แพรภัทร
ผู้ช่วยศาตราจารย์ แพรภัทร ยอดแก้ว

ธรรมเอกเขนก : วิฑูฑภะ


ถ้าเขามาทำเราแค้น แสดงว่าเขาทำกรรมแล้ว เดี๋ยวกรรมก็จัดการกับเขาเอง ไม่ใช่หน้าที่ของเราจะต้องไปจัดการ เรามีหน้าที่แค่จัดการกับใจเราอย่าให้ไปแค้นเขา เพราะเราจะทุกข์เอง ถ้าเราให้อภัยได้ เราเองนั่นแหละที่เป็นคนสบายใจ

แสงฉานชอบดูหนังจีนกำลังภายในมาก เวลามาคุยกับล้อมโชคก็จะเล่าเรื่องหนังให้ฟัง หนังจีนมีคำคมอยู่เรื่อยๆ แสงฉานก็ชอบเอามาพูด "ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา ลูกผู้ชายฆ่าได้ หยามไม่ได้"

วันนี้มาอีก  "บุญคุณต้องทดแทน แค้นต้องชำระ" ล้อมโชคฟังแล้วสนุกไปด้วย เพราะบางเรื่องก็สนุกดี วันนี้ล้อมโชคบอกว่ามีเรื่องจะเล่าให้แสงฉานฟังมั่ง เป็นเรื่องในอรรถกถา (คำอธิบายพระไตรปิฎก)

แสงฉานได้ยินคำว่า อรรถกถาก็หูผึ่ง  ถามว่า "เหมือนคัมภีร์กระบี่หิมะโดดเดี่ยว หรือคัมภีร์มีดบิน หรือเหมือนพระถังซัมจั๋ง"

ล้อมโชคบอกว่าชื่อ วิฑูฑภะ แสงฉานก็หงายหลังตึง

"วิฑูฑภะนี่เกิดมาได้หรือได้มาเกิดก็เพราะพระราชาอยากทำบุญ"  ล้อมโชคเล่า แสงฉานหัวเราะหะหะ

 

พระเจ้าปเสนทิโกศล เป็นพระราชาของเมืองสาวัตถี  ตอนเช้าเห็นพระสงฆ์เป็นร้อยๆ รูปเดินไปบ้านเศรษฐีคนนั้นคนนี้เพื่อฉันอาหาร  พระองค์เกิดอยากจะเลี้ยงพระมั่ง เลยไปเฝ้าพระพุทธเจ้า  ทูลนิมนต์ไปเสวยอาหารในวัง ๗ วัน พอวันที่ ๗ ก็ทูลพระพุทธเจ้าว่า ให้เสด็จทุกวัน

พระพุทธเจ้าตรัสว่า ไม่ได้หรอก เพราะว่าธรรมดาพระพุทธเจ้าย่อมไม่รับอาหารประจำที่เดียว เพราะประชาชนเป็นจำนวนมากต้องการให้พระพุทธเจ้าไปที่บ้านของตัวเองเหมือนกัน พระราชาเลยขอให้พระพุทธเจ้าส่งผู้แทนพระองค์ไป  พระพุทธเจ้าจึงให้เป็นหน้าที่ของพระอานนท์ พระราชาเลี้ยงพระเองนะ เลี้ยงอยู่ ๗ วัน พอวันที่ ๘ ก็ลืม

อ้าว อดข้าวสิแสงฉานโวย

ใช่ พอพระองค์นึกขึ้นมาได้ ก็เสด็จไปล่ะ แต่พระก็กลับไปหลายรูปแล้ว วันต่อมาก็เหมือนเดิม ลืมอีก พระก็กลับไปอีก พอวันที่สามลืมอีก ทีนี้พระกลับหมดเลย เหลือพระอานนท์รูปเดียวคอยอยู่"

มีหน้าที่เลยกลับไม่ได้ หิวแย่ สำหรับแสงฉานแล้ว เรื่องกินเรื่องใหญ่

พระราชาเห็นพระอานนท์อยู่องค์เดียว น้อยใจ  พอเลี้ยงพระอานนท์เสร็จ ก็ไปเฝ้าพระพุทธเจ้า บ่นน้อยใจว่า พระสงฆ์กลับหมด  ไม่เอื้อเฟื้อรักษาศรัทธาของพระองค์เลย

 อ้าว ไหงงั้นล่ะแสงฉานหงุดหงิด  แต่พระพุทธเจ้าทรงรู้เหตุการณ์แหละ ท่านไม่ได้ว่าอะไร เพียงแต่ตอบไปว่า พระสงฆ์คงจะไม่คุ้นเคยกับราชสกุล  ถึงได้ทำอย่างนี้

พระราชาคิดอยากให้พระสงฆ์คุ้นเคย  เลยหาอุบายว่า ถ้าพระองค์ได้เป็นพระญาติกับพระพุทธเจ้าได้  พระสงฆ์คงจะคุ้นเคย เลยส่งสาส์นไปขอเจ้าหญิงจากศากยวงศ์   ซึ่งเป็นวงศ์ของพระพุทธเจ้าที่เมืองกบิลพัสดุ์ ขอมาเป็นมเหสี

ทีนี้ทางเมืองกบิลพัสดุ์ก็ยุ่งละซี  เพราะสมัยนั้นเขาถือตระกูลกัน มีชั้นสูง ชั้นสูงกว่า อะไรนี่ พวกศากยวงศ์ถือตัว ว่าตัวเองสกุลสูงกว่าพระเจ้าปเสนทิโกศล  แต่จะไม่ให้ก็กลัว เพราะทางการเมืองนี่  แคว้นโกศลมีอำนาจมากกว่า  แต่จะให้ก็กลัวสกุลของตัวจะไปปนกับเลือดสกุลอื่นที่ต่ำกว่าซะอีก

โอย ยุ่งชะมัดแสงฉานเวียนหัว บ่นว่า มิยินเรื่อง มิเวียนหัว 

"ในที่ประชุม มีเจ้าชายองค์หนึ่งชื่อ ท้าวมหานาม บอกว่าตัวเองมีลูกสาวคนหนึ่ง ชื่อ วาสภขัตติยา  เกิดจากนางทาส ลูกสาวคนนี้สวยมาก จะยกนางให้ไป ที่ประชุมก็เห็นชอบ"

แหม ลำบากจังนะ สงสารผู้หญิง แสงฉานว่า  "เหมือนในหนังจีนเปี๊ยบเลย ไม่เคยถามผู้หญิงเลย  

ก็บุญคุณต้องทดแทนไง" ล้อมโชคว่าแล้วเล่าต่อ  เวลาจะให้ไปนี่  ทางทูตของพระเจ้าปเสนทิโกศลกลัวถูกต้มเหมือนกันนะ ทางนี้ก็หลอกโดยทำเป็นว่าจัดโต๊ะอาหารแล้วมีธิดาองค์นี้เสวยร่วมโต๊ะกับท้าวมหานามด้วย  แต่พอจะเริ่มเสวยกัน ก็มีทหารวิ่งเข้ามาบอกว่าไฟไหม้วัง  ท้าวมหานามต้องรีบไปบัญชาการดับไฟไง  เลยไม่ได้เริ่มการเสวย 

สรุปว่าราชทูตถูกต้มสำเร็จแสงฉานยิ้มหวาน  ส่งตัวไปแล้ว ทางพระเจ้าปเสนทิโกศลไม่รู้ก็โปรดปราน  ให้บริวารเยอะแยะ ต่อมามีลูกชายคนหนึ่ง ก็ให้ราชทูตอีกแหละ กลับไปหาพระเจ้ายายขอให้ตั้งชื่อให้

พระเจ้ายายตั้งชื่อให้ว่า วัลลภาซึ่งแปลว่า  เป็นที่โปรดปราน แต่ราชทูตหูตึงได้ยินเป็น วิฑูฑภะ ไม่รู้แปลว่าอะไร  แสงฉานหัวเราะขำกลิ้งไป

พอวิฑูฑภะอายุ ๑๖ ปี จะกลับไปเยี่ยมเมืองกบิล-พัสดุ์  ทางแม่ห้ามแล้วห้ามอีกก็ไม่ยอม จะไปให้ได้  แม่เลยรีบส่งข่าวไปบอกทางกบิลพัสดุ์  เพื่อจะได้ปฏิบัติต่อวิฑูฑภะอย่างเหมาะสม  พอได้ข่าวเท่านั้นแหละ  ทางศากยวงศ์ประชุมกันชุลมุนวุ่นวายเลยทีนี้ ทำไงดี  แม่เป็นลูกนางทาส แต่จะให้รู้ก็ไม่ได้  เลยตกลงกันว่าให้พวกเด็กๆ ที่อายุต่ำกว่า ๑๖ ปี  ให้ออกไปต่างจังหวัดกันหมดเลยจะได้ไม่ต้องไหว้วิฑูฑภะ  เพราะให้ไหว้ไม่ได้

โอ้โฮ อะไรจะปานนั้น แค่ไหว้เนี่ยนะก็ไม่ได้  แสงฉานประท้วง ล้อมโชคหัวเราะ พยักหน้าหงึกหงัก  พอวิฑูฑภะมาถึง จึงต้องเที่ยวไหว้คนโน้นคนนี้ก่อน เพราะแก่กว่าหมดเลย นั่น ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา พี่ แต่ไม่มีใครไหว้เขาก่อนเลย ก็เก็บความสงสัยไว้ในใจ  อยู่ได้ ๒-๓ วันก็กลับ สงสัยอยู่ว่าทำไมการต้อนรับถึงได้เย็นชาเหลือเกิน

ตอนที่กลับไป พอดีมีนายทหารคนหนึ่งลืมดาบไว้  พอวิ่งกลับไปเอา เห็นพวกทาสขัดถูพื้นกระดานที่วิฑูฑภะนั่ง แล้วก็บ่นไปพลางว่า นี่กระดานที่ลูกนางทาสนั่งแล้วเอาน้ำผสมน้ำนมราด น้ำผสมน้ำนมนี่เขาถือกันว่าเป็นน้ำล้างเสนียดนะ  ทหารเห็นแล้วเลยเข้าไปถาม รู้เรื่องแล้วก็กลับมา ทีนี้ก็กระซิบกันให้แซดไปทั่วกองทัพ

วิฑูฑภะรู้เรื่องเข้าก็โกรธมากเลย อาฆาตไว้ว่า เออ ตอนนี้ล้างกระดานด้วยน้ำปนน้ำนมไปก่อนเถอะ ได้เป็นใหญ่เมื่อไหร่ จะมาเอาเลือดคอล้างกระดานนั่นอีกที

นี่แค้นต้องชำระอย่างนี้ คอหนังจีนกำลังภายในถูกสเปค  ล้อมโชคหัวเราะ  Wตอนนี้พระเจ้าปเสนทิก็รู้เรื่องแล้วล่ะ โกรธมากเลย   ให้ถอดแม่ลูกออกจากยศเลย อีก ๒-๓ วันพระพุทธเจ้าเสด็จมา ทูลเล่าเรื่องให้ทรงทราบ พระพุทธเจ้าก็ปลอบใจ  มหาบพิตร พวกศากยะทำไม่สมควรเลย เมื่อจะถวายก็ควรถวายพระราชธิดาที่มีชาติเสมอกันจึงจะควร

แล้วพระพุทธเจ้าท่านก็ตรัสอีกว่า  พระนางวาสภขัตติยา เป็นธิดาของขัตติยราช  (คือท้าวมหานาม) เวลาอภิเษกก็อภิเษกในวัง ส่วนวิฑูฑภะก็ประสูติจากขัตติยราช  (คือพระเจ้าปเสนทิโกศล) มหาบพิตร ตระกูลฝ่ายมารดาไม่สู้สำคัญ สำคัญที่ฝ่ายบิดา คนชอบเห็นใจผู้หญิง ถอนหายใจโล่งอก 

คนเล่ายิ้ม “พระเจ้าปเสนทิโกศล เลยคืนยศให้ทั้งแม่ทั้งลูกเลย อยู่ต่อมาวันหนึ่ง พระเจ้าปเสนทิโกศลไปเฝ้าพระพุทธเจ้า  ก่อนเข้าไปใกล้ก็พักไพร่พลไว้ แล้วเข้าไปตามลำพัง พวกที่รออยู่ มีคนหนึ่งเป็นเสนาบดี ชื่อ ฑีฆการายนะ คนนี้เขาเป็นหลานของพันธุลเสนาบดี  พระเจ้าปเสนทิโกศลเคยเข้าใจผิดแล้วฆ่าพันธุลเสนาบดีกับลูกชาย ๓๒ คน พอตอนหลังเข้าใจแล้วเลยยกหลานขึ้นเป็นเสนาบดีเป็นการแก้ตัว แต่หลาน.....

แค้นต้องชำระ แสงฉานต่อให้

ล้อมโชคหัวเราะ  เออ ใช่ เลยได้โอกาส เอาเครื่องราชกกุธภัณฑ์อันเป็นเครื่องแสดงยศพระราชาให้วิฑูฑภะไป

ยึดอำนาจดื้อๆ ว่างั้นเถอะแสงฉานช่วยแจง

ใช่ แล้วก็ยกพลกลับหมด เหลือม้าไว้ให้ ๑ ตัว กับสาวใช้ ๑ คน คอยอยู่ พอพระราชากลับออกมา รู้เรื่องทั้งหมดแล้ว เลยไปเมืองราชคฤห์ จะขอกำลังพระเจ้าอชาตศัตรูมาปราบลูกชาย แต่ไปถึงหน้าประตูเมืองพอดีค่ำ ประตูปิดแล้ว ต้องนอนพักที่ศาลานอกเมือง คืนนั้นเลยตายเพราะความหนาวและความเหนื่อย เพราะแก่มากแล้ว อายุ ๘๐ แล้ว เท่าพระพุทธเจ้า

เออ น่าสงสารเหมือนกัน ตอนเกิดเกิดในวัง ตอนตายตายที่ศาลา คนเรานี่เอาแน่ไม่ได้เลยนะ เศร้า” 

ทีนี้วิฑูฑภะได้ครองเมืองแล้วล้อมโชคเล่าต่อ

แค้นต้องชำระแสงฉานพูดเสียงเหมือนในหนังจีน

ใช่ ยกทัพไปกบิลพัสดุ์เลย พระพุทธเจ้ารู้ล่วงหน้าแล้ว ก็เสด็จไปประทับใต้ต้นไม้ตรงชายแดนระหว่างโกศลกับศากยะ ท่านประทับใต้ต้นไม้ที่มีใบน้อยที่ขึ้นทางฝั่งศากยะ ในขณะที่ใกล้ๆ กันนั้นเอง มีต้นไม้ใหญ่ใบครึ้มร่มรื่นขึ้นอยู่ทางฝั่งโกศล พระเจ้าวิฑูฑภะยกพลมาถึง เห็นพระพุทธเจ้าก็เข้าไปเฝ้าทูลว่า เหตุใดพระองค์จึงประทับใต้ต้นไม้อันมีใบน้อยในเวลาที่ร้อนปานนี้ ขอพระองค์โปรดไปประทับที่ต้นโน้นซึ่งมีใบร่มครึ้ม มีเงาเย็นดีทางแดนโกศล” 

พระพุทธเจ้าตรัสว่า ถวายพระพร มหาบพิตร ร่มเงาของพระญาติเย็นดี

พระเจ้าวิฑูฑภะรู้เลยว่าพระพุทธเจ้ามาห้ามทัพ  คิดถึงว่าพระพุทธเจ้าเคยช่วยพูดกับพระบิดา ทำให้ตัวเองได้รับยศคืนมา ก็เลยยกทัพกลับไป เป็นอย่างนี้อีก ๒ ครั้ง

พอครั้งที่ ๔ พระพุทธเจ้าทรงเห็นกรรมเก่าของพวกศากยะ ที่เคยเอายาพิษโปรยลงในแม่น้ำ ทำให้สัตว์ตายไปเป็นจำนวนมาก กรรมนั้นกำลังมาให้ผล  พระองค์ไม่สามารถต้านทานได้ เลยไม่ได้เสด็จไป

สบายละซีทีนี้ แสงฉานว่า ใช่ วิฑูฑภะก็ลุยกบิลพัสดุ์ซะเกลี้ยงเลย เอาเลือดล้างกระดานอย่างที่อาฆาตไว้ แล้วยกทัพกลับ พอยกทัพมาถึงแม่น้ำอจิรวดี พอดีค่ำ พวกทหารเลือกนอนกันตามใจ แม่น้ำเวลาน้ำลงนี่เกิดเป็นหาดทรายเลยนะ  มีพวกหนึ่งนอนหาดริมน้ำ อีกพวกนอนบนฝั่ง พอตกดึก พวกที่นอนบนฝั่ง แต่ทำกรรมร่วมกันมา ถูกมดกัด หนีลงไปนอนที่หาด ส่วนพวกนอนหาด บางคนก็ถูกมดกัดหนีขึ้นมานอนบนฝั่ง คืนนั้นเกิดฝนตกใหญ่ มีน้ำหลากอย่างเร็วมากเลย พัดเอา วิฑูฑภะกับพวกที่ลงไปนอนริมน้ำ ไปลงทะเลกันหมดเลย 

แสงฉานอ้าปากค้าง  โอ้โฮ คราวนี้แค้นของใครมาชำระละหว่า 

ล้อมโชคหัวเราะ คงเป็นกรรมเก่าเรื่องอื่นตามมาทัน พอดีผสมกับกรรมที่ไปฆ่าชาวกบิลพัสดุ์เสียมากมาย ถึงจะเป็นกรรมที่ทำใหม่ๆ แต่อาจมาผสมกับกรรมเก่า เช็กบิลมาพร้อมกันเลยก็ได้นะ ใครจะไปรู้

โอ น่ากลัว น่ากลัว เรื่องกรรมนี่น่ากลัวจริงๆ 

ท่านสอนว่าให้เราเชื่อเรื่องกรรมให้มาก จะได้ทำให้เราทำแต่กรรมดี ถ้าเรามีความเชื่อมั่นในหลักกรรมอย่างมั่นคงแล้ว  เรียกว่าได้เป็นจุลโสดาบัน คือ เป็นโสดาบันน้อยๆ ทีเดียว เพราะจะทำแต่ความดีเสมอ รู้มั้ยล่ะ

อย่างนี้แค้นก็ไม่ต้องชำระดีกว่า เดี๋ยวเขาตามมาชำระเราอีกแสงฉานว่า

ใช่ ถ้าเขามาทำเราแค้น แสดงว่าเขาทำกรรมแล้ว เดี๋ยวกรรมก็จัดการกับเขาเอง ไม่ใช่หน้าที่ของเราจะต้องไปจัดการ

เรามีหน้าที่แค่จัดการกับใจเราอย่าให้ไปแค้นเขา เพราะเราจะทุกข์เอง

ถ้าเราให้อภัยได้ เราเองนั่นแหละที่เป็นคนสบายใจ

 

                        

หมายเลขบันทึก: 199301เขียนเมื่อ 7 สิงหาคม 2008 10:04 น. ()แก้ไขเมื่อ 17 พฤษภาคม 2012 19:34 น. ()สัญญาอนุญาต: จำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (2)

สวัสดีตอนเช้าครับอาจารย์ อาจารย์ครับอยากให้อาจารย์พานักศึกษาไปทางจังหวัดแม่ฮ่องสอนบ้าง ผมไปช่วยเค้าทำระบบอินเทอรเน็ตมาแล้ว แถมด้วยการเขียนเว็บไซต์ให้ด้วยอาจารย์ลองหาข้อมูล ได้ที่ http://www.mhs2.go.th/pakae/นะครับ

สวัสดีตอนเช้าครับอาจารย์ อาจารย์ครับอยากให้อาจารย์พานักศึกษาไปทางจังหวัดแม่ฮ่องสอนบ้าง ผมไปช่วยเค้าทำระบบอินเทอรเน็ตมาแล้ว แถมด้วยการเขียนเว็บไซต์ให้ด้วยอาจารย์ลองหาข้อมูล ได้ที่ http://www.mhs2.go.th/pakae/นะครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี
L3nr
ระบบห้องเรียนกลับทาง