“ ในความเจ็บป่วยเป็นโรคอยู่ก็มีความสุขได้ เพราะเขาไม่ได้คิดหรือผูกติดอยู่เพียงแค่เรื่องโรคเพียงเรื่องเดียวในชีวิต”

                         ในยุคปฏิรูประบบสุขภาพทำให้เข้าใจเรื่องสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพในมุมมองของชาวบ้านแตกต่างจากมุมมองทางเนื้อหาวิชาการที่ได้เรียนมา  ในกรณีสุข  ทุกข์  หรือปัญหาในสภาพชีวิตจริงของชาวบ้านนั้นเมื่อก่อนเรายึดวิชาการ  นำทฤษฎีเข้ามาเป็นตัวค้นหาความสุข  ทุกข์  หรือปัญหาต่างๆในตัวบุคคลและครอบครัว  แล้วเราก็จะเป็นคนกำหนดปัญหาต่างๆให้เขาว่าเขาควรจะมีปัญหาแบบนี้ 1,2,3... เรียงลำดับมา ซึ่งปัญหาเหล่านั้น  เราหรือเจ้าหน้าที่เป็นผู้กำหนดให้เขาเห็นว่าน่าจะเป็นปัญหาสำคัญสำหรับเขา  เพราะสาธารณสุขตามที่เคยเรียนมานั้นให้ความสำคัญกับตัวความรู้  และคิดว่าเป็นปัจจัยหลักที่เรานำมาใช้แก้ปัญหาต่างๆ  แต่ในความเป็นจริงแล้วปัญหาที่เราค้นหาหรือกำหนดให้เขาอาจจะไม่ได้เป็นเรื่องสำคัญสำหรับเขาเลยเพราะตามสภาพชีวิตจริงของชาวบ้านไม่ได้มองเพียงแค่สุข  ทุกข์ ในมุมมองของวิชาการทางสาธารณสุขเท่านั้นว่าไม่เจ็บป่วยหรือไม่เป็นโรคคือความสุข  เมื่อเจ็บป่วยหรือเป็นโรคนั้นเป็นความทุกข์    ชาวบ้านเขาไม่ได้เอาฐานสาธารณสุขมาเป็นเกณฑ์ตัวชี้วัดในชีวิต  ชาวบ้านเขามองมากกว่านั้นมองไปถึงสภาพความเป็นอยู่   เรื่องปากท้อง  ภาวะทางสังคม  เศรษฐกิจ  ความดิ้นรนอยู่รอดในชีวิต  กินอิ่ม  นอนหลับ  ฯลฯ  หลากหลายองค์ประกอบในเรื่องราวของชีวิต    มีความเป็นพลวัต  ตามวิถีชีวิต  ตามบริบทของเขาเอง  เหล่านี้เป็นสิ่งบ่งบอกถึงความสุข-ทุกข์หรือปัญหาในสภาพชีวิตจริง  ของเขาต่างหาก  ยกตัวอย่างเช่น  หญิงตั้งครรภ์ท้องสองเป็นแม่บ้านสามีทำอาชีพรับจ้างทั่วไป  มาฝากครรภ์ที่โรงพยาบาล  ภายหลังจากผ่านกระบวนการให้การปรึกษาทั้งก่อน  และหลังทราบผลเลือด  เมื่อตนเองทราบผลเลือดว่าติดเชื้อ  HIV  ก็รู้สึกเสียใจอยากเอาลูกออกเพราะตอนที่ตั้งครรภ์ลูกคนแรกผลเลือดปกติลูกคนแรกแข็งแรงดี  มาครรภ์นี้กลัวลูกในครรภ์พิการ  กลัวลูกติดเชื้อ  แต่เมื่อหลังจากได้รับการให้คำปรึกษาและพูดคุยเกี่ยวกับโครงการดูแลหญิงตั้งครรภ์  หญิงหลังคลอดและครอบครัวที่ติดเชื้อ  HIV  แล้ว หญิงตั้งครรภ์รายนี้เลือกตั้งครรภ์ต่อด้วยความสมัครใจ  มีการป้องกันการแพร่เชื้อ  และกินยาต้านไวรัสสม่ำเสมอ  สามีก็สมัครใจเข้าร่วมโครงการและให้ความร่วมมือดี  และดูแลภรรยาดี   ต่อมาสมัครใจเปิดเผยผลเลือดเพื่อขอรับเงินช่วยเหลือจากทาง  อบต.  หญิงตั้งครรภ์รายนี้บอกว่า  ถึงแม้ตัวเองจะติดเชื้อแต่ก็ได้รับการดูแลจากสามีเป็นอย่างดี  ตอนนี้มีความสุขคิดถูกแล้วที่เลือกตั้งครรภ์ต่อ  ถึงแม้ว่าลูกในท้องจะติดเชื้อหรือไม่ก็ทำใจได้แล้วเพราะเขาก็เป็นลูกของเรา  และตอนนี้ทาง  อบต.ก็ช่วยเหลือดีมีเงินให้ทุกเดือน  บางครั้งก็มีของมาบริจาค  จะเห็นได้ว่าถึงแม้เขาจะติดเชื้อHIV  แต่เขาก็มีความสุขได้ ตามสภาพความเป็นอยู่  ตามบริบทที่เขามีอยู่  เพราะสุข  ทุกข์  หรือปัญหาในสภาพชีวิตของเขาไม่ได้มองเพียงแต่ทางด้านสุขภาพอย่างเดียว  ภายหลังลูกเกิดมาแล้วครบอายุต้องตรวจเลือดดูว่าติดเชื้อหรือไม่  ผลออกมาว่าลูกไม่ติดเชื้อ ทำให้เขาดีใจและมีความสุขเกินความคาดหวังเพราะทั้งๆที่เขาทำใจแล้วว่าลูกที่เกิดมาถ้าติดเชื้อเขาก็สามารถรับและเลี้ยงดูได้  ฐานะทางการเงินก็ไม่ขัดสนเพราะมีนมผสมจาก รพ.ให้ฟรี  และยังได้รับเงินช่วยเหลือจาก  อบต.  และสามีก็ยังสามารถทำงานได้

ในความเจ็บป่วยเป็นโรคอยู่ก็มีความสุขได้  เพราะเขาไม่ได้คิดหรือผูกติดอยู่เพียงแค่เรื่องโรคเพียงเรื่องเดียวในชีวิต