัว  ตลอดจนได้รับเชิญเป็นวิทยากรร่วมในกิจกรรมต่างๆ เช่น งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ  งานเทศกาลหนังสือเด็กและเยาวชน  งาน Mother & Care Festival  ได้รับเชิญให้ไปเล่านิทานให้เด็กๆฟัง   เป็นต้น
        เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดที่ได้รับพระราชทาน คือ  ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก  และทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย
        เนื่องจากรองศาสตราจารย์นภเนตรได้ทุ่มเททั้งชีวิตและจิตใจให้แก่การพัฒนาเด็กปฐมวัย ซึ่งนับเป็นบุคคลที่มีคุณค่าอย่างมากในงานด้านปฐมวัย  จึงเป็นความหวังและความต้องการของโรงเรียนและหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ  ประกอบกับการเป็นคนที่มีนิสัยชอบช่วยเหลือให้บริการผู้อื่น ชอบคิด  ค้นคว้า วิจัย  ทดลอง ลงมือปฏิบัติจริง เพื่อต่อยอดความคิดให้ก้าวหน้าอยู่เสมอ  แล้วเผยแพร่ความคิดออกไปในรูปแบบต่างๆทั้งการเป็นวิทยากร  เขียนเอกสาร ตำรา  ฯลฯ รวมทั้งต้องทำหน้าที่บริหารในโรงเรียนสาธิตลอออุทิศ ด้วย  จึงเป็นงานที่หนักและเหนื่อยสะสมมาเป็นเวลานาน  แม้บางครั้งจะออกอาการเหนื่อยให้ผู้อื่นเห็น  แต่รองศาสตราจารย์นภเนตรก็ไม่เคยย่อท้อ  มักจะพูดเสมอว่า  แม้จะเหนื่อยแต่เมื่อได้เห็นพัฒนาการของเด็กๆอย่างต่อเนื่อง ก็เป็นความสุขของชีวิตแล้ว   จนกระทั่งวันที่ 14  มิถุนายน พ.ศ. 2550  ได้เกิดอาการโรคหัวใจกำเริบ  จึงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในจังหวัดนนทบุรี  และถึงแก่กรรมด้วยภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันในวันเดียวกัน สิริอายุได้  42 ปี  7 เดือน 13 วัน
                                                                             นายธเนศ  ขำเกิด     ผู้เรียบเรียง
                                                       
                                                                                         ข้อมูลอ้างอิง
              
หนังสือไว้อาลัยแด่ รศ.ดร.นภเนตร  ธรรมบวร  จัดพิมพ์โดย นิตยสาร
Mother & Care  พ.ศ. 2550
               รายการข้อมูลประวัติผลงานของ รศ.ดร.นภเนตร  ธรรมบวร  พ.ศ.2550