“บัณฑิต” ตามความหมายที่แท้จริง คือ เป็นผู้ที่เปี่ยมด้วย ศีล สมาธิ และปัญญาที่สมบูรณ์...

สวัสดีจ๊ะ

ลูกศิษย์ที่รักของครูทุกคน

เนื่องในวาระวันพระราชทานปริญญาบัตร...วันสำคัญอีกวันหนึ่งในชีวิตของพวกเราในวันนี้...ครูอยากบอกพวกเราทุกคนว่า แม้ครูจะอยู่ห่างจากพวกเราหลายพันไมล์...ไม่มีโอกาสได้ไปร่วมแสดงความยินดีและชื่นชมกับพวกเราด้วยตัวครูเองที่มหาวิทยาลัย...เนื่องด้วยติดภารกิจสำคัญบางประการที่จำเป็นต้องทำในช่วงนี้...อย่างไรก็ตาม ครูขอส่งกระแสแห่งรักและปรารถนาดี...ข้ามขอบฟ้าแสนไกลมาให้พวกเราทุก ๆ คนนะจ๊ะ

 

เมื่อวันซ้อมรับปริญญาที่กำแพงแสน...วันพฤหัสบดีที่ ๑๗ กรกฎาคมที่ผ่านมา พวกเราหลายคนได้เล่าให้ครูฟังถึงเรื่องราวและความเป็นไปของ มหาวิทยาลัยชีวิต...สังคมภายนอกรั้วนนทรี...วิถีชีวิตของคนทำงาน...ช่างแตกต่างจากชีวิตนักศึกษามากเหลือเกินใช่ไหมจ๊ะ...

 

สู้สู้นะ ...ครูขออยู่เคียงข้างและเป็นกำลังใจ ให้พวกเราเสมอ (ยังจำเพลง ทรายกับทะเล ที่คณาจารย์ของภาควิชาช่วยกันร้องให้พวกเราฟังกันได้หรือเปล่าจ๊ะ)

 

ตอนที่ครูยังเยาว์วัยอย่างพวกเรา จำได้ว่ามีบทกลอนอยู่บทหนึ่งที่ประทับใจครูตลอดมาเสมอ ...ครูอาจเคยเล่าให้พวกเราบางคนฟังบ้างแล้ว... บทกลอนนั้นมีใจความว่า

 

เพียงหวังจะเฟื่องฟุ้ง หรือจึงมุ่งมาศึกษา

เพียงเพื่อปริญญา เอาตัวรอดเท่านั้นฤา

 

หากพวกเราคิดว่า...มาเข้าเรียนมหาวิทยาลัย เพียงเพื่อจะได้รับใบรับรองวุฒิการศึกษา... เพียงเพื่อได้รับ ปริญญาบัตร เอาไปไว้ใช้หางานทำ...แล้วงานที่ทำนั้นก็เพียงเพื่อมีเงินไว้จับจ่ายใช้สอย โดยมิได้คำนึงถึงว่างานดังกล่าวจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง ต่อผู้อื่น และต่อสังคมโดยรวมอย่างไร...หากเป็นเช่นนั้นแล้ว... ครูก็คงเสียใจไม่น้อยเลย

 

ยังจำกันได้ไหม ที่ครูมักบอกพวกเราเสมอในชั้นเรียนว่า...ความสำเร็จของชีวิตที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ว่า เราทำงานอะไร ตำแหน่งหน้าที่ใหญ่โตเพียงใด หรือได้รับค่าตอบแทนมากน้อยเท่าใด...เพียงขอให้เราเป็น คนดี และมี ความสุข ...อาจเป็นเพียง คนเล็กๆ ที่แม้ไม่มีใครรู้จัก หากทว่า...ใช้วันเวลาของชีวิตทำ หน้าที่ ที่แท้จริง... รู้ความหมายและคุณค่าของการเกิดมามีชีวิต...เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว

 

ครูขอชื่นชมลูกศิษย์ของครูหลายคนที่ เลือก ทำงานใกล้บ้าน เพียงเพื่อต้องการอยู่ใกล้และดูแลปรนนิบัติพ่อแม่...แม้งานที่ทำจะไม่ได้ตรงสาขาเท่าใดนัก อีกทั้งค่าตอบแทนเป็นตัวเงินที่ได้รับก็ไม่ได้มากมายอะไร หากทว่าเป็นงานที่ สุจริตและสามารถ เลี้ยงชีวิต พึ่งพาตัวเองได้ ...ที่สำคัญคือ การได้ใช้ เวลา ของชีวิตเพื่อดูแลตอบแทน พระคุณ ของพ่อแม่... ความอบอุ่นใจที่ท่านได้รับยามมีลูกอยู่ชิดใกล้ย่อมมีความหมายกว่า เม็ดเงิน ที่ลูกส่งมาให้มากมายนัก

 

ลูกศิษย์ของครูอีกหลายคนอาจกำลังตัดสินใจหางานที่ลงตัว หรืออยู่ในช่วงแห่งการแสวงหาเส้นทางเดินของชีวิต... ครูมั่นใจว่า ด้วยความรู้ ด้วยทักษะ ด้วยประสบการณ์ที่เป็น ความเก่ง ของพวกเรา ตลอดจน ความดี ที่พวกเรามีอยู่ในตัวนั้น ยังคงมี งาน อีกหลากหลายที่ล้วนมีคุณค่า ...รอคอยให้พวกเราทำอยู่ตลอดเวลาจ๊ะ...

 

ขอฝาก ความในใจ ของครูถึงพวกเราทุกคนด้วยนะจ๊ะ

 

เกิดจากความรัก เลยมองไม่เห็น

สอนให้เขาเก่ง ทุ่มทั้งชีวา

แต่พอได้เห็น แสงตะวันสาดแสงมา

จึงได้รู้ว่า บางสิ่งหายไป...

กลับมาได้คิด ใช่เพียงที่เห็น

ใช่เพียงเก่ง อีกอย่างย่อมดูไป

คำตอบจากแสงตะวัน ทำให้ฉันได้เข้าใจ

จากนี้ต้องเริ่มใหม่ ก้าวไปพร้อม ๆ กัน...

ต้องเก่งและดี ต้องมีทั้งสองอย่าง

จึงจะพาเขาไป สู่จุดหมายปลายทาง

ต้องเก่งและดี ต้องมีทั้งสองอย่าง

เขาจะพาโลกนี้...สู่จุดหมายปลายทาง

เวลาที่เหลือ จะทุ่มเทให้ได้ทำ

ทุกสิ่งทุกอย่าง ให้เขาเป็นคนดี

ให้แสงแห่งดวงตะวัน

แสงดาวธรรมนำเขาที...

เพราะโลกต่อไปนี้ เก่งและดีต้องคู่กัน

เพราะโลกต่อไปนี้ เก่งและดีต้องคู่กัน

........

 

อีกครั้ง ที่ครูขออำนวยพรให้ลูกศิษย์ที่รักทุกคน เป็นคนเก่ง ดี มีความสุข และขอให้พวกเราเป็น บัณฑิต ตามความหมายที่แท้จริง คือ เป็นผู้ที่เปี่ยมด้วย ศีล สมาธิ และปัญญาที่สมบูรณ์...นะจ๊ะ

 

ด้วยรัก ...จากใจ

Johannesberg, Republic of South Africa

๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๑