มีคนถามว่า หัวปลา คืออะไร?? ทำให้ผู้จัดกิจกรรมได้คิด ต้องรีบให้คำอธิบายกันอีกครั้ง และนี่ เป็นเครื่องยืนยันว่า ทฤษฎีก็มีความสำคัญเหมือนกัน

เดือนมีนาคม (สรุป 3 สัปดาห์)

  • ต้นเดือน นิสิตในโครงการสหกิจศึกษา 2 คน กลับจาก National University Hospital of Singapore แล้ว หลังจากฝึกงานนานรวม 4 เดือน (พ.ย. 48 - ก.พ. 49) นิสิตทั้ง 2 เป็นชายทั้งคู่ มาจากสาขาเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอก 1 คน และรังสีเทคนิค 1 คน ทั้งคู่พาอาจารย์ผู้คุมฝึกงาน 1 ท่าน (คุณโก๊ะ : นักเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอก : คนใส่เสื้อสีฟ้า) มาเที่ยวพิษณุโลกด้วย

ทั้งนิสิต และอาจารย์ผู้คุมฝึกงาน ดูจะสนิทสนมรักใคร่กันดี ความสัมพันธ์ระหว่างคณะสหเวชฯ มน. และแหล่งฝึกงานต่างประเทศก็แนบแน่นขึ้น  ส่วนตัวนิสิตเอง ทั้งปีที่แล้ว และปีนี้ ก็ได้รับข้อเสนอจากแหล่งฝึกให้ทำงานกับเขาต่อไปด้วย (สาวสวยซ้ายสุด คือนิสิตเทคโนฯ ที่ไปสหกิจปีที่แล้ว และกำลังจะไปทำงานที่โน่น) เพราะเขาพึงพอใจในความสามารถ และความรับผิดชอบของนิสิต  และอีกอย่าง ทางสิงคโปร์เองก็ขาดแคลนบุคลากรทางด้านนี้เช่นกัน  สำหรับโครงการสหกิจศึกษาของคณะสหเวชศาสตร์  ดิฉันจึงประเมินว่า งบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัย สามแสนบาท ต่อ ปีต่อคณะ ทั้ง 2 ปีที่ผ่านมา  นับว่าเกินคุ้ม ดังนี้

  1. คณะฯ มีเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ ด้านการฝึกงานแก่นิสิต เป็นการสร้างสัมพันธภาพที่ดีในการร่วมกันพัฒนาคุณภาพของบัณฑิต
  2. นิสิตที่มีศักยภาพด้านภาษาอังกฤษ พร้อมด้วยผลการเรียนที่ดี และมนุษยสัมพันธ์ดี (ตามเกณฑ์การคัดเลือก) ได้รับโอกาสในการเพิ่มพูนศักยภาพที่มีอยู่ของตนเองให้สูงยิ่งๆ ขึ้น
  3. เป็นโอกาสในการเทียบเคียงสมรรถนะของผลผลิตภายในประเทศ กับมาตรฐานความต้องการของผู้ใช้ระดับต่างประเทศว่า มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับได้หรือไม่
  4. นิสิตได้ฝึกทั้งทักษะในวิชาชีพ และทักษะด้านภาษา (ที่สิงคโปร์  นอกจากจะได้ภาษาอังกฤษ ยังได้ภาษาจีน มาเลย์ อินเดีย อีกด้วย)
  5. นิสิตได้มีโอกาสฝึกงานในที่ที่มีความพร้อมทั้งทางด้านเครื่องมือที่ทันสมัย  เทคโนโลยีใหม่ๆ  ตลอดจนระบบบริหารจัดการที่ดี (ซึ่งในบ้านเรายังไม่มีที่ๆ พร้อมเท่า)
  6. นิสิตได้ประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบพึ่งพาตนเอง ปรับตัวเข้ากับภาวะแวดล้อมที่ต่างไปจากตอนอยู่ในเมืองไทยอย่างสิ้นเชิง  (ที่สิงคโปร์ ถึงจะต่างแต่ก็ยังเป็นแบบเอเชีย ช่วยให้ปรับตัวได้ไม่ยากนัก)
  7. นิสิตรุ่นน้องๆ ที่เห็นแบบอย่างจากรุ่นพี่ ได้นำบทเรียนต่างๆ ที่พี่กลับมาเล่าให้ฟัง ไปเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ เช่น หลายคน ตั้งใจเรียนภาษาอังกฤษมากขึ้น (เพราะเป้าหมายชัด)
  8. เป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่ดีๆ นิสิตคนหนึ่งบอกว่า เราคนไทยทำให้เขาประทับใจในวัฒนธรรมความนอบน้อม เช่น การไหว้อาจารย์ ซึ่งเขาประทับใจ เพราะไม่มีใครเคยปฏิบัติกับเขาอย่างนั้น  ส่วนนิสิตเองก็ประทับใจว่า ชาวสิงคโปร์มีน้ำใจ เวลาคนแปลกหน้าถามถนนหนทาง หรือขอความช่วยเหลืออะไร ชาวสิงคโปร์จะเต็มใจและให้ความช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ

ดิฉันจึงอยากให้มหาวิทยาลัยมั่นใจว่า มหาวิทยาลัยได้ประโยชน์จากโครงการนี้เกินคาดจริงๆ โดยเฉพาะผลประโยชน์ที่ตกแก่นิสิต และอยากให้มหาวิทยาลัยสนับสนุนเช่นนี้อีกต่อๆไป

  • สัปดาห์ที่สองของเดือน งานที่ช่วยเสริมบทเรียนสำคัญๆ แก่การทำงานของดิฉัน คือ การเป็นวิทยากรอบรม KM ที่วิทยาเขตสารสนเทศพะเยา มน. ซึ่งบันทึกไว้แล้วที่ บันทึกจาก FA ฝึกหัด กับ การไปดูงาน Toyota กับ UKM ซึ่งดิฉันได้บันทึกไว้แล้ว มีรูปที่พะเยาเก็บไว้กันลืมอีกเล็กน้อย 

 

  • สัปดาห์ที่ 3 ของเดือน มหาวิทยาลัย โดยกองแผนงาน นำโดยท่านรองอธิการบดีฝ่ายแผนฯ (ดร.สำราญ  ทองแพง) ได้เรียกประชุม ทุกหน่วยงาน เพื่อแจ้งให้คณะฯ และสำนักฯต่างๆ ทราบว่า มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยท่านอธิการบดี ได้ลงนามในคำรับรองปฏิบัติราชการ (ตามข้อกำหนดของ กพร.) กับ ท่านเลขาธิการ สกอ. (ต้นสังกัด) แล้ว  รายละเอียดการให้คำรับรองว่าจะต้องทำงานให้ได้ตามเป้า เท่าไหร่ อย่างไร  มีใครบ้างเป็นผู้รับผิดชอบในระดับมหาวิทยาลัย ก็มีเอกสารแจกให้โดยละเอียดด้วย  ดิฉันเกณฑ์ผู้บริหารทุกท่านของคณะฯ  รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ทั้งงานแผน  งานวิจัย และงานบริการการศึกษา เข้าฟังหมด  จะได้ไม่ต้องอธิบายให้ฟังอีกต่อหนึ่งประเดี๋ยวจะเพี้ยนกันไปอีก  ที่สำคัญ ท่านรองสำราญมอบให้คณะฯ ไปร่างคำรับรองเช่นเดียวกันนี้มาด้วย แล้วส่งให้กองแผนฯ ภายในเดือนเมษายน  เพราะคณะฯ จะต้องเซ็นสัญญากับมหาวิทยาลัย เช่นเดียวกันนี้ ตรงนี้แหละที่ดิฉันให้ความสำคัญมาก  หลังจากประชุม ดิฉันจึงเตรียมการกับท่านรองวิจัยและประกันฯของคณะ (ดร.ศิริลักษณ์  ธีระภูธร) กับงานแผนฯ (คุณสริตา  เถาลอย) โดยเริ่มจากการนำ Template คำรับรองของมหาวิทยาลัยมาลองกรอกดู  เพื่อศึกษาและทำความเข้าใจกับตัวชี้วัดต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับคณะ  แล้วเตรียมประชุมแจกงานในระดับหน่วยงานย่อย ทั้งภาควิชาและสำนักงานต่อไป  ต้องทำสัญญากันเป็นทอดๆ ลงไปถึงระดับบุคคล กันเลยทีเดียว จะได้ควบคุมคุณภาพทั้งระบบ งานจะได้ประสานเชื่อมโยงกันเป็นทอดๆ อย่างนี้ก็ดีนะค่ะ

 

 

  • วันที่ 16 เป็นวันของการเตรียมตัวไปทำกิจกรรมสัมมนาการประกันคุณภาพการศึกษาและกิจกรรมการจัดการความรู้ของคณะสหเวชศาสตร์ ครั้งที่ 5 โดยท่านรองวิจัยและประกันฯของคณะ (ดร.ศิริลักษณ์  ธีระภูธร) จัดกิจกรรมหาหัวปลาเพื่อไปสัมมนากันทั้งคณะฯ ในวันเสาร์ที่ 1 และอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนเมษายน ที่จังหวัดชะอำ เพชรบุรี  โดยอาจารย์ได้จัดทำและนำเสนอผลการประเมินตรวจสอบของภาควิชาทั้ง 4  ภาค  เป็น River diagram และ Stair diagram  อย่างสมบูรณ์ทีเดียว  ส่วนหัวหน้าสำนักงานเลขานุการคณะสหเวชศาสตร์ (คุณบอย : คุณอนุวัทย์  เรืองจันทร์  ) ก็เช่นกัน ได้เก็บข้อมูลนำเสนอ River diagram ของสำนักงานเลขานุการคณะสหเวชฯ เทียบกับคณะพยาบาล ทันตฯ วิทย์การแพทย์ และสาธารณสุข ทำให้พวกเราเห็นภาพของคณะฯ ชัดเจนขึ้นอีกมาก  หลังจากนั้น มีคนถามว่า หัวปลา คืออะไร??  ทำให้ผู้จัดกิจกรรมได้คิด ต้องรีบให้คำอธิบายกันอีกครั้ง  และนี่ เป็นเครื่องยืนยันว่า ทฤษฎีก็มีความสำคัญเหมือนกัน  บ้านจะแข็งแรง รากฐานต้องมั่นคง ต้องปูพื้นก่อนขึ้นเสา ขึ้นหลังคา หลังจากนั้น เราก็จับกลุ่มเป็น 2 วง วง Teaching และวง Non-Teaching  เพื่อระดมความคิดเห็นในการหาหัวปลากันอย่างเมามัน  ผลสรุปดิฉันจะได้นำเสนอต่อไป