นับเป็นเกียรติอย่างสูงเลยคะ ที่ น้องแดนไท Tag

 

      นับเป็นเกียรติอย่างสูงเลยคะ ที่ น้องแดนไท Tag พี่หน่อย เนื่องจาก พี่หน่อยเคย ถูก Tag ไปแล้ว ปีที่แล้ว แต่ถูก Tag อีก

ก็คิดนานคะ  ประเภทความลับ เยอะ  แต่อย่างไรก็ตามพี่หน่อยไม่เกรงใจแล้วนะคะ    จะเริ่มพาเข้าสู่ ความลับ เลยคะ

     ความลับ ที่หนึ่ง

       ตอนเรียนที่ปัตตานี มักจะใช้ชีวิตอยู่ที่ชมรมอาสาฯ ชอบมีเพื่อนเยอะๆคะ  สนุกเวลาอยู่กับพี่ น้อง เพื่อน ยิ่งตอนปีหนึ่ง เราก็จะได้รับการเอ็นดูมากๆ เพราะเราคนภาคกลางมาอยู่ต่างถิ่น ก็มักจะทำตัวเปิ่นๆ คนรอบข้างก็จะคอยแนะโน่น นี่

     ตอนเรียนนี่ เราจะอ้วน เจ้าเนื้อ และเป็นคนเหงื่อออกเยอะ ก็พกผ้าเช็ดหน้าเป็นผ้าขนหนูผืนขนาดย่อม

     ทางใต้นี่ร้อนก็ร้อนจริงๆ ฝนก็ฝนจริงๆ  มีอยู่วันหนึ่ง  ก็นั่งอยู่กันกลุ่มใหญ่นี่แหละหน้าชมรม  ไอ้เราก็ร้อนเหงื่อสก ก็ควักผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดหน้า รุ่นพี่ผู้ชายคนหนึ่ง มองเรา ยิ้มๆ ถามว่า

          น้องน่อยๆ  ถูบ้าน เห้อ  พี่ถามเป็นภาษาใต้

        เราก็อายซิคะ เราเช็ดหน้า มาบอกว่าเราถูบ้าน เพื่อนก็หัวเราะกันใหญ่ ก็ได้แต่ค้อนพี่ไปหนึ่งควั่กคะ

        แต่นึกทีไรก็ขำทุกที สงสัย เราจะเช็ดหน้าแรงไปหน่อย ดูไม่ค่อยจะเรียบร้อยแบบหญิงสาวทั่วไป ต่อมาก็ปรับคะ ทำตัวให้เป็นผู้หญิงเรียบร้อยขึ้น

 

      ความลับ ที่สอง  

        เล่าตอนเรียนจบแล้ว ตกงานอยู่ช่วงหนึ่ง ไปเจอรุ่นพี่ที่ ธรรมศาสตร์ คนหนึ่งทำงานวิจัยกับชาวเขา ที่ เขาเหล็ก อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี เขาบอกว่า โรงเรียนชาวเขาขาดครู  ต้องการอาสาสมัคร เราก็ตื่นเต้นคะ รีบสมัครเลย เพราะนี่เป็นความฝันของเรา ( ตามที่อ่านหนังสือมา )

 

       ไปเดินขึ้นเขาลงเขา กันเป็นว่าเล่น   เล่าตอนหนึ่งนะคะ  คือ

กระท่อมที่พักเราก็อยู่เนินเขาอีกลูกหนึ่ง ( เตี้ยๆ ) เช้านี้ตื่นแต่เช้าเพราะจะเข้าเมือง ก็ต้องเดินลงเขาข้ามลำธารเล็กๆและขึ้นฝั่งข้ามไปเพื่อไปรอรวมกลุ่มกับชาวบ้านที่จะลงเขาไปด้วยกัน

       ตอนนั้น ตี 4 กว่า ก็มืดๆนะ พอเราขึ้นอีกฝั่ง (เดินมาคนเดียว )  ก็ได้ยินเสียง หายใจฝืดฟาดๆ อยู่ข้างหน้า

      ไม่กล้าเอาไฟฉายส่อง แต่เรายืนนิ่งๆ ตัวเย็นเฉียบ คิดไปว่าจะหันหลังกลับ หรือจะร้องให้คนมารับดี   ก็คิดสู้คะ   หายใจลึกๆ เป็นไงเป็นกัน  แล้วก็เอาไฟฉายส่องไปเบื้องหน้า  ลำแสงก็สั่นมากๆ เพราะมือมันสั่น

       โธ่....ควายนี่เอง มาขวางกลางทางเดินของเรา ดีนะ ที่ไม่ได้ร้องให้ชาวบ้านมาช่วย อาจจะทำให้หน้าแตกมากกว่านี้

 

      ความลับ ที่สาม 

        ความลับตอนไปดูงานที่ญี่ปุ่น 1 เดือนคะในนามตัวแทนองค์กรที่ทำงานด้านเยาวชน  นานแล้ว แต่ปี 38 เล่าตอนไปอยู่หอพักแถวโยโยกิ ที่โตเกียว

        ครั้งแรกของการ อาบน้ำ ที่สาธารณะ คิดว่า ยังไงก็ต้องลองสักครั้ง ไหนๆมาแล้ว

  

        ก็ไปคนเดียวอีก เพราะเป็นช่วงที่เขาแยกกลุ่มให้ไปอยู่ตามที่ต่างๆ ส่วนเราต้อง รอเจ้าภาพมารับ ก็ต้องนอน หอพักไปหนึ่งคืน

        ก็ เปิ่นๆ อีกนั้นแหละ ทำตัวไม่ถูก ว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง ก็ไปยืนเก้ๆกังๆอยู่ในห้องแรก ที่เป็นห้องที่มีตู้เก็บเสื้อผ้า

        ผู้หญิงอื่นมาถึง เขาก็ถอดชุด เก็บชุดใส่ตู้ล็อกของใครของมัน และเดินตัวเปล่า ไปอีกห้องหนึ่ง

        ก็ตัดสินใจ ค่อยๆเก็บเสื้อผ้าตัวเราเอง  ( ทำเป็นเก็บช้าๆ ก้มๆ ไม่พยายามมองใคร )  เดินและทำตามคนอื่น ...มันก็ยากนะคะ พี่ไทยเรา ไม่เคยอาบน้ำรวมกันเลย

        แต่ก็ดีมากเลย ลงสระน้ำอุ่นกว้างๆ แช่น้ำแล้วก็ลืมโลกเลยคะ

 

        อ่านเหนื่อยหรือยังคะ  เผยความลับ เอาเป็นข้อสุดท้ายดีกว่า ก็ที่ญี่ปุ่น อีกนะคะ เรื่องนี้ดูจะเจ้าเล่ห์นิดๆ ดูเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีเท่าไหร่

        ตามโปรแกรมศึกษาดูงาน จะมี 1 วัน ที่เขาจะให้เราไปเที่ยวที่ไหนก็ได้ รอบๆ โตเกียว ให้ไปคนดียว คือฝึกว่า เราจะใช้ชีวิตรอดได้มั้ย กลับมาเองได้มั้ย

 

        เราก็ชอบล่ะซิคะเรื่องเที่ยว ตื่นเต้นมากๆเลย ชอบผจญภัย ก็เลือกไป สวนสัตว์อูเอโน๊ะ และรอบๆนั้นก็มีพิพิธภัณฑ์ต่างๆมากมาย

        ตอนบ่ายก่อนกลับ ก็เข้าไปที่ พิพิธภัณฑ์ภาพวาด คะ  ก็ต้องซื้อตั๋ว เข้าไปดู ที่นี้ เราก็สองจิตสองใจ เพราะเงินใกล้หมดแล้วจะเข้าไปดูดี   หรือกลับบ้านดีกว่า ก็ยืนคิด สงสัยคิดนานไปหน่อยคะ

        เจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบก็เดินมาคุยด้วย  คงว่า  เห็นเป็นคนต่างชาติ คิดว่าเราจะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า ทำนองนี้

        เขาก็ถามเราว่า เป็นนักศึกษา หรือ...

        จริงๆ เขาดูหน้าเราก็น่าจะรู้ว่าเราไม่ใช่นักศึกษานะคะ  แต่เราก็ ชอบคำว่า นักศึกษามาก เพราะ อยู่ที่นี่ เราก็ทำตัวเป็นนักศึกษาตลอดเวลา แบกเป้ บันทึกโน่น นี่ นั่น ทำตัว active มาก   แม้ว่าจะพ้นวัยมานานแล้วก็ตาม

        เราก็ ตอบไปคะ ใช่เลย  ฉันเป็นนักศึกษา  แล้วเขาก็ไปซื้อตั๋วให้คะ ราคานักศึกษา

        เราก็... เฮ้ ดีใจ  เข้าไปดูภาพวาด กลับมาที่    ศูนย์เยาวชนที่โยโยกิ ก็ มืดค่ำ แล้ว

.............................

        ให้เล่ากี่ข้อนะ  สี่ก็พอนะ...หน้าตาแตกหมดแล้ว....แหะๆ