สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา .........ละ..ลด...เลิกอบายมุข

                 "สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา 

 สิ่งนั้นทั้งปวงมีความดับไปเป็นธรรมดา"

                   เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2551 ที่ผ่านมา สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ประทานพระโอวาท วันอาสาฬหบูชา ใจความว่า

                   วันอาสาฬหบูชาเป็นวันบูชาที่สำคัญที่สุดวันหนึ่งในพุทธศาสนา ตรงกับวันพระจันทร์เต็มดวง ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 คือเดือนอาสาฬหบูชา เป็นวันที่เจ้าชายสิทธัตถะ หลังจากได้ตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ ได้ทรงเป็นสมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ได้ 2 เดือน ทรงแสดงพระปฐมเทศนา ทรงประกาศพระธรรมที่ทรงตรัสรู้ครั้งแรก โปรดปัญจวัคคีทั้ง 5 ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้กรุงพาราณสี ท่านโกณทัญญะได้ดวงตาเห็นธรรม รู้ว่า "สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา  สิ่งนั้นทั้งปวงมีความดับไปเป็นธรรมดา"

                    สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงเปล่งพระพุทธวาจาให้เป็นที่ประจักษ์ว่า "โกณฑัญญะได้รู้แล้วหนอ" วันนั้นจึงเป็นวันที่พระรัตนตรัยเกิด ครบ  3  องค์คือ พระพุทธ  พระธรรม    และพระสงฆ์องค์แรกที่เกิดขึ้นคือ ท่านโกณฑัญญะ ด้วยพระบารมีพระรัตนตรัย จงมั่นใจ และจงปฏิบัติเทิดทูนบูชาพระรัตนตรัย ให้เต็มจิตใจทุกเวลา ขออำนวยพร...........โอวาทของสมเด็จพระสังฆราช ฯ องค์ปัจจุบัน

                    เช้าวันนี้(17 กรกฎาคม 2551 ) รีบตื่นเตรียมของใส่บาตร อาหารเจ ถวายเป็นพุทธบูชาศาลเจ้าพ่อ และเจ้าที่ ซึ่งจะใช้ใบตองกล้วย หรือใบโกศล เย็บเป็นกระทงเล็กๆ เรียกว่าก็อกซอมต่อ  แล้วนำข้าวสุก ขนม ผลไม้ที่เป็นมงคล ใส่ในก็อกซอมต่อ (กระทงเล็กๆทำจากใบตอง) เช่นขนมเทียน กล้วย ส้ม ขนมละอองเกสร  มะพร้าวแก้ว   ใส่บาตรเสร็จ ก็รีบนำก็อกซอมต่อ ไปถวายเจ้าที่  ทั้ง 3 แห่งคือ  ศาลเจ้าข้อมือเหล็ก   ศาลเจ้าพ่อเมืองแข่  และอนุสาวรีย์พระยาสีหนาทราชา  ซึ่งวันนี้มีประชาชนไปถวายข้างซอมต่อกันเยอะมาก เนื่องจากเป็นกิจกรรมต่อเนื่องจากการทำบุญใส่บาตร  สำหรับในวันพรุ่งนี้ ( 18 กรกฎาคม 2551 ) เป็นวันเข้าพรรษา  ปีนี้จังหวัดให้หน่วยงาน องค์กร ชุมชนป๊อก เป็นเจ้าภาพแห่เทียนพรรษา 

          

                     รูปร่างหน้าตาของก็อกซอมต่อ(กระทงใบตอง)  ผลไม้ ขนม ที่ถวายเพื่อเป็นสิริมงคล จะมีความหมายอยู่ในตัว เช่น

                     กล้วย          จะทำให้การทำงานสำเร็จลงด้วยวิธีง่ายๆๆๆ เหมือนปอกกล้วยเข้าปาก

                     มะพร้าวแก้ว   ทำให้ชีวิตมีความมั่นคง  มีสีสรร มีชีวิตชีวา และมีแก้วแหวน เงิน ทอง

                     ขนมเทียน       ภาษาถิ่นเรียกว่าขนมห่อ   ทำให้เงินทองไม่รั่วไหลออกไปไหน เพราะ

                     ได้ห่อเงินห่อทองไว้แล้ว 

                      ขนมละอองเกสร    ชีวิตจะอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความสำเร็จ  อนาคตก้าวไกล

                      ไม่ตกอับ

                       ส้ม   จะทำให้สุขภาพแข็งแรง  ไม่เจ็บป่วยร้ายแรง   ฯลฯ

                    ช่วงเข้าพรรษาเป็นอีกโอกาสอันดี ของพุทธศาสนิกชนที่จะได้ตั้งมั่น รักษาศีล ปฏิบัติธรรม  ลด  ละ  เลิกอบายมุข  นอกจากการทำบุญตักบาตร  รักษาศิลฟังเทศน์  ฟังธรรม การถวายผ้าอาบน้ำฝน  ประเพณีที่มีเรื่องเล่ามาแต้ครั้งพุทธกาล  ถึงวันนี้ยังคงปฏิบัติต่อเนื่องกันมา

                     การทำบุญเป็นเรื่องของการชำระใจให้สะอาด สุขใจที่ได้ทำในสิ่งดีดี และหากมีความตั้งใจทั้งก่อนให้  ขณะที่ให้และหลังจากการให้  จิตใจที่ปลื้มปิติ ทั้งสามเวลาเหล่านี้ ก็จะก่อเกิดบุญ เกิดความปิติสุขใจ    เย็นวันนี้อย่าลืมไปเวียนเทียนที่วัดใกล้บ้าน และวันพรุ่งนี้ถวายเทียนเข้าพรรษา และผ้าอาบน้ำฝนกันนะคะ 

                      เห็นไหมคะว่า......การทำบุญรักษาศีลนั้น ไม่ยากเลยค่ะ.......

                      ขออนุโมทนาบุญ.

 ข้อมูลบางส่วนจาก....นสพ.เดลินิวส์

ฉบับวันที่ 17 กรกฎาคม 2551

คอลัมน์เดลินิวส์วาไรตี้....