เมื่อคืนเคลียร์งานชิ้นใหญ่เสร็จไปแล้วครับชิ้นหนึ่ง เหลืออีกสามชิ้น(ใหญ่เหมือนกัน) เมื่อคืนเกือบๆ ตีสองครับ จริงๆ ตั้งใจแล้วว่าจะไม่นอนดึกเกินเที่ยงคืน แต่สุดวิสัยจริงๆ สำหรับงานชิ้นนี้เพราะเส้นตายผ่านพ้นมาหลายวันแล้ว

เช้านี้พอได้เวลาผ่อนคลายหน่อย ก็เกิดนึกถึงงานวิชาการฉลองสิบปีมหาวิทยาลัย เพราะเย็นวานออกไปตลาดยะลากลับมาถึงบ้าน ก็รู้สึกว่า ยังไม่เห็นมีอะไรในตัวเมืองหรือรอบๆ มหาวิทยาลัยที่จะเป็นการประชาสัมพันธ์งานเลย ทั้งๆ ที่งานนี้งานใหญ่  ไม่รู้ว่าเป็นเพราะผมขลุกอยู่แต่ในบ้านอย่างเดียวหรือเปล่า หรือว่าผมคิดไปเองก็ไม่รู้ ทั้งๆ ที่งานนี้งานใหญ่ครับ ซึ่งหลายครั้งกิจกรรมใหญ่ๆ ของมหาวิทยาลัยออกรูปงานใหญ่ งานดี แต่ไม่ได้ถูกนำมาเพื่อการขยายฐานกิจกรรม คือถ้าถามว่าคนเข้าร่วมกิจกรรมเยอะมัย คำตอบคือ เยอะครับ แต่เป็นคนที่ใกล้ชิดกับมหาวิทยาลัยอยู่ ซึ่งจริงๆ เวลามีงานแบบนี้ การประชาสัมพันธ์ไม่ได้แค่การเผยแพร่ข่าวของกิจกรรมเพื่อให้คนมาเข้าร่วมเท่านั้นครับ แต่เป็นการนำภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยขยายไปยังสาธารณะด้วย ดังนั้นการไม่ให้ความสำคัญกับงานประชาสัมพันธ์ทำให้โอกาสดีๆ ที่มีหายไปด้วยเหมือนกันครับ

ถ้าจะเปรียบเทียบงานประชาสัมพันธ์ ผมก็ชอบที่จะบอกว่า เหมือนกับเครื่องปรุงนั่นแหละครับ คือ ถ้าจัดงานเลี้ยงเชือดวัวไปหลายตัวเพื่อทำแกง ปรากฏไปดันขี้เหนียว ไม่อยากจ่ายเงินเพิ่มไม่กี่บาทเพื่อซื้อเกลือมาใส่ ที่ลงทุนไปเพื่อทำแกงวัวก็ไม่อร่อยครับ ในมุมกลับกัน ถ้าใส่เกลือมากไป ทั้งๆ ที่เนื้อและส่วนอื่นๆ มีน้อย แกงนั้นก็กินไม่ได้ คนก็บ่นเหมือนกัน

ที่สำคัญถ้าคิดว่า เกลือคือเครื่องปรุงสำคัญแล้วไม่เติมแต่งด้วยเครื่องปรุงอื่นๆ ด้วย ก็ไม่อร่อยครับ ดังนั้นการประชาสัมพันธ์ก็ต้องให้มีหลายๆ ช่องทาง

ออ.ที่สำคัญการปรุงต้องอ่านใจคนทานด้วยว่า ชอบแบบไหน หวาน เปลี้ยว เค็ม