"สุชาติ" ยอมรับปัญหาการเมืองถือเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่บั่นทอนเศรษฐกิจ ระบุทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน เร่งสร้างความสมานฉันท์ เติมความเชื่อมั่น กระตุ้นให้เกิดการลงทุน
นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รมช.คลัง กล่าวภายหลังการเข้าทำงานวันแรก (6 สิงหาคม) ที่กระทรวงการคลังว่าสามารถทำงานได้ทุกด้านตามที่ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง มอบหมาย โดยส่วนตัวมีความเชี่ยวชาญในการประสานนโยบายด้านการเงินการคลัง และนโยบายด้านพลังงาน ส่งเสริมความเชื่อมั่น เพื่อให้เกิดการลงทุนในระยะต่อไป ภาคการท่องเที่ยวขยายตัวมากขึ้น และเศรษฐกิจประเทศดีขึ้น ทั้งนี้ คาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือจีดีพีปีนี้อาจโต 4-5% ซึ่งช่วงครึ่งปีหลังมีปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือปัญหาความไม่แน่นอนด้านการเมือง ที่จะต้องเร่งให้เกิดความสมานฉันท์ เพราะปัญหาการเมืองอาจจะส่งผลกดดันให้เศรษฐกิจไทยปีนี้โต ได้แค่ 3-4%
นอกจากนี้มองว่ารัฐบาลมีหน้าที่ทำให้ประชาชนมีรายได้มาก ต้องสร้างรายได้ให้ประชาชน โดย 6 มาตรการ 6 เดือนที่ออกไปนั้นเป็นมาตรการที่ผ่อนคลายอัตราเงินเฟ้อ ลดรายจ่ายจากต้นทุนโดยตรง โดยรายได้ที่ต้องสูญเสียไปกับมาตรการดังกล่าว 4.6 หมื่นล้านบาท แต่จะทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบถึง 8 หมื่นล้านบาท จีดีพีขยายตัวเพิ่ม 0.8% และมีรายได้จากภาษีคืนกลับมาถึง 1.2 หมื่นล้านบาท หลังจากนี้ก็จะติดตามเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด และจะแถลงให้ทราบทุกสัปดาห์ว่าต้องเร่งดูแลเรื่องใดยังขาดอะไร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงบ่ายวันเดียวกัน น.พ.สุรพงษ์ได้ประชุมร่วมกับ รมช.คลังทั้งหมดพร้อมทั้งจัดการแบ่งงานรัฐผิดชอบทันทีโดยนายพิชัย นริพทะพันธุ์ นั้นให้ดูแลกรมสรรพสามิตและกรมธนารักษ์ ส่วน นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช จะดูแลกรมบัญชีกลางและสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ขณะที่นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ จะดูแลสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเพิ่มเข้ามาอีกหน่วยงานหนึ่ง ส่วนหน่วยงานรัฐวิสาหกิจอยู่ระหว่างดูความเหมาะสม ส่วน นพ.สุรพงษ์จะดูแลสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และทำงานในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีประสานงานกับรัฐมนตรีเศรษฐกิจมากขึ้น
น.พ.สุรพงษ์กล่าวว่า ได้หารือกับนายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีแล้วซึ่งมีแนวคิดเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจไปในทิศทางเดียวกันที่ต้องเร่งสร้างรายได้ ดูแลเงินเฟ้อที่มาจากต้นทุนพลังงาน ต้องส่งเสริมให้เกิดการประหยัดพลังงาน รวมถึงการออกชุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงต่อไป
แนวหน้า ไทยรัฐ ไทยโพสต์ โพสต์ทูเดย์
มติชน แนวหน้า ข่าวสด กรุงเทพธุรกิจ 7 ส.ค. 2551