สุขภาวะทางปัญญาเป็นรากฐานและเงื่อนไขสำคัญที่จะส่งผลต่อเนื่องถึงสุขภาวะทางกาย จิต และสังคมโดยรวม

โลกใบนี้จะสวย น่าอยู่ หากผู้คนมีความสุข เอื้อเฟื้อ แบ่งปัน มีสุขภาวะที่ยั่งยืน นั่นคือ การมีสุขภาพดีครบสี่ด้าน ได้แก่ กาย จิตใจ สังคม และปัญญา

(ตามนิยาม สุขภาพ ขององค์การอนามัยโลก และ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550)

องค์การอนามัยโลกได้นิยามไว้ว่าสุขภาพ หมายถึงสุขภาวะที่สมบูรณ์ทั้งทางกาย จิตใจ สังคม และปัญญา มิใช่เพียงการปราศจากโรคหรือความพิการเท่านั้นนำมาสู่วิสัยทัศน์ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) คือ คนไทยมีสุขภาวะยั่งยืน หมายถึงคนไทยมีสุขภาวะดีครบทั้งสี่ด้าน ได้แก่ กาย จิต สังคม และปัญญา

สุขภาวะทางกาย   คือ มีร่างกายแข็งแรง

สุขภาวะทางจิต  คือ  มีสุขภาพจิตดี เข้มแข็ง มีจิตพร้อมในการดำเนินชีวิต     

สุขภาวะทางสังคมคือ อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

สุขภาวะทางปัญญาเป็นรากฐานและเงื่อนไขสำคัญที่จะส่งผลต่อเนื่องถึงสุขภาวะทางกาย จิต และสังคมโดยรวม

                                     

           พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ..2550 ได้กำหนดไว้ว่าสุขภาพทางปัญญา หมายความว่า ความรู้ทั่วรู้เท่าทัน และความเข้าใจอย่างแยกได้ในเหตุผลแห่งความดีความชั่วความมีประโยชน์และความมีโทษ  ซึ่งนำไปสู่ความมีจิตใจอันดีงาม  และเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่

         สุขภาวะทางปัญญาช่วยให้ผู้คนบรรลุถึงความสุขที่แท้ คือความสุข ที่เกิดจากการมีทัศนคติที่ถูกต้อง รู้เท่าทันความจริงของชีวิตและโลก สามารถคิดถูก คิดชอบ และรู้จักแก้ทุกข์ได้ด้วยปัญญา รวมทั้งมีความสุขจากการดำเนินชีวิต ถูกต้อง ดีงาม จากการเป็นผู้ให้ และการทำความดีเพื่อคนอื่นหรือส่วนรวม

                           

  ขอบคุณ และอ่านเพิ่มเติมที่นี่ http://www.thaihealth.or.th/node/4756

                       มาช่วยกันสร้างสุขภาวะให้ยั่งยืน

               เพื่อสร้างสรรค์สิ่งดีๆแก่โลกใบนี้  กันเถอะค่ะ

                                   

รักตัวเอง  รักผืนแผ่นดิน  ร่วมมือ  ร่วมใจ สร้างสุขภาวะ..ยั่งยืน