ชุมชน การผลิต เพื่อการบริโภค

                                 เมื่อวันที่    8-10 กรกฎาคมที่ผ่านมาได้ไปร่วมสัมมนาการเพิ่มทักษะเจ้าหน้าที่ สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนจังหวัดและภาคี  ที่โรงแรมไดม่อนด์พลาซ่า  อำเภอเมือง  จังหวัดสุราษฎร์ธานี  ครับที่จริงงานส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน  เป็นงานภายใต้พระราชบัญญัติ ส่งเสริมวิสากิจชุมขน  พ.ศ. 2548       วิสาหกิจชุมชน หมายความว่า กิจการของชุมชนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้า การให้บริการ หรือการอื่นๆ ที่ดำเนินการโดยคณะบุคคลที่มีความผูกพัน มีวิถีชีวิตร่วมกันและรวมคัวกันประกอบกิจการดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคลหรือรูปแบบใดหรือไม่เป็นนิติบุคคล เพื่อการสร้างรายได้และเพื่อการพึ่งพาตนเองของครอบครัวชุมชนและระหว่างชุมชน

 

 

                             จากความหมายจะเห็นได้ชัดเจนว่า ทางรัฐต้องการที่จะช่วยเหลือสนับสนุนให้พี่น้องเกษตรกรในระดับรากหญ้า ในสังคม ในชุมชน มีการรวมตัวกัน เพื่อผลิตสินค้า หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่มีวิถีเดียวกัน เพื่อบริโภค เพื่อแลกเปลี่ยนในชุมชน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะต้องสร้างกระบวนการเรียนรู้ ให้เกิดขึ้นกับคนในชุมชนเสียก่อน 

อาจารย์เสรี  พงศ์พิศ  กล่าวไว้ว่า วิสาหกิจชุมชนเน้นเรื่องวิธีคิดและกระบวนการเรียนรู้ เพราะปัญหาที่ผ่านมาไม่ใช่เรื่องการผลิต ซึ่งชุมชนผลิตได้มากมายไม่รู้จะขายที่ไหน ต้องปรับวิธีคิดใหม่ ถ้ายังทำอะไรอย่างเดียวเพื่อคลาดอย่างเดียว คล้ายกับการปลูกพืชเดี่ยว  ก็จะพบปัญหาแบบพืชเดี่ยว  แต่ถ้าทำแบบผสมผสานและวนเกษตรก็จะเน้นการทำวิสาหกิจชุมชนเพื่อให้พอกินพอใช้ก่อนแล้วต่อยพัฒนาไปสู่การจัดการเชิงธุรกิจ  เมื่อพอเพียงและพึ่งตนเองได้ก็สามารถผลิตให้เหลือเผื่อตลาดได้ ถ้าเกิดขายไม่ได้ก็ไม่เสียหาย  ถ้าขายได้ก็เป็นกำไรถ้าหากจะนำผลผลิตออกสู่ตลาดก็อาจทำได้แต่ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทีเอกลักษณ์ของท้องถิ่น  เกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่น รู้จักการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพหรือทรัพยากรในท้องถิ่นบวกกับความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย  ทำกินทำใช้ก่อน ทำทดแทนสิ่งทีซื้อมาจากคลาดให้มากที่สุด หากนำผลิตภัณฑ์ตัวเด่นออกสู่ตลาด  ก็ควรเรียนรู้การจัดการและกลไกของตลาดให้ดี ไม่หวังพึ่งพาตลาดเป็นหลัก แต่พึ่งตนเองและพึ่งพากันเองก่อน

                             งานส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน เป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องให้ความสำคัญเพราะมีพระราชบัญญัติ กำกับอยู่ และการดำเนินงานให้เป็นไปตามบทบาทของคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนจังหวัด ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นประธาน และเกษตรจังหวัดทำหน้าที่เป็นเลขานุการสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนจังหวัด อยู่ที่สำนักงานเกษตรจังหวัด  เนื่องจากการดำเนินงาน ของจังหวัดเอง มีงานที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มองค์กรเครือข่าย และกลุ่มส่งเสริมอาชีพทางการเกษตรที่ต้องรับผิดชอบดูแล้วอยู่แล้วส่วนหนึ่งและเจ้าหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องนี้มีเพียงคนเดียว เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆยังคงอยู่รวมด้วยกัน ..และภาคี หน่วยงานอื่นเอาไปดำเนินการ  แล้วงานส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนจังหวัดและภาคี  อยู่ที่ไหนเล่า  ในเมื่อคนในองค์กรเองยังไม่รู้จัก

                        จากการสัมนา มีส่วนที่สำคัญ 3 ส่วนคือ 1)การบรรยายความรู้  2) การนำเสนอผลงานเด่นจองจังหวัด นครศรี..สุรษฎร์ธานี 3) แบ่งกลุ่มแลกเปลี่ยนประสบการณ์ปัญหาอุปสรรคต่างๆทั้งในองค์กรและนอกแงค์กร ภาคี รวมทั้งส่วนของกรมเอง การให้ความสำคัญ  และแนวทางการแก้ไข  การสนับสนุน การปกฺบัติตามพ.ร.บ. รวมทั้งงบประมาณ สนับนุนในแต่ละปี ความไม่แตกต่างของกลุ่ม ที่จดทะเบียนและไม่จดทะเบียน.........จดแล้วได้อะไร