๑.มีสติรู้ลมหายใจเข้าออก>อัสสติ-ปัสสติ
๒.รู้ลมสั้นยาว   >
ทีฆังวา-รัสสังวา
๓.รู้กายทั่วไป    >
สัพพกายะ-ปฏิสังเวที
๔.ทำกายให้สงบ>ปัสสัมภยัง-กายสังขารัง
๕.รู้แจ้งซึ่งปิติ     >ปิติปฏิสังเวที
๖.รู้แจ้งซึ่งสุข      >
สุขปฏิสังเวที
๗.รู้แจ้งจิตสังขาร>
จิตสังขารปฏิสังเวที
๘.ทำจิตสังขารให้สงบ>ปัสสัมภยัง-จิตตสังขารัง                                                              

๙รู้แจ้งจิต    >  จิตตปฏิสังเวที
                      
๑๐.ทำจิตให้ปราโมทย์ >
อภัปปโมทยัง-จิตตัง
๑๑.ทำฌาณให้ตั้งมั่น >
สมาทหัง จิตตัง
๑๒.ปล่อยจิตปล่อยฌาณ>วิโมจยัง-จิตตัง       
                  

 

                               
๑๓.พิจารณาความไม่เที่ยง>อนิจจานุปัสสี
๑๔.พิจารณาความคลายกำหนัด>วิราคานุปัสสี

๑๕.พิจารณาความดับกิเลส>นิโรธานุปัสสี
๑๖.พิจารณาความสละคืนกิเลส>ปฏินิสสัคคานุปัสสี   

                  
                         @..
โศลกอัตถะแห่งอานาปานสติ..@

      อย่าเผลอใจ-อย่าห่างใจ(เมื่อใด"ผัสสะ"(ความกระทบสัมผัส)เกิดจะต้องรู้ให้ทัน"ความเกิด"นั้นอยู่ที่ใจ ถ้า"ความไม่สบายใจ"(โทสะมูลจิตทุกขนาด)อุบัติจะต้องจัดการไม่ให้มันมีก่อนอื่นไม่ว่ากรณีใดๆแม้"ความสบายใจ"(โลภมูลจิตทุกขนาด)อุบัติก็อย่าหลงมัวเมาติดยึดเป็นอันขาด"รู้ว่าใจ"มีโลภะมีโทสะหรือไม่ขณะใดคือเมื่อนั้นพ้นโมหะ"ทำใจ"ให้พ้นโทสะ พ้นโลภะ ในขณะๆรู้เสมอนั่นคือผู้เดินลัดเข้าสู่"นิพพาน"เส้นเดียวที่สร้างไว้โดย"บุคคลที่ชื่อว่า"องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า"
           ขอความเจริญในธรรมจงมีแด่ทุกท่าน  พุทโธ    ธมฺโม   สงฺโฆ...อนุโมทนาสาธุ..
 

         @...ขอความสุขที่ยิ่งใหญ่และยั่งยืน
               จงมีแด่มวลมนุษยชาติ....@