:) โอลิมปิก 2008 "ปักกิ่ง เกมส์" 8-24 ส.ค. 2551 :)


กีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 29

ปักกิ่ง เกมส์ 2008 ครั้งที่ 29 ที่จะเริ่มการแข่งขันระหว่างวันที่ 8 - 24 สิงหาคม 2551 การแข่งขันกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติครั้งที่ 29 หรือ โอลิมปิก เกมส์ ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 8-24 สิงหาคม 2551

 จีนนำชื่ออักขระตัวแรกของประเทศต่างๆ มาแปลงเป็นภาษาจีนก่อนจัดเรียงใหม่ ทำให้นักกีฬาไทยเตรียมเดินเข้าสู่สนามรังนกในลำดับที่ 146 จากทั้งหมด 205 ประเทศ
       พิธีเปิดการแข่งขันปักกิ่งเกมส์มีสีสันขึ้นเป็นลำดับ นอกจากที่แฟนๆ ให้ความสนใจอยากรู้ว่าการแสดงในพิธีเปิดจะออกมาได้ประทับใจชาวโลกมากน้อยแค่ไหนแล้ว จีน ยังปรับเปลี่ยนลำดับการเดินพาเหรด ซึ่งปกติจะเรียงตามตัวอักษรภาษาอังกฤษ แต่คราวนี้ในคืนวันที่ 8 สิงหาคม ปี 2008 กรีซ ประเทศซึ่งจัดกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติเป็นครั้งแรก ได้รับเกียรติให้เดินเข้าสู่ Bird's Nest เป็นชาติแรก
        จากนั้นก็จะตามมาด้วย กินี (Guinea) ซึ่งอักขระตัวแรกสามารถแปลงเป็นภาษาจีนว่า "จี" (Ji) ซึ่งมี 2 ขีด จึงได้เดินเข้าสนามเป็นชาติที่สอง และก็ตามมาด้วย กินี-บาสซู, ตุรกี, เติร์กเมนิสถาน ส่วน ไทย ที่มีชื่อจีนว่าไท้กั๋วโดยมีอักขระตัวแรก คือ "ไท้" ซึ่งมี 10 ขีด จึงได้เดินเข้าสนามเป็นลำดับที่ 146 ตามหลัง ตูนิเซีย และเดินออกมาก่อน อียิปต์ ส่วน แซมเบีย ที่มีชื่อจีนว่าจ้านปี่ย่าคือ มีตัวจ้าน” (Zan) ซึ่งเป็นอักขระที่มีถึง 16 ขีด นักกีฬาจึงเดินออกมาเป็นลำดับที่ 204 ก่อนที่ จีน เจ้าภาพจะเดินเข้าสู่สนามกีฬาแห่งชาติในกรุงปักกิ่ง เป็นขบวนสุดท้าย (หมายเหตุ : ถ้าอักขระเหมือนกันจะเลื่อนมานับอักขระตัวที่สองต่อไป)
        ส่วน สองชาติเกาหลี ยังไม่มีการเดินพาเหรดออกมาร่วมกันแต่อย่างใด โดย เกาหลีใต้ มีคิวเดินสู่สนามในปักกิ่งลำดับที่ 177 ตามหลัง โปรตุเกส ขณะที่ เกาหลีเหนือ เดินสู่สนามในลำดับที่ 178 ก่อนที่ ฟิจิ, แคเมอรูน, มอนเตเนโกร และ ชิลี จะพาเหรดกันออกมาตามลำดับ

ประวัติของกีฬาโอลิมปิก

       ก่อนหน้าคริสตกาลกว่า 1,000 ปี การแข่งขันกีฬาได้ดำเนินการกันบนยอดเขา "โอลิมปัส" ในประเทศกรีก โดยนักกีฬาจะต้องเปลือยกายเข้าแข่งขันเพื่อประกวดความสมส่วนของร่างกาย และยังมีการต่อสู้บางประเภทเช่น กีฬาจำพวกมวยปล้ำ เพื่อพิสูจน์ความแข็งแรง ผู้ชมมีแต่เพียงผู้ชายห้ามผู้หญิงเข้าชม ดังนั้นผู้ชมจะต้องขึ้นไปบนยอดเขา ครั้นต่อมามีผู้นิยมมากขึ้นสถานที่บนยอดเขาจึงคับแคบเกินไปจึงทำให้ไม่เพียงพอที่จุทั้งผู้เล่นและผู้ชมได้ทั้งหมด ดังนั้น ในปีที่ 776 ก่อนคริสตกาลชาว

กรีกได้ย้ายที่แข่งขันกันที่เชิงเขาโอลิมปัสและได้ปรับปรุงการแข่งขันเสียใหม่ให้ดีขึ้น โดยให้ผู้เข้าเข่งขันสวมกางเกง พิธีการแข่งขันจึงจัดอย่างมีระเบียบเป็นทางการมีจักรพรรดิมาเป็นองค์ประธาน อนุญาตให้สตรีเข้าชมการแข่งขันได้แต่ไม่อนุญาตให้เข้าแข่งขัน ประเภทกรีฑาที่มีการแข่งขันที่ถือเป็นทางการในครั้งแรกนี้มีกีฬาอยู่ 5 ประเภท คือ การวิ่ง กระโดด มวยปล้ำ พุ่งแหลนและขว้างจักรผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งๆ จะต้องเล่นทั้ง 5 ประเภท โดยผู้ชนะจะได้รับรางวัลคือมงกุฎที่ทำด้วยกิ่งไม้มะกอกซึ่งขึ้นอยู่บนยอดเขาโอลิมปัสนั่นเอง และได้รับเกียรติเดินทางท่องเที่ยวไปทุกรัฐในฐานะตัวแทนของพระเจ้า และการแข่งขันได้จัดขึ้น ณ เชิงเขาโอลิมปัส แคว้นอีลิสที่เดิมเป็นประจำทุกๆ สี่ปี และถือปฏิบัติต่อกันมาโดยไม่เว้น เมื่อถึงกำหนดการแข่งขันทุกรัฐจะต้องให้เกียรติหากว่าขณะนั้นกำลังทำสงครามกันอยู่จะต้องหยุดพักรบ และมาดูนักกีฬาของตนแข่งขันหลังจากเสร็จจากการแข่งขันแล้วจึงค่อยกลับไปทำสงครามกันใหม่ ประเภทของการแข่งขันได้เปลี่ยนแปลงไปบ้างในระยะต่อๆ มา โดยมีการพิจารณาและลดประเภทของกรีฑาเรื่อยมา อย่างไรก็ดีในระยะแรกๆ นี้กรีฑา 5 ประเภทดังกล่าวจัดแข่งขันกันในครั้งแรก ก็ยังได้รับเกียรติให้คงไว้ ซึ่งเรียกกันว่าเพ็นตาธรอน หรือปัญจกรีฑา ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการรำลึกถึงกำเนิดของกรีฑา ในปัจจุบันก็ยังมีการแข่งขันกันอยู่ แต่ประเภทของปัญจกรีฑาได้เปลี่ยนตามยุคและกาลสมัย       
       การแข่งขันได้ดำเนินติดต่อกันมานับเป็นเวลาถึง 1,200 ปี จนมาในปี ค.ศ. 393 จักรพรรดิธีโอดอซิดุช แห่งโรมัน ได้ทรงประกาศให้ยกเลิกการแข่งขันนั้นแสีย เพราะเกิดมีการว่าจ้างกันเข้ามาเล่นเพื่อหวังรางวัล และผู้เล่นปรารถนาสินจ้างมากกว่าการเล่นเพื่อสุขภาพของตน รวมทั้งมีการพนันขันต่ออันเป็นทางวิบัติซึ่งผิดไปจากวัตถุประสงค์เดิมคือ ผู้เข้าแข่งขันทั้งหลายต่างก็อยากได้ช่อลอเรลซึ่งเป็นรางวัลของผู้ชนะด้วยเหตุนี้เอง พระองค์จึงสั่งให้ล้มเลิกการแข่งขันที่เป็นประเพณีอันดีงามนี้ตลอดระยะเวลาที่มีการแข่งขันนั้น ได้จัดขึ้นบริเวณ ณ ที่แห่งเดียวเชิงเขาโอลิมปัส แคว้นอีลิสจึงเรียกการแข่งขันตามชื่อของสถานที่นั้นว่า "การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก"       
       หลังจากโอลิมปิกโบราณได้ล้มเลิกไปเป็นเวลาถึง 15 ศตวรรษ โอลิมปิกยุคใหม่เกิดขึ้น โดยมีนักกีฬาคนสำคัญของฝรั่งเศสชื่อ "บารอน ปิแอร์ เดอ ดูเบอร์แตง" ท่านขุนนางผู้นี้เกิดในกรุงบารีสเมื่อ 1 มกราคม 2406 สนใจประวัติศาสตร์ ปัญหาการเมืองและสังคมในปี พ.ศ. 2432 ท่านอายุได้ 26 ปี ได้เกิดความคิดที่จะฟื้นฟูการแข่งขันโอลิมปิก ซึ่งได้ล้มเลิกมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 936 (ค.ศ. 393) โดยติดต่อกับบุคคลสำคัญของประเทศอังกฤษ อเมริกา และฝรั่งเศสเป็นเวลาถึง 4 ปี ในที่สุดได้เปิดการประชุมอันไม่เป็นทางการขึ้นที่ตำบลซอร์บอนน์ ในกรุงปารีส เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2435 และประกาศ ณ ที่นั้นว่าการแข่งขันโอลิมปิกซึ่งได้หยุดมานานกว่า 15 ศตวรรษ จักได้ฟื้นขึ้นใหม่เป็นการปัจจุบัน และแผนการของงานโอลิมปิกปัจจุบันนั้นได้เป็นที่ตกลงกันในที่ประชุมจำนวน 15 ประเทศ ณ ตำบลซอร์บอนน์ ประเทศฝรั่งเศส คณะกรรมการผู้ริเริ่มได้ลงมติว่ามิให้ทำการเปิดการแข่งขันโอลิมปิกปัจจุบันขึ้น โดยกำหนด 4 ปีต่อ 1 ครั้งและให้หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันไปเป็นเจ้าภาพระหว่างประเทศเครือสมาชิก แต่การเปิดแข่งขันครั้งแรกให้เริ่ม ณ กรุงเอเธนส์ใน ค.ศ. 1896(พ.ศ. 2439) เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งการกำเนิดกีฬาโอลิมปิกเมื่อครั้งโบราณ จากนั้นเป็นต้นมาการแข่งขันและวิธีเล่นกรีฑาก็พัฒนาไปอย่างกว้างขวาง และการแข่งขันทุกๆ ครั้งให้ถือเอากรีฑาเป็นกีฬาหลัก ซึ่งจะขาดเสียมิได้ในการแข่งขันแต่ละครั้ง
       การที่จะกำหนดว่าประเทศใดจะได้เป็นเจ้าภาพในครั้งต่อไป ณ สถานที่ที่ทำการแข่งขันครั้งสุดท้ายดำเนินอยู่นั้นเองคณะกรรมการโอลิมปิกสากลจะเข้าประชุมพิจารณาในบรรดาประเทศสมาชิกที่เสนอขอจัดและมีอำนาจเด็ดขาดที่จะลงมติให้ประเทศใดเป็นเจ้าภาพ ซึ่งจะประกาศให้ทราบเป็นทางการในวันพิธีเปิดการแข่งขันครั้งสุดท้ายนั้น ประเทศที่ได้รับพิจารณาให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ถือได้ว่าเป็นเกียรติอย่างสูงที่ได้รับความไว้วางใจ อันก่อให้เกิดความภาคภูมิใจต่อปวงชนทั้งประเทศ
        ในปัจจุบันประเทศทั่วโลกเป็นสมาชิกของโอลิมปิก 197 ประเทศ แต่บางประเทศไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขันเพราะเป็นประเทศเล็กขาดความพร้อมในเรื่องตัวนักกีฬาท่ายนบารอน ปิแอร์เดอ ดูเบอร์แตงไม่ให้นิยามการเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกว่า ผู้เข้าร่วมการแข่งขันไม่เลือกผิวพรรณ ศาสนา ลัทธิการปกครองแต่อย่างใดความหมายการแข่งขันเพื่อให้นักกีฬาชาติต่างๆ ได้มาร่วมชุมนุมกัน ตัวนักกีฬาเปรียบเสมือนทูตสันถไมตรีส่งมาเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ ร่วมเล่นสนุกสนานด้วยความเห็นอกเห็นใจ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นตลอดทั้งสร้างความเข้าใจอันดีต่อกัน อันนำมาซึ่งความสามัคคีและเพื่อสันติภาพของโลก การแพ้หรือชนะไม่ใช่สิ่งสำคัญ แต่สิ่งสำตัญที่สุดคือ "การเข้าร่วม
       รางวัลของการแข่งขัน ในสมัยโบราณผู้ที่ชนะจะได้รับการสรรเสริญมาก รางวัลที่ให้แก่ผู้ชนะในสมัยนั้นคือกิ่งไม้มะกอกซึ่งตัดมาจากยอดเขาโอลิมปัส อันเป็นที่สิงสถิตของพระเจ้าซีอูซ แล้วทำเป็นวงคล้ายมงกุฎจักรพรรดิจะเป็นผู้พระราชทานครอบลงบนศรีษะของผู้ชนะนั้นๆ พร้อมทั้งได้สร้างอนุสาวรีย์ไว้ให้ชนรุ่นหลังศึกษาและชื่นชมต่อไปสำหรับการแข่งขันโอลิมปิกสมัยปัจจุบันแบ่งรางวัลเป็นสามระดับ คือเหรียญทอง เหรียญเงิน และเหรียญบรอนซ์ ให้แก่ผู้ชนะเลิศ ผู้ชนะเลิศที่สอง และที่สามตามลำดับ ส่วนที่สี่ไปถึงอันดับที่ 6 จะได้ประกาศนียบัตรการเข้าร่วมการแข่งขันโคมไฟโอลิมปิก เมื่อมีการแข่งขันโอลิมปิกจะมีการจุดไฟขึ้นสว่างไสว ในสมัยก่อนไม่มีไฟฟ้าจึงจุไฟกองใหญ่ขึ้นบนยอดเขาโอลิมปัส เพื่อเป็นสัญญาณ
       ประกาศให้คนทั่วไปทราบว่าการเฉลิมฉลองได้เริ่มขึ้นแล้ว การจุดไฟเริ่มแรกนั้นเขาทำพิธีกันบนยอดเขาโอลิมปัส ใช้แว่นรวมแสงของดวงอาทิตย์พุ่งไปยังเชื้อเพลิงเมื่อเกิดไฟแล้วจึงนำตะเกียงต่อเอาไว้ส่วนไฟกองใหญ่จะคงลุกโชติช่วงต่อไปจนตลอดงานฉลอง ส่วนตะเกียงนั้นจะมีการวิ่งถือไปทั่วทุกนครรัฐด้วยการส่งต่อกันไปเป็นทอดๆ จากนักวิ่ง คนละ 2 ไมล์หากผ่านทะเลหรือแม่น้ำก็จะลงเรือข้ามฟากโดยไฟไม่ดับ ไฟนี้ชาวกรีก ถือว่าเป็นไฟศักดิ์สิทธิ์ และความสงบสุขของชาวกรีก ซึ่งพระเจ้าจะทรงพระพิโรธต่อบุคคลที่ไม่สนใจในกิจการนี้โอลิมปิกปัจจุบันก็ยังคงรักษาประเพณีเรื่องการจุดไฟไว้ดังเดิมทุกประการ กล่าวคือก่อนจะมีการแข่งขันจะมีพิธีจุดไฟ ณ เขาโอลิมปัส ผู้จุดคือสาวพรหมจารีย์ผู้บริสุทธิ์เป็นผู้ต่อไฟจากแว่นรวมแสงของดวงอาทิตย์ด้วยคบเพลิง และไฟนี้จะถูกแจกจ่ายไปยังประเทศสมาชิกทั่วโลก และข้ามน้ำข้ามทะเลไปสู่ประเทศเจ้าภาพ และมีการวิ่งถือคบเพลิงส่งต่อกันไปจุดที่กระถางใหญ่บริเวณงานในวันแรกของพิธีเปิดการแข่งขัน ไฟจะต้องไม่ดับตั้งแต่เริ่มจุด ณ ภูเขาโอลิมปัส จนกระทั่งกว่าจะสิ้นสุดการแข่งขันโอลิมปิกในครั้งนั้นๆ ธงโอลิมปิกมีผืนธงเป็นสีขาว ขนาดมาตรฐานยาว 3 เมตร กว้าง 2 เมตร ส่วนเครื่องหมายห้าห่วงคล้องกันอยู่บนกลางธง ขนาด 2 เมตร คูณ 0.60 เมตร มีสีฟ้า สีเหลือง สีดำ สีเขียว สีแดง ตามลำดับจากซ้ายไปขวา คล้องไขว้กันอยู่ตรงกลางสองแถว แถวบน 3 ห่วงแถวล่าง 2 ห่วง ห่วงสีที่คล้องกันอยู่ตรงกลางธงบนพื้นธงสีขาว รวมเป็น 6 สี โดยแท้จริงแล้ว ห้าห่วงหมายถึง ห้าส่วนของโลกที่อยู่ในโอบอ้อมของ "โอลิมปิกนิยม" มิเจาะจงเป็นห้าทวีปในโลก อย่างที่เข้าใจกัน แต่บังเอิญห้าทวีปนี้ก็เป็นห้าส่วนของโลกก็เลยอนุโลมกันไปเช่นนั้น ส่วนสีที่ห่วง 5 สี มิได้หมายถึงสีประจำทวีป ซึ่งสีทั้งหมด 6 สี รวมทั้งสีขาวที่เป็นพื้นธง หมายความว่าธงชาติของประเทศต่างๆ ในโลกประกอบด้วยสีใดสีหนึ่งหรือกว่านั้นในจำนวนหกสีนั้น และไม่มีธงชาติของประเทศใดที่มีสีนอกเหนือไปนอกจากหกสีนี้
                                            กีฬาโอลิมปิก  จัดขึ้นทุก 4 ปี
 ที่มา การกีฬาแห่งประเทศไทย

  ขอบคุณและอ่านเพิ่มเติมhttp://www.manager.co.th/Sport/ViewNews.aspx?NewsID=9510000093236

 

หมายเลขบันทึก: 199479เขียนเมื่อ 8 สิงหาคม 2008 05:38 น. ()แก้ไขเมื่อ 23 มิถุนายน 2012 10:29 น. ()สัญญาอนุญาต: จำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (12)

สวัสดีจ้ะ ตื่นมานั่งทำงานตอนเช้า วันนี้ที่สุพรรณฯฝนตกพรำๆน่านอนชะมัด แอบมารับความรู้ ซึ่งเรื่องพวกนี้พี่ไม่กระดิกหูเลย

  • อรุณสวัสดิ์
  • นำความ ชุ่มช่ำมาฝาก

ติดตามได้ทันเหตุการณ์จริงๆ ... ข้าน้อยขอน้อมคาราวะ...

           

P

พี่NONGYAO - CHAMCHOYคะ

วันนี้ที่นี่ ฝนพรำเล็กๆค่ะ

        ชอบค้นคว้า  เลยเก็บเอามาให้ทุกๆคนอ่านเล่นๆค่ะ

           ขอบคุณค่ะ

                                สุขมากมายนะคะ

P

ขอบคุณค่ะ ท่าน ผอ.ประจักษ์

           ที่แวะมาเยี่ยมเยียนเสมอๆ

                     มีแต่สิ่งดีๆนะคะ

                                 สุขภาพแข็งแรง  ด้วยความเคารพค่ะ

             

P

ดีค่ะ คุณครูอภิชัย

     สบายดีนะคะ

           ขอบคุณ  ที่แวะมาทักทายเสมอๆ

                    ข้าน้อย  ก็พอทราบนิดหน่อย  ประมาณนั้น

                     มีความสุขมากมาย  นะคะ:)

เจ้าภาพโอลิมปิก 

เอเธนส์ ประเทศกรีซ  เจ้าภาพปี ค.ศ. ๑๘๙๖
 ปารีส ประเทศฝรั่งเศส  เจ้าภาพปี ค.ศ. ๑๙๐๐
 เซนต์หลุยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา  เจ้าภาพปี ค.ศ. ๑๙๐๔
 ลอนดอน ประเทศอังกฤษ  เจ้าภาพปี ค.ศ. ๑๙๐๘
 สตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน  เจ้าภาพปี ค.ศ. ๑๙๑๒
 แอนต์เวิร์ป ประเทศเบลเยียม เจ้าภาพปี ค.ศ. ๑๙๒๐
 ปารีส ประเทศฝรั่งเศส  เจ้าภาพปี ค.ศ. ๑๙๒๔
 อัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์  เจ้าภาพปี ค.ศ. ๑๙๒๘
 ลอสแองเจลีส ประเทศสหรัฐอเมริกา  เจ้าภาพปี ค.ศ. ๑๙๓๒
 เบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี  เจ้าภาพปี ค.ศ. ๑๙๓๖
 ลอนดอน ประเทศอังกฤษ  เจ้าภาพปี ค.ศ. ๑๙๔๘
 เฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์  เจ้าภาพปี ค.ศ. ๑๙๕๒
 เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย  เจ้าภาพปี ค.ศ. ๑๙๕๖
 โรม ประเทศอิตาลี  เจ้าภาพปี ค.ศ. ๑๙๖๐
 โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น  เจ้าภาพปี ค.ศ. ๑๙๖๔
 เม็กซิโกซิตี ประเทศเม็กซิโก  เจ้าภาพปี ค.ศ. ๑๙๖๘
 มิวนิก ประเทศเยอรมนีตะวันตก เจ้าภาพปี ค.ศ. ๑๙๗๒
 มอนทรีออล ประเทศแคนาดา  เจ้าภาพปี ค.ศ. ๑๙๗๖
 มอสโก ประเทศสหภาพโซเวียต  เจ้าภาพปี ค.ศ. ๑๙๘๐
 ลอสแองเจลีส ประเทศสหรัฐอเมริกา  เจ้าภาพปี ค.ศ. ๑๙๘๔
 โซล ประเทศเกาหลีใต้  เจ้าภาพปี ค.ศ. ๑๙๘๘
 บาร์เซโลนา ประเทศสเปน  เจ้าภาพปี ค.ศ. ๑๙๙๒
 แอตแลนต้า ประเทศสหรัฐอเมริก  เจ้าภาพปี ค.ศ. ๑๙๙๖
 ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย  เจ้าภาพปี ค.ศ. ๒๐๐๐
 ค.ศ. ๒๐๐๔ คือ เอเธนส์ ประเทศกรีซ 
 ค.ศ. ๒๐๐๘ คือ ปักกิ่ง  ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน

http://www.sarakadee.com/web/modules.php?name=News&file=article&sid=405

สัญลักษณ์กีฬาโอลิกปิก 2008 ถูกตั้งชื่อว่า "ปักกิ่งเริงระบำ" จำลองรูปแบบจากตราประทับจีนโบราณ ซึ่งตราประทับนี้ส่วนพื้นเป็นสีแดง ส่วนอักษรแกะสลักเป็นตัว "จิง" ซึ่งหมายถึง "เป่ยจิง (ปักกิ่ง)" อีกทั้งมีลักษณะคล้ายตัวอักษร "เหวิน" ซึ่งหมายถึงอารยธรรมที่สืบถอดมายาวนานของชนชาติจีน นอกจากนั้น ตัวอักษรที่ปรากฏยังเป็นลักษณะท่าทางของคนที่วิ่งไปข้างหน้าขณะกำลังยินดีที่ได้รับชัยชนะ

         ด้านล่างตราประทับเป็นอักษรภาษาอังกฤษที่เขียนจากปลายพู่กันจีน คำว่า "Beijing 2008" ถัดลงไปเป็นสัญลักษณ์ 5 ห่วงของโอลิมปิก

                                

ข้อมูลดีมากครับ เอาไปทำรายงานได้ แถมมีเพลงอีกด้วย ขอบคุนมากครับ

ไม่มีรูป

ขอบคุณค่ะคุณ-

            ดีใจค่ะ   ที่บันทึกนี้มีคุณค่า

                     ขอบคุณมากมายนะคะ

                              มีแต่สิ่งดีๆ

ข่าวการเปิดกีฬาโอริมปิกมีประโยชน์มากค่ะ ชอบค่ะ

ไม่มีรูป

ขอบคุณนะคะauif

ที่แวะมาทักทาย

ขอบคุณค่ะ   มีแต่สิ่งดีๆนะคะ:)

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี