โครงงานกับโครงการ
ทุกปีเด็กนักเรียนจะต้องทำโครงงานวิทยาศาสตร์ส่งกลุ่มละ 3 คน สิ้นปีจะได้โครงงาน ไม่ต่ำกว่า 30 โครงงาน ทำทั้งกระบวนการเปิดโอกาสให้คิดด้วยตัวเองตั้งแต่ขั้นตอนแรก ให้เด็กส่งงานเป็นระยะ ๆ ครูต้องมีเวลาอ่านและแนะนำนักเรียน วันนั้นสอนม.3 กำลังจะสั่งให้ทำโครงงานอยู่เลย มีเสียงหนึ่งแทรกขึ้นมา “ครูครับ ผมไม่อยากทำโครงงาน” อีกสองคนก็เลยสนับสนุน “หนูก็ไม่อยากทำค่ะ เมื่อก่อนทำวิชาครูวิชาเดียว แต่เดี๋ยวนี้ทำหลายวิชาไม่ไหวแล้วค่ะ” “งานเยอะมากเลยค่ะ หนูทำไม่ทันเลย” เมื่อเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นต้องคิดแล้วว่า จะแก้ปัญหาอย่างไร ในเมื่อชิ้นงานรวมของเราคือโครงงาน แต่ไม่เป็นไร งั้นเปลี่ยนชิ้นงานสำหรับ ม.3 ก็ได้ ให้ทำคล้าย ๆ กับโครงงาน วันนั้นเด็ก ม.3 ก็ได้ชิ้นงานใหม่ไปทำ คือ การเขียนโครงการ และการรายงานผลโครงการ (จริง ๆ แล้วก็ไม่แตกต่างกันมากนักหรอก) ตอนนั้นสอนเรื่องระบบนิเวศ พอดีเลย จัดการให้เด็กแบ่งกลุ่ม 2 กลุ่ม กลุ่มละ 8 คน กับกลุ่มละ 9 คน (ทั้งห้องมี 17 คนเอง) แล้วเปิดโอกาสให้เด็กคิดว่าจะพัฒนาระบบนิเวศในท้องถิ่นอย่างไร เด็กยกตัวอย่างสถานที่ที่จะพัฒนาและวิธีการมาหลายความคิด (แต่ครูกลัวความลำบากในการออกไปตรวจให้คะแนนในแหล่งต่าง ๆ ที่นักเรียนนำเสนอ) เลยเชื่อมโยงความคิดกลับเข้าสู่บริเวณโรงเรียน ให้เขาสำรวจบริเวณโรงเรียนที่ควรพัฒนา สุดท้ายก็ได้ บริเวณหลังอาคารเรียน และบริเวณสวนหย่อมหน้าห้องม.3 (โรงเรียนปรับปรุงอาคารเรียนทำให้บริเวณนั้นต้นไม้ตาย) เด็กได้โครงการมาแล้ว (1) โครงการพัฒนาระบบนิเวศในท้องถิ่น (สวนหย่อมสวนครัว) (2) โครงการพัฒนาระบบนิเวศในท้องถิ่น (ห้องเรียนและสวนหย่อมหน้าห้อง ม.3) สอนให้นักเรียนเขียนโครงการและรายงานผลโครงการ (สบายหน่อยพื้นฐานที่เราสอนการเขียนโครงร่างโครงงานวิทยาศาสตร์กับรายงานผลโครงงานวิทยาศาสตร์นำมาประยุกต์ใช้ได้)ให้เวลาเด็ก 2 ชั่วโมงเขียนโครงการ ให้เวลาในการปฏิบัติงานตามแผนที่วางไว้ 1 เดือน แล้วให้เขียนรายงานผลโครงการอีก 1 สัปดาห์ (ติดตามผลงานต่อเนื่อง 1 ภาคเรียน) ส่วนครูต้องอำนวยความสะดวกให้กับนักเรียน ขออนุญาตผอ.ใช้พื้นที่บริเวณดังกล่าว ขออนุญาตครูผู้สอนวิชา กอท.(งานเกษตร งานบ้าน) (แต่ก็บอกให้ครูผู้สอนกอท.สามารถ บูรณาการได้เลย แล้วครูกอท.ก็ใจดีอำนวยความสะดวกเรื่องเครื่องมือที่จะใช้และแนะนำรายละเอียดต่าง ๆ ให้เด็ก) เด็กได้อะไร...เด็กได้การทำงานเป็นกลุ่ม เด็กได้ฝึกปฏิบัติในสิ่งใกล้ตัวและสามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงของเขาได้ เด็กได้กระบวนการคิด แล้วที่สำคัญที่สุด เด็กมีความสุขกับการเรียนรู้ (ส่วนครูเหนื่อยหน่อยนะ ที่จะต้องแนะนำตลอดระยะเวลาในการทำงาน เป็นที่ปรึกษาที่ต้องรับฟังและหาทางออกที่ดีให้ และเหนื่อยหน่อยนะกับการประเมินในหน่วยนี้ แต่ก็เป็นหน้าที่อยู่แล้วไม่ใช่หรือ...) แล้วครูได้อะไร...ครูได้ความสุขจากการเห็นเด็กมีความสุขกับการเรียนรู้ (สำคัญที่สุดสำหรับครูแล้วไม่ใช่หรือ...)
สวัสดีค่ะ
ยินดีค่ะ
เทอมนี้จะขอ 4 ทุกวิชาโดยเฉพาะวิทยาศาสตร์
ผมขอ2ได้เปล่า
ทำโครงงานนี่ ครูจะเหนื่อยมากครับ เพราะไม่ใช่ปล่อยให้เด็กทำกันเอง
แต่ผลจากความเหนื่อย ก็เป็นความสุขจากความสำเร็จในการเรียนรู้ของเด็กครับ
เป็นแนวทางแก้ปัญหาที่น่าชื่นชมค่ะ ครูต้อยจะลองนำวิธีการไปทดลองใช้นะคะ
ขอบคุณค่ะ
ไม่เคยทำโครงงานเลยต้องเริ่มไงบ้างครับ