คาดหวังเพียงจะได้เห็นความเข้มแข็งในการก่อเกิดเป็นชุมชนนักปฏิบัติของกลุ่ม อสม.ในการขับเคลื่อนเพื่อร่วมพัฒนาสุขภาพชุมชน โดยใช้ KM เป็นเครื่องมือสู่ความสำเร็จ คือ “ชุมชนพึ่งตนเองได้จริงอย่างยั่งยืน” อีกทั้งยังเป็นแบบให้เกิดการเรียนลัดเพื่อขยายสู่พื้นที่อื่น ๆ ต่อไป ในสังคมนี้

เรียน  ทีมงาน สคส. ผ่านทางพี่ธวัช หมัดเต๊ะ

     จากที่ สคส.โดยอาจารย์หมอวิจารณ์ ได้กล่าวถึงการจัดเวที KM อสม.ติดดาว ในจังหวัดพัทลุง ไว้ที่บันทึก ผลการคัดเลือก อสม.ดีเด่น ภาคใต้ ปี 2549 และได้มอบหมายให้ผมได้ติดต่อกับทีมงาน สคส.เพื่อประสานงานการจัดเวทีให้เกิดขึ้นจริงนั้น ขอนำเรียนในส่วนของการติดต่อประสานงานกับฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสานต่อการดำเนินงานในช่วงเวลาที่ผ่านมาว่า...เนื่องจากผมต้องประสานความร่วมมือไปยังเจ้าภาพทั้งชมรม อสม.จังหวัดพัทลุง ผู้รับผิดชอบงานในระดับจังหวัด และผู้บริหาร ทำให้ล่าช้าไปบ้าง แต่ผลที่ได้รับกลับมาเป็นที่น่ายินดีมากเนื่องจากได้รับความร่วมมือและการตอบรับเป็นอย่างดีมาก โดยถือว่าเป็นสิ่งที่ควรสนับสนุนให้เกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจาก อสม.เป็นกลุ่มอาสาสมัครกลุ่มหนึ่งที่ได้บูรณาการความรู้ไว้ในตัวตนไว้เป็นอย่างมาก

     ในระหว่างวันที่ 20 – 30 เมษายน 2549 ที่จะถึงนี้ นับเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เมื่อได้ประสานกับทุกฝ่ายแล้ว (ในส่วนของจังหวัดพัทลุง) สำหรับกลุ่มเป้าหมายหลักที่จะเข้าร่วมเพื่อ ลปรร.ในประเด็น “ความสำเร็จของการขับเคลื่อนเพื่อร่วมพัฒนาสุขภาพชุมชนของ อสม.” มีจำนวน 21 คน ซึ่งคัดสรรจาก อสม.ผู้ที่มีผลงานโดดเด่นทั้งในระดับเขต ระดับภาค และระดับประเทศ ในสาขาต่าง ๆ ประกอบด้วย สาขาการควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออก สาขาการดำเนินงานเรื่องเอดส์ในชุมชม สาขาสุขภาพจิตชุมชน สาขาการแก้ไขปัญหายาเสพติด สาขาการสร้างสุขภาพ สาขาการให้บริการใน ศสมช. สาขาการออกกำลังกาย สาขาการคุ้มครองผู้บริโภค สาขาการแพทย์แผนไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ และสาขาการพัฒนาสังคม รวมถึงผู้ที่เป็น อสม. มาอย่างยาวนาน และมีผลงานการขับเคลื่อนฯ อยู่อย่างต่อเนื่องด้วย

     ในส่วนของผู้รับผิดชอบ ที่เป็นผู้สนับสนุนการดำเนินงานของ อสม.อย่างเด่นชัด จำนวน 9 คน และผู้เข้าร่วมสังเกตการณ์นั้น จะให้โควต้าไปยังชมรม อสม. ระดับอำเภอ อำเภอละ 5 คน (11 อำเภอ) รวมเป็น 55 คน โดยสรุปก็จะมีเป้าหมายทั้งสิ้น 85 คน โดยในส่วนนี้ นับเป็นเฉพาะผู้สังเกตการณ์ จำนวน 55 คน สำหรับค่าใช้จ่ายในส่วนของผู้สังเกตการณ์นี้ หากทาง สคส.เห็นชอบตามแนวทางนี้ก็จะขอใช้งบจาก “โครงการไตรภาคีร่วมพัฒนาสุขภาพชุมชน สสจ.พัทลุง” ซึ่งมีอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องขออนุมัติต่อผู้บริหารในการเปลี่ยนแปลงกิจกรรม เพื่อการใช้จ่ายเท่านั้น (ส่วนนี้ยังไม่ได้นำเสนอผู้ผู้บริหารเพื่อพิจารณา) แต่ผมในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการพิจารณาในเบื้องต้นแล้วว่าสามารถปรับเปลี่ยนกิจกรรมบางกิจกรรมตามโครงการเดิมได้ แต่หากทางทีมงาน สคส.จะให้คำแนะนำเป็นอย่างอื่นก็จะรออยู่เพื่อการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมต่อไป

     ระยะเวลาที่ใช้ในการจัดเวทีจะใช้ 2 วัน ในช่วงเวลาระหว่างวันที่ 20 – 30 เมษายน 2549 เห็นควรว่าจะใช้สถานที่ในจังหวัดพัทลุง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดไปด้วย เช่น เขาชัน อ.ปากพะยูน, เขาปู่-เขาย่า อ.ศรีบรรพต หรือ ลำปำ อ.เมือง อีกทั้งยังเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น สำหรับกระบวนการทำเวที เนื่องจากผมยังไม่มีประสบการณ์มากนักในส่วนนี้ จึงอยากขอคำแนะนำจากพี่ ๆ ทีมงาน สคส.มากกว่า ทางทีมงานและเครือข่ายไตรภาคีฯ คาดหวังเพียงจะได้เห็นความเข้มแข็งในการก่อเกิดเป็นชุมชนนักปฏิบัติของกลุ่ม อสม.ในการขับเคลื่อนเพื่อร่วมพัฒนาสุขภาพชุมชน โดยใช้ KM เป็นเครื่องมือสู่ความสำเร็จ คือ “ชุมชนพึ่งตนเองได้จริงอย่างยั่งยืน” อีกทั้งยังเป็นแบบให้เกิดการเรียนลัดเพื่อขยายสู่พื้นที่อื่น ๆ ต่อไป ในสังคมนี้

     หากว่าทาง สคส.ไม่สามารถให้การสนับสนุนได้แล้ว เนื่องจากทางผมดำเนินการล่าช้าไป ก็ขอได้โปรดให้คำชี้แนะเพื่อดำเนินการต่อด้วย ทั้งนี้ผมจะได้นำเสนอต่อ นพ.สสจ.พัทลุง (นพ.ยอร์น จิระนคร) เพื่อทราบ และพิจารณา ในการสนับสนุนให้ดำเนินการต่อได้ เนื่องจากเครือข่าย อสม.ในส่วนที่เป็นแกนนำฯ เห็นว่ากิจกรรมนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการกระตุ้นและสร้างแรงใจให้แก่ อสม.เพื่อร่วมพัฒนาสุขภาพชุมชนต่อไปได้เป็นอย่างดีครับ