เหตุการณ์ในครั้งนั้นยังอยู่ในความทรงจำจนถึงทุกวันนี้ เหตุเกิดในวันที่ผมและเพื่อนๆ ได้แก่ โจ้ จ๊ะห์ กลด ดิว เจ๊มุ ในรถซึ่งพวกเราออกมา มอ.สุราษฎร์ฯ มาในเวลาประมาณ 6 โมง เพื่อไปศาลเจ้าแหล่งอาหารประจำของพวกเรา ระหว่างการเดินทาง พวกเราทุกคนก้อสนุก สนาน เฮฮา กันตามประสา จนกระทั่งรถเคลื่อนผ่านเข้าไปยังตัวเมือง จนถึงสี่แยกออมสิน รถติดไฟแดง เราก้อได้มองออกไปด้านหน้ารถของเราซึ่ง มีมอเตอร์ไซด์ จอดติดไฟแดงอยู่ด้านหน้าหนึ่งคัน มีแม่ลูกคู่หนึ่งอยู่ข้างหน้า แม่เป็นคนขับ ลูกสาวตัวอ้วนๆ นั่งซ้อนทายมอเตอร์ไซด์ สวมกางเกงขาสั้นแบบสบายๆ เหมือนพร้อมที่จะเข้านอน สวมเสื้อยืดสีขาวดูย้วยๆ และที่สำคัญ เธอกำลังกินไก่ทอดในขณะที่เธอนั่งซ้อนท้ายแม่เธออยู่ เธอกำลังกินไก่อย่างเมามันส์ ไม่สนใจ สิ่งแวดล้อม ผู้คนรอบข้างและรอบตัวเธอเลย รวมทั้งไม่ได้สนใจ ผีสาง เทวดา นางฟ้า หน้าไหนทั้งสิ้น ประมาณว่าโลกนี้มีเธอและเจ้าไก่ทอดเท่านั้น ...............ซึ่งในขณะนั้นสายตาของพวกเราทุกคนก้อจ้องมองเธออยู่ด้วยความสนุกสนาน และนินทากันสนุกปาก และยิ่งพวกเรามองไปให้ชัดมากขึ้น ก้อได้พบกับความจริงว่า เธอคน นั้นคือ พี่ดวง ดวงพร หัวหน้างานกิจการนักศึกษาในขณะนั้น(ปัจจุบันเธอเป็นใหญ่เป็นโต สมตัวจริงๆกับตำแหน่งใหม่หัวหน้ากลุ่มงานสนับสนุนวิชาการ ที่ใครๆ ก็นับหน้าถือตา และเป็นคนที่บุคคลิกดีมาตลอด ทำให้พวกเราทุกคนยิ่งสนุกกันใหญ่ และก่อนที่สัญาณไฟเขียวจะติดขึ้นมา เราก็เกิดไอเดียว่าจะโทรหาพี่ดวงเพื่อจัดการแกล้งตามสันดานของพวกเรา และทันทีที่โทรติด ดวงพรรับสาย ฮัลโหล...
พวกเราทุกคนพูดเสียงดังพร้อมกันทันทีว่า “หยุดกินไก่เดี่ยวนี้นะ” และดวงพรก้อมีท่าทางผวาสุดฤทธิ์ หันซ้ายแลขวาใหญ่เลยยังกะเจอผีก็ไม่ปาน กับเสียงของพวกเรา แล้วไปเขียวก้อปรากฎ รถของเธอ ก้อเคลื่อนตัวออกไป กลับมาถึงหอพักพวกเราไม่รีรอ สมาคมเรื่องชาวบ้านคืองานของเราได้รวมตัวกันทันที เพื่อที่ทุกคนจะได้นำความจริงที่เราประสบพบมา เล่าให้เพื่อนพ้อง น้องพี่ชาว มอ.สุราษฎร์ฯ ของเราขยายความต่อกันทันที และแน่นอนที่สุดสำหรับสมาคมของเรา ข่าวนี้จะการจายอย่างรวดเร็ว ยิ่งกว่าไวรัสไข้หวัดนก ทุกคนในมอ. ได้รับรู้เรื่องนี้อย่างทั่วถึง และแน่นอนที่สุด เช้าวันรุ่งขึ้นพวกเราจะเข้าไที่ห้องกิจการ นักศึกษา เพื่อที่จะทำการเยอะเย้ยดวงพร ตามปกติของเรา และทันทีที่เราเจอพี่ๆ เจ้าหน้าที่ก้อต้องเล่าต่อกันอย่างสนุกปาก ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ เราเลยเรียกพี่ดวงว่า “เจ๊ไก่ทอด” และไม่ว่าจะเจอกันครั้งไหนก้อต้องพูดถึงเรื่องนี้ พี่ดวงชวนไปกินข้าว ก้อต้องย้อนถามเสมอว่า “กินไก่ทอดเหรอ” จะไปกินข้าวกันเองก้อถามพี่ดวงว่า “ฝากซื้อไก่ทอดไหม” หรือแม้แต่เห็นร้านไก่ทอด ก้อต้องโทรหาพี่ดวง......ทุกครั้งไป
นี่เป็นเหตุการณ์ที่พวกมัน(อาจฟังดูไม่สุภาพที่เรียกนศ.ว่าพวกมัน...... แต่เนื่องจากสนิทกับนศ.กลุ่มนี้มากๆเลยเรียกสรรพนามแบบนี้ได้...เข้าใจกันว่าเรารักกันคะ) พร่ำเล่าให้ชาวบ้านชาวช่องที่รู้จักรวมถึงรุ่นน้องนักกิจกรรมทั้งหลายฟัง ถึงเหตุการณ์ในวันนั้น ทุกครั้งเมื่อมาเยี่ยมเยือนมอ.สุราษฎร์ฯ ในฐานะพี่ๆวิทยากรในการจัดกิจกรรต่างๆไม่ว่าจะเป็น สัมมนาผู้นำกิจกรรม ปฐมนิเทศหรือปัจฉิมนิเทศ วันนั้นนับว่าเป็นวันที่แสนอับอาย อัปยศอดสู เป็นที่สุด ที่พฤติกรรมอันไม่น่าพึงประสงค์ของเราถูกพบเห็นเจอะเจอโดยนักศึกษาที่ขึ้นชื่อเป็น นักกิจกรรมตัวยง และเรากำลังจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเค้าเหล่านั้น นั่นคือความรู้สึก ใครจะคิดว่าอารมณ์ชั่ววูบ กับอาการอยากกินไก่ทอดเจ้าประจำที่ไม่ได้ลิ้มลองรสชาติมานานแสนนานจะก่อเหตุร้ายในวันนั้น
เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า..................กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วแต่ไม่เคยลืมวันนั้นเพิ่งกลับจากที่ทำงานเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จสับ แม่กำลังจะออกไปตลาดพอดี เลยชวนลูกสาวสุดที่รักไปด้วย เลยถามแม่ว่าไก่ทอดพี่พรขายที่ไหน อยากกินๆ แม่ก็บอกว่าก็ที่ตลาดที่กำลังจะไปนี่แหละน้องชายเค้าขายอยู่ สูตรเดียวกัน เท่านั้นแหละไม่รีรอ กระโดด ขึ้นมอเตอร์ไซด์ทันที ด้วยสภาพเครื่องแต่งกายแสนสบาย ก็ตามที่พวกมันเล่านั่นแหละ (แต่ตอนหลังมันกลายเป็นแสนจะอับอาย) ถึงตลาดและจับจองไก่ทอดที่แสนจะโหยหามาเป็นเจ้าของเรียบร้อยแล้ว (เคยมีอาการแบบนี้มั้ยคะ..... อยากกินอะไรสักอย่างที่เราไม่ได้กินมานานแบบว่า อยากมาก โหยหา พอเจอเท่านั้นแหละ กระโดดเข้าหา ซื้อน่องมาซะสาม สี่ น่อง กะกินให้หนำใจกันไปเลย) ระหว่างนั่งรถกลับบ้านเจ้าไก่ทอดนี่มันก็ช่างโชยกลิ่นอันหอมหวนมาชวนกินเหลือเกิน ประกอบกับอาการอยาก ประมาณจะลงแดงตายยังไงยังงั้นเลย คือถ้าไม่ได้กินมันตอนนั้น คงต้องตาย อารมณ์ประมาณนั้นเลย.....ทนไม่ได้ก็หยิบขึ้นมากินทันที เท่านั้นแหละเสียงสวรรค์ที่มาจากนรกผ่านมาตามสายโทรศัพท์ก็กังวานขึ้นทันที“หยุดกินไก่เดี่ยวนี้นะ”พระเจ้าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตฉันนี่ (มันรู้ได้ไงว่าเรากินไก่อยู่ ...ยังกะผีหลอก....หันไปอีกทีรถคันที่ไอ้พวกเด็กๆทั้งหลายจอดติดไฟแดงอยู่ด้านหลัง โอ้...อะไรกันนี่ทำไมชีวิตมันถึงได้บัดซบขนาดนี้ เราทำอะไรลงไป ตายแน่ๆ พรุ่งนี้ต้องตายแน่ๆ(คิดในใจ) มันคงเอาไปเผาไม่เหลือขี้เถ้าแน่ๆ และแล้วความคิดก็เป็นความจริง ก็อย่างมีมันเล่ามาข้างต้นนั่นแหละ....มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ...จนทุกวันนี้เห็นไก่ทีไรก็นึกถึงเสียงสวรรค์จากนรกทุกที “หยุดกินไก่เดี่ยวนี้นะ” และเลิกกินไก่ไปนาน กินทีไรฝันร้ายทุกทีไป .....
เหตุการณ์วันนั้นเลยทำให้คิดได้ว่า เราฐานะคนทำงานกิจการนักศึกษาถือว่าเป็นคนสาธารณะหมือนกันนะนี่ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ทำอะไร กับใครที่ไหน อย่างไร ต้องระมัดระวังตัว เด็กส่วนใหญ่รู้จักเรา เพราะฉะนั้น เราต้องวางตัวให้เหมาะ ให้ควรโดยเฉพาะในที่สาธารณะยิ่งต้องระมัดระวัง เพราะเราถือเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับนศ. อย่าทำลายความหวัง ความเคารพ ศรัทธาที่เค้ามีในตัวเรา ด้วยความเผลอลืมตัวทำพฤติกรรมที่ไม่หมาะสมออกไปเชียว เพราะพลาดเพียงครั้งเดียวนั่นหมายถึงชีวิตทั้งชีวิตเลยทีเดียว
ทุกวันนี้เราเห็นตัวอย่างมากมายที่ผู้หลักผู้ใหญ่ไม่สามารถวางตัวให้เหมาะสม เป็นที่เคารพ เชื่อถือ ศรัทธาให้ผู้น้อยได้ ปัญหาหลายอย่างเลยตามมา ทั้งการเคารพเชื่อฟัง ความน่าเชื่อถือในคำพูด คำสอน ที่ดีจะมีน้ำหนักน้อยลงเพราะแม้บางครั้งผู้ใหญ่อย่างเราๆก็ทำหรือเป็นเสียงเอง....อย่างนี้เราจะไปสอนนักศึกษาได้อย่างไรกัน ท่านอาจารย์พุทธทาสท่านสอนว่า การเป็นแบบอย่างที่ดีมีค่ามากกว่าคำสอน....
วันนี้เลยขอเชิญชวนพวกเราทุกคนที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการเรียนการสอน และชาวกิจการนักศึกษามาร่วมกันเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับนักศึกษาดีกว่าพร่ำพูด พร่ำสอน เราอยากให้เค้าเป็นคนดีมีคุณธรรม คิดคี ทำดี พูดดี แล้วขณะที่เราปฏิบัติต่อเค้าเหล่านั้นเราได้ทำแล้วหรือยังเราได้เป็นแบบอย่างที่ดีแล้วหรือยัง
ข้อควรระวัง โปรดงดกินไก่ทอดขณะรถติดไฟแดง...
ข้อควรปฏิบัติ ก่อนกินไก่ทอดขณะติดไฟแดง โปรดหันซ้ายแลขวาทุกครั้ง
สวัสดีครับ.
ผมเห็นด้วยนะครับว่า ฝ่ายกิจการนิสิต, นักศึกษา ไม่จำเป็นต้องพร่ำบอกเรื่องบางเรื่องกับนิสิต แต่ลงมือปฏิบัติด้วยตนเองเลยจะดีกว่า เพราะนั่นหมายถึง ตัวอย่างที่ดี ย่อมมีค่าเหนือคำสอนใด ๆ ..
ดีใจครับ ที่เห็นบันทึกของชาวกิจการนักศึกษา
ผมคงมีเพื่อนคุยมากขึ้นในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจกรรมนิสิต.
มีอะไรให้รับใช้. ยินดี นะครับ
ดีคะแผ่นดิน
ขอบคุณที่มาทักทายคะ ยินดีที่เพื่อนร่วมอุดมการณ์เดียวกัน
เราน่าจะหาเวที สนทนาประสากิจการนศ.บ้างนะคะ
เพราะงานของเราผู้บริหารมักไม่ค่อยเอาจริงเอาจัง ทั้งทีมันเป็นเรื่องสำคัญ
เพราะคุณภาพบัณฑิต ต้องวัดที่ความดีงาม ซึ่งนั้นหมายถึงกระบวนการบ่มเพาะให้เค้าเป็นคนดี ตลอดสี่ที่อยู่กับเรา แต่มหาลัยส่วนใหญ่ทุมเงินกับงานวิจัยมากกว่า
เฮ้อ...พูดเรื่องนี้แลวเศร้า
ขอบคุณคุณ ขจิต ฝอยทอง มากคะ ที่เข้ามาทักทาย
เป็นไก่ทอดที่อร่อยที่สุดคะ
คุณขจิต ฝอยทอง
ไก่ทอดเดชาที่หาดใหญ่เค้าว่าอร่อยสุด
หน้ามองมีหลายร้ายอ่ยๆทั้งนั้น แต่เตี่ยมนี่ต้องร่าน โชคดีแต่เตี่ม แถวโรงเรียนศรีนคร
ก๋วยเตี่ยซหางหมุก็ขึ้นชื่อคะ ร้านอาหารป่ายาง มีหนั้งตะลุงให้ดูด้วย
คุณขจิต ฝอยทอง
น่าจะเป็นร้านอาหารสวนพร้าว ประตู108 ลาภปลาช่อนอร่อย
ถ้าจำไม่ผิดก็มีคุณเมตตา คุณรัตติยา และหมอสูฝีปากกล้า หมอแป๊ะ( เท่าที่รู้จักนะคะ)
เพราะตัวเองเพิ่งเข้าสู่วงการ KM ได้ไม่นานคะ แต่ดีใจที่มีเพื่อนร่วมวงการอีกหนึ่งคน
ยังไงก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ เพราะท่าทางจะรวมกลุ่มกันหนาแนน่นปึกแล้ว
ตอนนี้ มหาวิทยาลัย มุ่งไปสู่การวิจัย..
และบางที่ เรื่องราว หรือกิจกรรมของนิสิต แทบไม่ได้รับการส่งเสริมเลยก็มี
ที่ มมส. ก็มีเวทีแลกเปลี่ยนกันระหว่างนิสิตนักศึกษาบ่อยมาก มีหลายสถาบันมาดูงาน อย่างวันที่ 6-8 ส.ค. นี้ ม.นครพนมก็จะมาฝังดูงานกันที่นี่
ผมเองยังคิดเลยนะครับว่า น่าจะมีมหกรรมการจัดการความรู้ในภาคของนิสิตนักศึกษาบ้าง..
ผมเสนอแนวคิดไปแล้ว.. 2 - 3 ครั้ง แต่สถาบันก็ยังเงียบอยู่
ขอบคุณครับ