ขับรถใน ม.อ. ระวังมดลูกหย่อน

 

            ใครอยู่ใน ม.อ. กรุณาอ่านตรงนี้ หรือใครที่ไม่ได้อยู่ใน ม.อ. แต่กำลังจะเข้า ม.อ.ก็กรุณาอ่านตรงนี้

 

            รู้สึกกันบ้างไหมว่าการขับรถในมหาวิทยาลัยอันเป็นที่รักของเรานั้น ช่างยากลำบากเสียเหลือเกิน ไหนจะรถเยอะ ไหนจะมีการจัดการกับระบบการจราจรที่ไม่ค่อยจะได้เรื่องได้ราวเท่าไหร่นัก ไหนจะเป็นการสร้างถนนรถวิ่งทางเดียวได้อย่างไม่มีทิศทางที่สมควร ไหนจะมีคนฝ่าฝืนกฎจราจรกันอย่างไม่มียางอายมากมาย และที่จะนำมากระตุกต่อมคนรักสุขภาพในวันนี้ก็คือ เนินตัวหนอน

 

            เนินตัวหนอนมีไว้ทำไม คำตอบก็คือ ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้มหาวิทยาลัยงั้นหรือ เนื่องจากเมื่อตัวหนอนมีอายุได้สักพัก มันก็จะกลายเป็นดักแด้ และผีเสื้อตามลำดับ ฮ่า ฮ่า หรือว่า เอาไว้ทำเป็นทางม้าลายให้คนเดินข้ามถนน ปูอิฐให้สวยงาม เดินข้ามแล้วจะได้รู้สึกเหมือนดูงานศิลปะ แต่มิใช่อย่างนั้นดอกเพื่อนเอ๋ย มันมีไว้สกัดความเร็วของรถราที่สัญจรไปมานั่นเอง

 

            ผมก็ถามตัวเองต่อว่า แล้วรถที่มันวิ่งอยู่ในมหาวิทยาลัยนี้ มันขับกันเร็วมากอย่างนั้นหรือ มีครับมี มันคงมีจริงๆมั้ง เขาเลยต้องทำไอ้ตัวหนอนมาเพื่อชะลอความเร็วลง ผมก็จึงถามต่อไปอีกนิดว่า แล้วผลกระทบทางด้านอื่นมันมีอีกหรือไม่ เท่าที่ผมคิดได้นั้น มีครับมี ติดตามมาทางนี้ครับ

 

1.      เสียเงินมากขึ้นในการทำเนินตัวหนอน เงินไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ที่ลงทุนสร้างมันขึ้นมา แล้วสมัยก่อน จะมีไฟแว๊บๆเพื่อเป็นสัญญาณบอกรถว่า มีหนอนอยู่นะ ลดความเร็วเดี๋ยวนี้ แต่มันก็ตายไปเพียงไม่นานหลังสร้างเสร็จ มีใครเคยถามบ้างไหม ว่าเราเอาเงินหลวงมาทิ้งไว้กับไอ้หนอนและไฟแว๊บๆพวกนี้ไปเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่

 

2.      เสียเงินค่าบำรุงรักษารถมากขึ้น เพราะแต่ละทีที่เราโยกรถขึ้นหนอน โช๊คของรถผมก็ถูกกลึงออกไปบ้างทุกที (ขอเว่อร์หน่อยเถอะครับ) สังเกตดูสิครับ การสร้างหนอนในมหาวิทยาลัยเรานั้นมีมาตรฐานที่ต่างกัน บางอันสันนูนจนเมื่อรถขึ้นทีหนึ่ง ไส้ผมโยกตามไปด้วยเลย โช้คของรถญี่ปุ่นที่ผมขับอยู่นั้น ใครๆก็รู้ว่าคุณภาพมันแสนจะต่างกับรถจากเมืองยุโรปราคาเป็นล้านๆ ขนาดไหน แทนที่จะได้ขับรถแล้วรู้สึกนิ่มๆแบบรถยุโรปบ้างนั้น แต่นี่ขับได้ไม่นาน ช่วงล่างก็ก๊องแก๊งเสียแล้ว

 

3.      ไม่เป็นการประหยัดพลังงานอย่างแรง อย่าลืมนะครับว่า เราต้องเบรกก่อนขึ้นเนิน เร่งเครื่องเพื่อขึ้นเนิน (ซดน้ำมัน) จากนั้นเหยียบเบรกอีกครั้งเพื่อลงเนินหนอน แล้วเหยียบคันเร่งอีกครั้งเพื่อออกตัวรถ (ซดน้ำมันอีกรอบ) จะเห็นว่าต้องเร่งเครื่องถึง 2 ครั้งเป็นอย่างน้อย แบบนี้ ไม่ต้องไปรณรงค์ประหยัดน้ำมันมันให้เมื่อยตุ้มหรอกครับ แต่ก็ไม่แน่นะ เพราะท้ายที่สุดมันก็ลดได้เอง เนืองจากเกิดอาการเบื่อการขับรถในมหาวิทยาลัยขึ้นมา เพราะเกลียดหนอน พาลให้ไม่อยากขับรถ น้ำมันเลยไม่เปลือง

4.      การสร้างเพื่อลดความเร็ว น่าจะเป็นการสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ใช้ถนนคนอื่น แต่จำได้ไหม เมื่อราวปี 2535 ราวๆนั้น เราได้สูญเสียนักศึกษาคณะวจก.ท่านหนึ่งไป เพราะขับรถขึ้นเนินตัวหนอนที่หน้าคาเฟต รถเกิดเสียหลักล้มลง ฐานกะโหลกแตก เสียชีวิต เรื่องนี้ผมยังไม่ลืมนะครับท่าน

5.      ผลกระทบทางด้านสุขภาพที่น่าคิดน่าสนใจอีกอันหนึ่ง ก็คือผลกระทบต่อสุขภาพคุณผู้หญิงครับ สืบเนื่องจากการเป็นสูติแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านช่องคลอดนั้น ผมตระหนักว่า การมีแรงกระแทกผ่านอุ้งเชิงกรานบ่อยๆ อาจจะส่งผลให้เกิดการหย่อนคล้อยของมดลูกและอวัยวะอุ้งเชิงกรานได้ ไม่แน่นะครับ วันหนึ่ง หากมีคนขับรถกระแทกเนินตัวหนอนในมหาวิทยาลัย แล้วมดลูกโผล่แลบออกมา ผมจะยุให้เขาฟ้องร้องมหาวิทยาลัยสักร้อยล้าน เนื่องจากการสร้างตัวหนอนมากเกินไป ส่งผลเสียต่อช่วงล่างสตรีในระยะยาว อันนี้ใครจะเอาไปต่อยอดทำวิจัย ผมก็ไม่หวงนะครับ

 

เห็นไหมครับ ว่าสิ่งที่ท่านสร้างมันขึ้นมา ล้วนแล้วแต่มีผลกระทบกับเรื่องอื่นๆทั้งนั้น เราสร้างอะไรง่ายเหลือเกิน โดยที่ไม่พยายามศึกษาให้ดี แค่มีเงินก็สร้างได้ เคยนับไหมครับว่าเรามีตัวหนอนกี่ตัวใน ม.อ.

เริ่มเข้า ม.อ. มาก็เจอแล้ว ทางเขามหาวิทยาลัยใต้หลังคาสีฟ้าหน้าที่ทำการท่านรปภ.ทั้งหลาย ท่านก็กรุณาเอายางสีดำๆมากั้นเอาไว้ ให้รถกระดอนเล่นๆซะอย่างนั้น บางอันก็วางสะเปะสะปะ ไร้ซึ่งความเป็นระเบียบเรียบร้อย บางวัน ไอ้แผ่นยางนั้นก็กระเด็นไปอยู่เสียไกลแสนไกล อย่างนี้ ทำไมไม่เห็นจะมีใครโวยบ้างเลย อันนี้กระผมของประณามด้วยความจริงใจครับ จุดที่น่าชมเชยก็คือ ทางเข้าประตูร้อยเก้า ไม่มีซึ่งยางหนอนพันธุ์พิเศษนี้ มันปราศจากทัศนะอุจาดครับ

จากนั้นเมื่อเราผ่านวงเวียนเข้ามา ถ้าขับมาทางหน้าธนาคารต้นโพธิ์ เราจะเจอหนอน 3 ตัว แต่ละตัวก็ใหญ่เบ้งๆ ถามว่า ระยะทางไม่ถึงร้อยเมตร ทำไมมันต้องมีตั้ง 3 ตัว ยากที่จะตอบเลยใช่ไหมครับ จากนั้นก็เลี้ยวขวาที่ทางแยกเข้าโรงยิม เราก็จะเจออีก 1 ตัว ขับเข้าไปในหมู่บ้านอาจารย์ก็จะเจออีก อันนี้ทั้งหมู่บ้านเก่าและใหม่ ก็ล้วนแต่มีหนอนไว้ให้เชยชมครับ

เมื่อก่อน ทางลงที่ข้างคณะทรัพย์ เราจะเจอหนอนพันธุ์ไม้ 2 ตัว ตัวหนึ่งอยู่ที่ฐานทางลาดเลยเชียว อีกตัวก็ห่างออกไปราว 6-10 เมตร มันเริ่มมีมาตั้งแต่ราวปี 2535 หรือไม่ผมก็ไม่ค่อยแน่ใจ ตอนนั้นจำได้ว่า เวลาปั่นจักรยานจะทำความเร็วขึ้นเนินนั้น ต้องหยุด เพราะปั่นขึ้นไม่ไหว หนอนมันดักเอาไว้ครับ หงุดหงิดใจทุกครั้งที่เห็นมันนอนตำตาอยู่อย่างนั้น จากนั้นมันก็หายไป 1 ตัว และเพิ่งหายไปอย่างถาวรเมื่อไม่นานมานี้นี่เอง เฮ้อ เพิ่งฉลาด

ยังครับยัง ยังมีอีก คราวนี้ต้องไปดูทางคณะแพทย์บ้าง หากเราขับรถเพื่อผ่านเข้าไปในเขตบ้านพักบุคลากร ก็ต้องเจอป้อมยามที่มีไม้ยกเปิดปิดกั้นรถเข้าออกได้ ตลกไหมครับที่ปัญญาชนคณะผม ยังอุตส่าห์เอาหนอนพันธุ์ยางมาวางดักไว้อีก อภิโธ่! กว่ารถโช๊คกระจอกของผมจะดันตัวเองให้ผ่านไปได้แต่ละที เหยียบคันเร่งไปหลายรอบ แล้วมันจะมีไว้ทำไมหนอ ทั้งหนอน ทั้งไม้กั้น หงุดหงิดใจจากไอ้หนอนยางแล้วขับเข้าต่อไป ก็ยังเจอหนอนปูนอีกรอบ ไอ้ตัวนี้ ขับรถกลางคืนต้องระวังครับ เพราะมันไม่สะท้อนแสงให้เราเห็นครับ งานนี้ขี้หักในไปหลายคัน ยังมีอีก ขับออกมาเรื่อยๆก็ถึงป้อมรปภ.ทางออกอีกด้าน มันก็ยังมีทั้งหนอนทั้งไม้ยก เป็นไงครับ ปัญญาชนคนกันเอง คิดได้อย่างไรกันนี่ (ปล. ตอนนี้ไอ้ไม้ยกนั่น ไม่ต้องใช้ครับ ตั้งยกชี้ฟ้าเอาไว้เฉยๆ สงสัยกลัวมันเหนื่อย ยกขึ้นยกลงบ่อยๆเดี๋ยวมันจะพัง สมราคาดีครับ น่าจะอันละเป็นแสนบาท! สมมตินะครับ สมมติ ฮ่า ฮ่า)

เป็นอย่างไรครับ เห็นความรู้สึกคับข้องหมองใจของผมบ้างไหม ทั้งนี้น่าจะสืบเนื่องมาจากการเป็นโรคกลัวหนอนของผมนั่นเอง