วันนี้

ร.ต.ต.วิชัย  สุริยุทธิ์  หรือ ดาบฯวิชัย  ที่ทุกท่านคุ้นเคยกัน

Img_1118 

ก็ยังปฏิบัติหน้าที่ "ปลูกๆๆๆๆๆ ปลูกจนกว่าจะตาย"

ของท่านไปเรื่อยๆ

แต่บันทึกนี้

ครูวุฒิขอเอาข้อคิดข้อเขียนและความเห็นสำคัญของท่าน

ที่เกิดจากการเห็นสภาพจริงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

มาลงให้ทุกท่านได้อ่านกัน

ดังนี้......

เพราะเหตุใดชาวนาจึงลำบากยากจน

1.  เพราะความรู้น้อยด้อยการศึกษา

Øไม่รู้เท่าทัน เลยถูกเอารัดเอาเปรียบ

Øทำอะไรก็ตามมีตามเกิด

Øท้อแท้สิ้นหวังในชีวิต

Øรอรับแต่ความเมตตาช่วยเหลือว่าเมื่อไหร่จึงจะมีคนมาแจกและบริจาค

Øอยากจะพัฒนาแต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเพราะขาดผู้นำและไม่กล้าเป็นผู้นำ

2.  เพราะความฟุ่มเฟือย

Øงานประเพณีก็มีมากทุกฤดูกาล งานบุญ งานบ้าน งานกุศลก็ล้นเหลือ แล้วไหนจะมาจุนเจือในปัจจัยสี่ของครอบครัวแล้วจะไปเหลืออะไร

3.  เพราะยังมัวเมาในเรื่องอบายมุขทั้งหก

Øยังชอบเสพสุราและสิ่งเสพติดเป็นอาจิณ แล้วยังไม่ชอบกินข้าวปลาราคาประหยัดเป็นอาหาร

Øยังชอบเที่ยวในยามวิกาลไม่รักบ้าน ไม่รักลูกภรรยาสามีตน

Øยังชอบดูการละเล่นไม่เว้นบาร์คลับ ละคร โขน

Øยังชอบพบคนชั่วมั่วกับโจร ย่อมหนีไม่พ้นอาญาตราแผ่นดิน

Øยังชอบเล่นการพนัน ม้า ไผ่ ชนไก่ ไฮโล โบก หวย มวยพนัน ฯลฯ อื่นทั้งสิ้น

Øยังชอบเกียจคร้านการทำกิน ฯ

Nawan3 

4. เพราะยังทำนาปีขายข้าว

Ø                 ชาวนาทำนาปีหากฟ้าฝนดี 1 ปี จึงจะมีข้าวขึ้นยุ้ง 1 ครั้ง พวกข้าราชการนั้นยังดีหน่อยถึงไม่บ่อย 1 ปี ได้ถึง 12 ครั้ง ส่วนพวกเขาค้าขายรายได้ 1 ปี ถึง 365 ครั้ง ที่ร้อยตำรวจตรีวิชัยฯ ว่า อยากจนทำนาขายข้าว อยากรวยให้ซื้อข้าวขายข้าวนั้นจริงหรือ และนายอำเภออนันต์ ชงกรานต์ทอง คนภาคกลางจากอ่างทอง ก็ว่า ทำนาปีมีแต่หนี้กับพัง ทำนาปรังนั้นมีแต่พังกับหนี้ ถ้าทำนาทั้งปีและนาปรังมีแต่เป็นหนี้อีรุง ตุงนัง จึงขอฝากชาวนาไว้ให้คิดเป็นการบ้านด้วย)

E4 

5. เพราะขาดความสามัคคีในการสร้างสรรค์ความดี

Øต่างคนต่างอยู่รวมกันไม่ติดอะไรก็ได้ระเบียบวินัยหย่อนยาน

Øมีพฤติกรรมประเภทขี้เมา จะถือว่าเจ้าภาพดีเมื่อมีงานเลี้ยงสุรา

Øคบกันไปไหนทางชั่วไม่เกรง กลัวกฎหมายแต่กลัวผีสางเทวดา

Sport1 

Øการพนันหนาแน่น และไม่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน หรือไม่ศรัทธาในกุศลธรรม

Øไม่รู้วัตถุประสงค์ในการพัฒนาตนเองและสังคม

พวกเราจะแก้ไขความลำบากยากจนของชาวนาเราได้อย่างไร

1. แก้ด้วยการศึกษา (หลังจากลูกหลานเราจบการศึกษาภาคบังคับแล้ว ส่งให้ศึกษาเล่าเรียนต่อ เพราะการศึกษาในปัจจุบันนี้ ได้ขยายมาถึงหมู่บ้านของพวกเราแล้ว ทั้งยังมีการศึกษานอกโรงเรียนอีกด้วย รวมทั้งศูนย์ฝึกวิชาชีพจากหน่วยงานต่างๆ ก็ได้มาส่งเสริมในหมู่บ้านของพวกเราอีกด้วย การศึกษานั้นพาให้คน พ้นวิบัติจริงๆ

2. แก้ด้วยการประหยัด (พวกเราจงมาช่วยกันอุดรอยรั่วจากอบายมุขทั้งหกให้หมดก่อน แล้วก็หันมาใช้น้อยถ้ามีน้อย ให้ใช้สอยทรัพยากรท้องถิ่นที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดจงคำนึงถึงฐานะของตนเอง จงเลียนแบบคนจีนรุ่นเก่าๆ เขาดูบ้าง)

3. แก้ด้วยสติปัญญาและเหตุผล (ศัตรูที่ร้ายกาจของคนเรานั้นก็คือ การที่รู้ว่าอะไรที่ไม่ดีก็ยังทำ และการที่รู้ว่าอะไรดีแล้วก็ยังไม่ยอมกระทำ ให้เห็นโทษของอบายมุขทั้งหกบ้าง)

4. แก้จาการทำนาปีให้เป็นไร่นาสวนผสม (ให้ทำนาแผนใหม่ตามหลักทฤษฎีของในหลวง ที่ว่า สูตร 30-30-30-10 เช่นมีนา 10 ไร่ ไร่ขุดบ่อ หรือสระไว้ใช้และเลี้ยงปลา 3 ไร่ เอาไว้ปลูกข้าว 3ไร่ เอาไว้ปลูกพืชผักสวนครัวและเลี้ยงสัตว์  3 ไร่  อีก 1 ไร่ เอาไว้ปลูกที่อาศัยและใช้เป็นที่ผักผ่อน

5. แก้ด้วยการเสริมสร้างกิจกรรมให้เกิดความสามัคคี (แก้ด้วยระบบสหกรณ์ มีกิจกรรมทำอย่างต่อเนื่องคิดเป็นทำเป็น ซื้อเป็น ขายเป็น พึ่งตนเอง ขยันอย่างฉลาด ปราศจากอบายมุข ฯลฯ

**************************

สุดท้ายท่านทิ้งท้ายให้คิดกันเล่นๆว่า

ถ้าคนจนยังโง่แล้วก็ขี้เกียจ ถูกคนรวยที่ขยันแล้วก็ฉลาดมีแต่เอารัดเอาเปรียบ สังคมจะสุขกันอย่างไร

จริง หรือไม่จริง  เห็นด้วยไม่เห็นด้วยอย่างไร....

ก็สุดแท้แต่ท่าน

แต่หากจะกรุณาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นเหล่านี้บ้าง

....ก็จักเป็นพระคุณยิ่ง....

สวัสดีครับ

Cool Kids Toys
ซื้อขายที่ดิน