คืนนี้ กลับจากการไปปฏิบัติหน้าที่ในงานเลี้ยงแห่งหนึ่ง ได้พบผู้คนมากมายที่ล้วนต่างใส่หน้ากากเป็นปรกติ
เราต่างใส่หน้ากากเพื่อทำหน้าที่ของตน
พบกันแล้วก็จากกันไป ใครจะได้อะไรหรือไม่ได้อะไรก็เป็นเรื่องที่ต้องไปสำรวจตัวเองกันต่อไป
ดึกแล้วที่เมืองไทยแต่ยังพอไหวในเดลี จึงบันทึกนี้ก่อนเข้านอน
สังคมกำลังจะเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะชอบใจหรือไม่ก็ตาม
เป็นสิ่งที่เป็นปรกติของสังคมประชาธิปไตย สิทธิในการแสดงออกในความเห็นหรือมุมมองที่แตกต่าง
ความจริงกับความจริงของฝ่ายที่ต่างกันซึ่งคงจะมีความจริงได้เพียงจริงเดียว
การปรารถนาจะรู้ความจริงเป็นเรื่องไม่ผิดเลย เป็นสิ่งที่ต้องทำด้วยซ้ำไป ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายไหน
เพราะความจริงคือสิ่งที่วันหนึ่งก็ต้องปรากฏ ไม่ว่าจะพยายามปิดบังเพียงใดก็ตาม
ใจหนึ่งก็นึกห่วงประเทศชาติ แต่ใจหนึ่งก็คิดว่าดีเพราะการเผชิญหน้าคือสิ่งที่ดีกว่าการไม่ยอมพูดจากัน
เผชิญหน้าแล้วให้ความจริงปรากฏยิ่งดี เพราะจะได้รู้กันโดยเร็ว ก่อนที่จะเสียหายกันไปมากกว่านี้
ผมนั่งวิเคราะห์ตัวเอง ก็สรุปว่า ไม่ได้เป็นพวกใครหรอก ถ้าจะเป็นพวกก็ตามที่เคยบอกไปแล้วในบันทึกก่อนหน้านี้ ว่าผมเป็นพวกที่อยู่กับความถูกต้องและเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ผมจึงต้องหาความจริงต่อไป แม้จะไม่สามารถแสดงตนมากไปกว่านี้ แต่ก็ยืนยันว่าต้องการทราบความจริงที่จริงและที่จริง
ธรรมะที่เห็นจากการเปลี่ยนแปลงนี้จึงน่าสนใจมาก เพราะยังไงก็ต้องเปลี่ยนแปลง ไปในทางใดทางหนึ่ง
เพราะคืออนิจจัง ไม่สามารถเป็นอย่างอื่นได้
เราจึงเป็นผู้ที่ต้องดูการเปลี่ยนแปลงนี้ด้วยใจที่มีสติ หาเหตุและหาผลในทุกผลที่ออกมา
อีกไม่นานคงจะได้ใช้สติที่มั่นคงดูการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น
และวันนั้น ความขัดแย้งคงหมดไป ประเทศชาติจะได้เดินหน้าต่อไปซะที
ผมเห็นว่าความขัดแย้งใดๆ ก็ตาม อาจหมดไปด้วยกาลเวลา หากเราอดทนได้มากพอและนานพอ ก็อาจจะพบกับความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นของปัญหานั้น
ปัญหาจึงอยู่ที่ว่า จะอดทนได้มากและนานเพียงใด ......
พูดได้เต็มปากว่า ใครอึดกว่า คนนั้นคือผู้ชนะ....ผมเองก็ต้องใช้คตินี้ในเวลานี้
เจริญสุขกับทุกท่านครับ
ส่งกำลังใจค่ะ
ความจริงเรา ความจริงเขา ความจริงของแต่ละคน มุมมองที่แตกต่างกัน จากเรื่องเดียวกัน มันอาจจะต่างกันมากเหลือเกิน
คงจะดีไม่น้อยหากแต่ละคนแต่ละฝ่ายลดละอัตตาลงบ้างและเห็นความจริงของสรรพสิ่งหรือ"อนิจจัง" เพราะนั่นอาจจะทำให้ผู้คนเลิกยึด หรือยึดความจริงของแต่ละคนน้อยลง
ส่งกำลังใจอีกครั้งค่ะ ^ ^
อ. กมลวัลย์ ครับ
ในความเป็นจริง การลดอัตตาของแต่ละคนหรือแต่ละฝ่ายก็เป้นสิ่งที่บังคับไม่ได้ครับ
เป็นเรื่องที่ต้องตั้งสติและรอการเปลี่ยนแปลงด้วยความอดทน
ธรรมชาติดูเหมือนจะมีระบบให้กับทุกสิ่ง
มะม่วงไทยกับมะม่วงอินเดียจึงต่างกันทั้งรูปผลและความหวาน
แต่ไม่ว่าจะเป็นมะม่วงไทยหรืออินเดีย ก็อยู่ในกฏธรรมชาติ
อยุ่ที่อินเดีย ก็ต้องทานแต่มะม่วงอินเดียครับ
ก็อร่อยไม่แพ้กัน
ขอบคุณครับสำหรับกำลังใจ
สวัสดีค่ะพี่โยคี
ถึงเราจะบังคับใครไม่ได้ แต่กฏแห่งธรรมชาติ ก็จะสอนใจแต่ละคนได้เอง
เพียงแต่ว่า เขาจะยอมรับหรือไม่ เท่านั้น
บางครั้ง การเป็นผู้ดูเฉยๆ ก็เป็นวิธีการแก้ปัญญาได้เหมือนกัน
ฟ้าพิโรธ ที่เมืองไทยเมื่อคืนนี้ แสงสายฟ้าสว่างจ้า หลายชั่วโมง
พอเช้า ทุกอย่างก็ปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
นี่ก็กฏแห่งธรรมชาติ...เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และ...ดับไป
โยคีน้อย
เวลาก็เดินหน้าไปเรื่อยๆ
การดูคือการต้องต่อสู้กับใจของตัวเอง
ตามสุภาษิตที่ว่า "แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร"
สำคัญมาก
เป็นการแก้ไขความขัดแย้งภายในที่น่าสนใจและต้องศึกษากันต่อไป
สาธุจ๊ะ
สวัสดีค่ะ
มาจากเวปคุณคนไม่มีรากค่ะ เธอแนะนำให้มาอ่านของอ.พลเดเดชค่ะ
กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถึงแม้หนูจะอยู่ไกลจากกทม.ที่มีเหตุการณ์กันอยู่ ก็ส่งผลเพราะธุรกิจรีสอร์ทเล็ก ๆ ทีพังงาก็พากันกระเทือนไปหมกดค่ะ คุยกับครอบครัวว่า....เราต้องอดทนและยอมรับ เนื่องจากมันเป็นเรื่องของ...ชาติบ้านเมือง เราได้รับผลแค่นี้เองต้องอดทนค่ะ
สวัสดีค่ะ
คุณเด็กพังงาครับ
เห็นด้วยครับที่ว่าต้องอดทนและยอมรับเพราะเป็นสิ่งนอกเหนือจากอำนาจของเรา
อย่างไรก็ดี ในทุกธุรกิจนั้น หากได้มองและวิเคราะห์ให้ดีจะพบว่ามีทางออกเสมอโดยเฉพาะหากได้นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงไปใช้
ลองไปอ่านดูการอบรมเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงของผมที่นี่นะครับ www.polpage.com จะมีตัวอย่างรีสอร์ทที่นำไปใช้แล้วกลายเป็นกำไร
ลองทำรีสอร์ทให้เป้นโรงเรียนความรู้ในด้านต่างๆซิครับ
สำหรับเรื่องนักท่องเที่ยว ลองคิดถึงคนอินเดียด้วยนะครับ ติดต่อการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยประจำจังหวัดครับ เพราะนักท่องเที่ยวอินเดียนั้นนิยมไปเที่ยวเมืองไทยมาก
ปีที่แล้วไปเที่ยวกันมากถึง 5 แสน 1 หมื่นคนซึ่งยังไปได้อีกมากเพราะคนรวยของเขามีอยู่ไม่ต่ำกว่า 300 ล้านคน
ประเด็นที่สำคัญก็คือ ในยุคนี้ ความรู้ แทบทุกเรื่อง สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในธุรกิจได้ทั้งนั้น แม้แต่ขยะ ก็กลายเป็นทองได้
การแก้ปัญหาต่างๆ จึงอาจต้องเริ่มจากการหยุดนิ่งเพื่อคิด
ผมมั่นใจว่าจะได้เห็นทางอกกอย่างใดอย่างหนึ่งแน่นอน
โชคดีครับ
* เราคงต้องอดทนกันต่อไปหรือคะ ?
* ... ก็ทำไงได้ใช่ไหมคะ เราไม่ใช่หัวนี่คะ:)
* แต่คิดว่า อีกไม่นานๆ ค่ะ คงสว่าง ?
* ... ยังหวัง ยังฝัน ถึงนิมิตหมายใหม่ๆ ที่ดีค่ะ
* เชื่อว่า หากหัวดี อะไรๆ ก็คงดี เอ? หนอคะ
* ... ความอดทนเป็นยาขม แต่จะกลายเป็นน้ำผึ้ง ...
* หวังว่าประโยคนี้ คงเป็นจริงได้ในสักวัน ขอบคุณค่ะ
คุณ poo ครับ
ผมนึกถึงภาพกีฬาสีในโรงเรียนที่เล่นกันคือวิ่งวิบาก คือการผูกขาติดกัน 2 คนใช่ไหมครับ เป้าหมายคือวิ่งกันไปให้สามัคคีกันให้มากที่สุด
อย่างไรก็ต้องไปด้วยกันทั้ง 2 คนแต่มีเพียง 2 ขาที่ใช้ได้
เราคงต้องอดทนต่อไปครับ ใช่ครับ
การปฏิบัติธรรมก็เช่นกัน เช่นถ้าให้นั่งสมาธิขัดสมาสเพชรกันตอนนี้ จิตใจกับร่างกายต้องไปด้วยกันครับ แม้ตอนเริ่มจะลำบากเพราะปวดหนอๆ แต่พอทำไป อดทนไป ก็จะค่อยๆ สงบเองครับ เช่นที่คุณปูกล่าวไว้ว่ายาขม จะกลายเป็นน้ำผึ้งครับ
ดังนั้น ต้องอดทนครับ
จะ 2 ฝ่าย
จะทั้งสองประเทศ
ก็หนีไปไหนกันไม่ได้
ต้องเขย่งกันไปด้วยกัน
อย่างไรก็ดี ต้องยืนอยู่บนความถูกต้องด้วยครับ
ในที่สุด เมื่อทุกอย่างเกิดขึ้นตามกาลเวลา
ไม่ว่ายาขมหรือน้ำผึ้ง ก็หนอครับ
ทิ้งหมด
วันนี้ ได้ยิ้มให้ตัวเองหรือยังครับ
ขอบคุณครับ
... เหมาะสมแล้ว ...
... อ่านแล้วรู้สึกสบายใจ เลยค่ะ ด้วยคารวะ ...
และยิ้มเสมอค่ะ ยิ้มพิมพ์ใจ – ขอมอบเพลงนี้ให้ค่ะ
คิดถึงเพลงนี้เลยค่ะ ... ขอบพระคุณนะคะ ... :)
... พร้อมดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ ในวันพระใหญ่ อนุโมทนาบุญค่ะ ...
คุณpooครับ
ฝากยิ้มแบบอินเดียครับ
กราบท่ายอ.พลเดชค่ะ
คุณ คนไม่มีราก ครับ
ดีใจด้วยครับ
เลือดรักชาติแรง จึงต้องทำอะไรสักอย่าง
แต่ในที่สุดก็รู้ว่าต้องทำหน้าที่เฉพาะตรงหน้าไม่ให้เสียด้วยซึ่งถือเป็นภาระที่หนักขึ้นแต่จิตใจแกร่งขึ้น
ไม่ใช่การสารภาพเลยครับแต่เป็นการเรียนรู้ที่มีคุณค่า
เรียกว่าผ่านไปอีกข้อสอบที่ยาก
พลังใจนี่แปลกครับ จะเพิ่มมากเพียงใดก็ได้ถ้ามีศรัทธาและความเชื่อมั่น
ก็ถ้าเพื่อในหลวงของเรา ก็ทำดีต่อไปนะครับ
ส่วนผลของการเปลี่ยนแปลงของสังคมและบ้านเมืองจะเป็นเช่นใด ก็ตามดู ตามรู้และอนุโมทนากันต่อไป
เรายังคงเป็นฟันเฟืองตัวจิ๋วที่สำคัญของประเทศชาติครับ
รักษาตัวและเจริญสุขนะครับ
วันนี้ ยิ้มให้กับตัวเองอีกครั้งหนึ่งครับ
อรุณสวัสดิ์ค่ะ ท่านอ.
* เพิ่งเห็นยิ้มแบบอินเดีย
* แปลกดีค่ะ แต่เอ ท่านอ. มีนัยยะ อื่นแฝงไหมคะ
* ไม่บอกตรงๆ ขออภัย ปูไม่ทราบนะคะ ? ...
* เรียนว่า ชอบทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ อินเดียค่ะ
* อินเดีย คือ หนึ่งในเส้นทางสายฝัน ค่ะ
* ให้ท่านอ. ยิ้ม อารมณ์ดี ทุกวี่วัน ขอบคุณค่ะ
คุณpoo ครับ
ภาพวาดนี้วาดหลังจากไปอยุ่ที่อินเดียหลายเดือน
คงเกิดจากการที่ได้เห็นหญิงชราชาวอินเดียตามข้างถนนบ้าง ข้างทางบ้างนั่งขายดอกไม้ ด้วยสีของผ้าที่เข้มและตัดกันกับสีเนื้อ
รอยยิ้มนั้นเป็นรอยยิ้มที่ปนทุกข์แต่ก็แฝงไปด้วยความสุขใจ
ดอกไม้น้นเล่าก็มีกุหลาบ 5 ดอก เลข 5 นั้นหมายถึงได้หลายอย่างมาก ล้วนแต่เป็นธรรมะทั้งนั้น
หาคนที่จะชอบอินเดียทุกอย่างไม่ค่อยได้ครับ แต่ก็ถือว่าถูกต้องแล้วครับ
อินเดียน่าสนใจมาก สุดจะพรรณาและเกี่ยวข้องกับไทยในหลายๆเรื่อง
ผมสรุปว่าคนไทย ชาติหนึ่งควรหาเวลาไปเที่ยวอินเดียครับโดยเฉพาะสังเวชนียสถานทั้ง 4 แห่ง จะได้มีโอกาสสัมผัสกับต้นทางของศรัทธาของเราชาวพุทธ
ความอดทนในรอยยิ้มของหญิงอินเดียนั้น คนไทยเราควนคิดให้มากๆ เพราะเป็นช่วงเวลาที่เราจะต้องอดทนให้มาก เป็นบารมีที่เราต้องนำมาใช้เพื่อให้ประเทศชาติอยุ่และรอดพ้นจากวิกฤตครับ
เจริญสุขครับ
หลาน โก๊ะจิจัง แซ่เฮ ^๐^!
เป็นลูกหลานเศรษฐกิจพอเพียงตัวจริง
ตั้งใจเรียนนะจ๊ะ
กราบอาจารย์พลเดชค่ะ
คุณคนไม่มีรากครับ
จินตนาการจากทั้งสองฝ่ายเป็น
ความขัดแย้งในจินตนาการของมนุษย์
การมีสติอยู่กับปัจจุบันจึงปราศจากจินตนาการครับ
บอกแบบนี้ดูเหมือนไม่ใช่มนุษย์
แต่พระบิดาของเราทำได้และทำแล้วครับ
รู้ทันทุกฝ่าย
เจริญสุขครับ