“ตั้งอยู่บนพื้นฐานของธรรมชาติมากที่สุด”

 

วันนี้อยากเล่าเรื่องราวของพี่น้อง

ชาวเผ่าไปรเมืองหงสาครับ

ที่เมืองหงสาเราเรียกพี่น้องชนเผ่านี้หลายชื่อครับ เดิมชาวหงสาเรียกว่าคนไพร(เป็นชื่อเรียกในทำนองไม่สุภาพ หมายถึงคนป่าคนเขา) ต่อมาทางการท่านอย่างให้มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันท่านจึงเรียกลาวใหม่ (เดิมทีมีลาวลุ่ม ลาวเทิง ลาวสูง) ส่วนชาวไปรเป็นชื่อที่พี่น้องเรียกตัวเอง

อันที่จริงพี่น้องกลุ่มนี้ทางบ้านเราคือ ชาวลั๊วะนั่นเอง

 

ชาวไปรที่เมืองหงสาอาศัยในเขตขุนเขาห่างไกลแยกตัวจากชุมชนอื่น เมื่อสิบปีก่อนที่ผมมาเมืองหงสาได้ไปเยี่ยมหมู่บ้านชาวไปร เห็นพี่น้องยังไม่รู้จักซื้อขายไม่รู้จักใช้เงิน อ้ายน้องลาวลุ่มที่นำทางไป นำเกลือ ผงชูรส ถ่านไฟแช็ค(หินเหล็กไฟ)และเสื้อผ้าเก่าๆติดตัวไป มีพี่น้องชาวไปรนำข้าวเปลือกมาแลกกับของเหล่านี้ได้มาหลายกระสอบจนม้าลาบรรทุกมาไม่หมด แม้ว่าทุกวันนี้พี่น้องชาวไปรรู้จักขายของแล้วแต่ชีวิตการเป็นอยู่โดยรวมก็ยังถือว่า ตั้งอยู่บนพื้นฐานของธรรมชาติมากที่สุด (ไม่อยากใช้คำว่าล้าหลัง)

 

ชาวไปรขึ้นชื่อในความดุหมั่น(ขยัน) ทำไร่ข้าวจนเหลือกิน วานนี้ผมนั่งกินเฝอที่ร้านเห็นแม่บ้านชาวไปรเดินสะพายย่ามใส่หมากแตงร้านลูกใหญ่เดินผ่านมา เรียกซื้อเขาขายให้ลูกละสองพันกีบสามลูกหกพันกีบ ยี่สิบสี่บาทครับ ถามว่ามาจากไหนเธอบอกว่าบ้านหนองหลวง เดินมาตั้งแต่หกโมงเช้ามาถึงหงสาเที่ยงวันขายได้เงินยี่สิบสี่บาท แตงร้านชนิดนี้ผมเคยได้กินครั้งหนึ่ง ญาติชาวปะกากะญอนำมาฝากจากดอยหัวแม่สุรินทร์แม่ฮ่องสอน ขนาดใหญ่โตลูกหนึ่งหนักกิโลกว่าๆทีเดียว

 

แม่บ้านชาวไปรอีกคนเปอะหน่อไม้มาขาย เจ้าของร้านเฝอเหมาไปทั้งหมดห้าพันกีบยี่สิบบาทครับ บางวันก็พบเห็นกลุ่มแม่บ้านชาวไปรจากบ้านภูแลงแบกม้วนเสื่อที่สานจากผิวไม้ไผ่มาเร่ขายคนละผืนสองผืนสนนราคาผืนละแปดสิบเก้าสิบบาท หากขายไม่หมดเขาก็พากันไปนอนค้างบนเถียงนาแถบนอกเมืองวันรุ่งขึ้นก็ออกเร่ขายอีกจนกว่าจะหมด วันท้ายท้ายหากขายไม่ออกก็ลดราคาลงเหลือผืนละห้าสิบบาท แล้วเอาเงินซื้อของใช้จำเป็นแบกเดินกลับบ้านอีกหนึ่งวันเต็มๆ เรื่องขึ้นรถโดยสารนั้นไม่ต้องพูดถึงเพราะค่ารถโดยสารจากหงสาไปภูแลงก็เกินร้อยบาท(สามสิบพันกีบ)

 

ได้พบเห็นวิถีชีวิตของชาวไปร ที่ต้องการเพียงข้าวอิ่มท้อง เสื้อผ้าพันกายพอให้อบอุ่น บ้านไม้ไผ่มุงใบต้นค้อ ผมว่าความต้องการพื้นฐานของคนเราก็เพียงเท่านี้ ก็เหมือนอย่างชาวไปรนี่แหละ หันกลับมามองตัวเองและคนรอบข้าง ที่ทุกวันนี้กลับต้องพึ่งพาข้าวของสิ่งอำนวยความสะดวก เสื้อผ้ามียี่ห้อ อาหารปรุงแต่ง เทคโนโลยีขั้นสูง จนลืมไปว่าความต้องการพื้นฐานของคนเรานั้นคือสิ่งใด ต้องการเพียงไหน พวกเราถูกลวงจนหลงลืมไปจริงๆ