การมีตัวตนมาก การไม่ปล่อยวางตัวตน ก็ทำให้เราเกิดความอยาก อยากเป็นอย่างนั้น ไม่อยากเป็นอย่างนี้ อยากได้นั้น ไม่อยากได้นี้ ยิ่งวนเวียนในร่องของวัฏสงสาร
- ตลอดระยะเวลาร่วมเดือนมานี้ ผมใช้เวลาส่วนหนึ่งไปกับการเตรียมสอนหนังสือ (ผู้ใหญ่) จริง ๆ แล้วก็สอนหนึ่งสือมาแล้วกว่า 10 ปี แต่การสอนที่ผ่านมาเป็นการสอนในระดับปริญญาตรี (เด็ก ๆ) ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร แต่การสอนคราวนี้แตกต่างออกไปเพราะเป็นการสอนผู้ใหญ่ทางด้านการบริหารการศึกษา
- ในอดีตการสอนในระดับปริญญาตรี ผมเข้าใจว่าผมประสบความสำเร็จค่อนข้างสูง เป็นที่รักของลูกศิษย์ที่สอนหลายต่อหลายรุ่น นิสิตหลายรุ่นเมื่อจบไปแล้วตอนกลับมารับปริญญา คณะจัดงานเลี้ยงแสดงความยินดีอย่างเป็นทางการ หลังจากเสร็จพิธีแล้วนิสิตจำนวนไม่น้อยจะไปสืบเสาะว่าผมอยู่ที่ไหนและก็ตามไปหาพบปะพูดคุยกันในบรรยากาศแห่งความสำเร็จของเขา เมื่อมีงานแต่ผมจะได้รับการ์ดแต่งงานอยู่มิได้ด้ขาด
- ...เวลานี้ ผมตัดสินใจข้ามศาสตร์ บูรณาการศาสตร์ ด้วยความเชื่อส่วนตัวมาสอนในบริบทที่แตกต่างออกไป โดยหวังว่า ศาสตร์เดิมจะผสานกับศาสตร์ใหม่จนสามารถสร้างสรรค์และพัฒนาสังคมและประเทศชาติได้ไม่มากก็น้อย
- ...หลังจากเตรียม Power Point ได้หลายชุด นับจำนวนหน้ารวม ๆ กันแล้วกว่า 200 หน้า ผมก็ไปขอ ลปรร ความรู้เกี่ยวกับวิธีสอนกับเพื่อนอาจารย์ อาจารย์ผู้ใหญ่ ทั้งในมหาวิทยาลัยเดียวกันและต่างมหาวิทยาลัย ก็ได้ความรู้เทคนิควิธีการสอนมาปรับปรุงตนเองเป็นระยะ
- ... จนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อาจารย์ท่านหนึ่งที่เป็นอาจารย์ที่เคยสอน และผมเคารพท่านมาก ท่านได้แสดงมุมมองที่แตกต่างออกไป เข้าใจว่า เพื่อให้เราเห็นอีกมุมหรืออีกวิธีการหนึ่งที่แตกต่างออกไป คือเป็นการหวังดีต่อศิษย์อย่างมาก แต่กลับกลายเป็นว่า เมื่อผมทำความเข้าใจและเอาวิธีการสอนที่ท่านอาจารย์แนะนำมาปรับใช้ ในเบื้องต้นทำให้เกิดเป็นทุกข์ขึ้นไม่น้อย แต่ถึงวันนี้เมื่อปรับปรุงแก้ไขแล้ว พบว่า แนวคิดที่ท่านอาจารย์แนะนำมานั้นทำให้การวางแผนการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพขึ้นอย่างเห็นได้ชัด (ถ้ามีโอกาสจะนำมาขยายผลต่อครับ)
- ...ก่อนเมื่อคืนนี้ ยิ่งใกล้วันสอนเข้ามาทุกที ชีวิตผมยิ่งเร่งรีบ เพราะอยากให้การสอนในระดับปริญญาโทออกมามีประสิทธิมากที่สุด จนทำให้จิตใจค่อนข้างวุ่นวายไปไม่น้อย (จิตตก)
- ... จนเมื่อวานนี้ตอนเย็นผมตัดสินใจหยุดการปรับปรุงแผนการสอน และหันหน้าเข้ามาเตรียมจิตเตรียมใจแทน
- ...ระหว่างที่หันหาธรรมะมายกจิตยกใจอยู่พักหนึ่ง ได้หยิบหนังสือ เซนปฏิบัติ ที่วางอยู่ด้านล่าง ๆ ในกองหนังสือ นั่นคือ ไม่ได้เปิดอ่านมาหลายเพลาแล้วขึ้นมา ถึงกับร้องยูเรก้า! เลยครับ
- กล่าวคือ ผมลืมสิ่งที่ดีที่สุดอย่างหนึ่ง ที่ผมเคยเห็นและเคยฝึกปฏิบัติ ที่ทำให้ชีวิตเป็นสุขมาระยะหนึ่ง
- สิ่ง ๆ นั้น คือ อนัตตา องค์ประกอบสุดท้ายของไตรลักษณ์ นั่นเอง
- ตัวตน ก็เปรียบเหมือนตอใม้ที่ขวางกั้นการไหลของน้ำในแม่น้ำนั่นเอง
- การมีตัวตนมาก การไม่ปล่อยวางตัวตน ก็ทำให้เราเกิดความอยาก อยากเป็นอย่างนั้น ไม่อยากเป็นอย่างนี้ อยากได้นั้น ไม่อยากได้นี้ ยิ่งวนเวียนในร่องของวัฏสงสาร
- แค่ลืมตัวตน ละวางตัวตน โอ้โฮ! ยูเรก้า! เมื่อคืนเป็นคืนที่ผมนอนอย่างมีความสุขที่สุดในรอบสัปดาห์ แถมฝันดีอีกต่างหาก
- สุขลึก ๆ อย่างเดิมกลับมาอีกแล้ว คือ ต้องรู้จักปล่อยวางตัวตนซะบ้าง หยุดนึกถึงแต่เรื่องตนเองซะบ้าง หันหน้าเข้าหาพรหมวิหาร 4 ธรรมทาน อภัยทาน วิชาทานให้มาก ๆ แค่นี้ก็สุขแล้วครับท่านทั้งหลาย
เยี่ยมเลยครับ คนส่วนใหญ่ ทำตัวเองห้เครียดเอง
มีอาจารย์ของผม ตอนที่เรียนปริญญาโท ท่านถามผมในงานๆหนึ่ง ว่า ทำไมผมไม่มีความตื่นเต้นกังวลอะไร เมื่อจะต้องทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดต่อหน้าคนหมู่มาก เช่น วิทยากร,สอน
ผมบอกอาจารย์ว่า เป็นความมั่นใจเป็นเบื้องต้น และการปล่อยวางเป็นลำดับที่สอง
ผมคิดเสมอว่า การถ่ายทอดที่เป้นธรรมชาติ จะเป็นคลื่นที่ตรงกับผู้รับที่ดีที่สุด
ผมทดลองกับ นศ.ปริญญาโท มาหลายๆคลาส พบว่า เกิดกระบวนการเรียนรู้ที่ดีครับ
----------------------------------------------
บันทึกอาจารย์นี้ทำให้ผมฉุกใจคิด ทบทวน เป็นประเด็นที่ดีมากครับ