ก่อนที่ฉันจะมาฝึกสอน ฉันเคยบอกกับตัวเองว่าฉันจะต้องเป็นคนที่ใจเย็นให้มากกว่านี้ เนื่องจากเมื่อก่อนฉันเป็นคนใจร้อน แต่เมื่อเป็นครูแล้วเราต้องเป็นคนที่ใจเย็นสามารถควบคุมอารมณ์ได้ จึงจะสามารถควบคุมชั้นเรียนได้ แต่เหตการณ์ที่ฉันเจอในวันนี้ทำให้ฉันไม่อยากเชื่อว่าจะได้เจอ เนื่องจากในวันนี้ฉันได้ทำหน้าที่เป็นกรรมการกลางตรวจข้อสอบเช่นเคย แต่พอดีมีอาจารย์คนหนึ่งไม่มา ทำให้ห้องสอบนั้นมีครูคุมสอบเพียงคนเดียว ดังนั้นอาจารย์ที่เป็นกรรมการกลางจึงต้องหาคนมาช่วยคุมแทน ในตอนแรกเพื่อนของฉันถูกวานให้ไปช่วยคุมสอบ แต่เกิดความเข้าใจผิดหรืออะไรไม่ทราบ เพื่อนของฉันคนนั้นจึงเดินกลับมาแบบทำหน้างง ( คือไม่ได้ไปช่วยคุมสอบเพราะไม่รู้ว่าจะไปห้องไหน) สักพักหนึ่งมีอาจารย์ท่านหนึ่งเดินมาที่ห้องกรรมการกลางและโวยวายว่าทำไมไม่มีคนไปช่วยคุมสอบห้องที่อาจารย์ไม่มา และอาจารย์คนนั้นได้เดินตรงมาที่ฉัน ซึ่งไม่รู้เรื่องอะไรด้วย และถามคาดคั้นด้วยนำเสียงที่เอาเรื่องว่าทำไมฉันถึงไม่ไปช่วยคุมสอบทั้งๆที่ท่านได้ขอให้ไปช่วยแล้วทำไมไม่ไป ฉันพยายามจะบอกว่าฉันไม่ได้เป็นคนที่รับคำสั่งในตอนแรก ฉันไม่รู้เรื่องด้วย แต่อาจารย์ท่านนี้ไม่ยอมฟัง และจะคาดคั้นเอาความผิดฉันให้ได้ จากนั้นก็มีอาจารย์อีกท่านหนึ่งเดินเข้ามาและพูดว่า " ไม่เป็นไรพี่น้องเขาไม่รู้ " และท่านก็หันมาพูดกับฉันว่า " เดี๋ยวน้องไปคุมแทนเพื่อนก็แล้วกัน" และท่านก็รีบพาฉันเดินออกไปจากห้องนั้น ก่อนที่อาจารย์ท่านนั้นจะระเบิดอารมณ์ใส่ฉัน เพราะทุกคนในห้องนั้นรู้ว่าอาจารย์ท่านนี้เป็นคนที่ชอบโวยวาย
จากเหตุการณ์ในวันนี้ทำให้ฉันเสียความรู้สึกและหมดศรัทธาในตัวอาจารย์ท่านนี้มาก และสงสัยด้วยว่าทำไมคนที่เป็นครูบาอาจารย์มาก็หลายปีแล้ว มีประสบการณ์ชีวิตและประสบการณ์สอนมากมาย แล้วทำไมท่านถึงยังเป็นคนที่ใจร้อน ตัดสินเรื่องราวทั้งๆที่ยังไม่ถามเหตุผลแบบนี้ การที่ท่านเป็นครูมาหลายปีไม่ได้ทำให้ท่านใจเย็นขึ้นเลยเหรอ แต่ถ้าคิดอีกแง่หนึ่ง เราก็ต้องยอมรับว่าในสังคมหรือในองค์กรก็ต้องมีทั้งคนดีและคนไม่ดี ถ้าเราโชคดีเราก็จะเจอกับคนดีและได้รับสิ่งที่ดีจากคนดี แต่ถ้าเราโชคร้ายเราก็จะเจอกับคนไม่ดีและเราก็ไม่ควรเอาแบบอย่างเขา