บ่ายโมงครึ่งวันนี้ เป็นนัดสำคัญของผมครับ คือการประชุมอาจารย์ที่คณะเกี่ยวกับงานวิจัย ประเด็นนี้คือประเด็นที่ผมสอบตกมาหลายปี ตั้งแต่ดูแลงานวิจัยของคณะมาเลยก็ได้ครับ และถ้าวันนี้ผมไม่ไปนั่งคุยกับอาจารย์ ผมก็คิดว่าผมคงสอบตกไปอีกสองปีแน่เลยครับ ดังนั้นยังงัยวันนี้ต้องไปประชุมให้ได้ แต่บังเอิญ สี่ห้าวันก่อนหน้านี้ เท้าผมบวมมากครับ ต้องเรียกว่า บวมจริงๆ หนักกว่าทุกครั้งตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาล และใช้ความพยายามทำให้ลดก็ไม่ยอมลด จนสุดท้ายต้องเมลไปถามหมอเจ๊ คนสวยแห่งโรงพยาบาลกระบี่ (แล้วนำหาโอกาสนำข้อแนะนำของคุณหมอคนสวยมานำเสนอเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครับ) ซึ่งก็ได้คำตอบมาแล้วก็ปฏิบัติตามข้อแนะนำอย่างเคร่งครัด จนสองวันนี้เห็นผลครับ มันยุบลงจนน่าพอใจ
ชุดใส่ไปทำงานวันนี้ของผมก็สุดเท่ครับ เสื้อเชิ้ต ฮิฮิ แต่นุ่งโสร่ง และใส่รองเท้าข้างเดียว ส่วนการเดินทาง เดิมทีวางแผนไว้ว่าจะให้ภรรยาขับรถไปส่งและไปรับ ปรากฏพอได้เวลาไปส่ง เตาฟิกก็หลับเสียนี้ เลยไม่อยากปลุก แต่จะปล่อยให้อยู่บ้านคนเดียวก็ไม่ได้สุดท้ายเลยขับรถไปเองก็ได้ เป็นการขับรถครั้งที่สองตั้งแต่ไปนอนโรงพยาบาลมา
อัลฮัมดุลลาห์ครับ หน้าตึกที่จอดรถว่างพอดี ไม่งั้นก็ตั้งใจไว้แล้วว่า หากไม่มีที่จอดใกล้ๆ จะฝืนกฏจอดตรงบันไดตึกเลย ฮิฮิ
วันนี้มีอาจารย์เข้าประชุมสักประมาณยี่สิบกว่าท่านครับ ที่หายไปแน่ๆ เลยคือสาขาวิชาภาษาอังกฤษ ซึ่งหัวหน้าสาขาวิชา อ.โสรัตโทรมาแจ้งล่วงหน้าแล้วว่า ผมประชุมชนกับโครงการของสาขาวิชา ผมก็ตอบไปว่า ไม่เป็นไร วันนี้เอาเฉพาะคนที่ว่างพอมานั่งคุยกันได้ก็พอ
ที่จริงจะดำเนินการพูดคุยด้วยภาษาไทยตลอดครับ แต่ปรากฏเห็นความตั้งใจของอาจารย์ภาษาอาหรับ ก็เลยจัดให้มีช่วงแปลเป็นภาษาอาหรับด้วย ซึ่งก็ดีครับ อาจารย์อาหรับแวะมาคุยกับผมตอนเลิกว่า ให้มีแปลอย่างนี้บ้างเข้าใจหน่อย จดได้หลายประเด็น แถมหายสงสัยไปหลายข้อครับ งานนี้ต้องขอบคุณอ.มะพลี แมกอง รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและอ.แซมซู ที่ช่วยแปลสิ่งที่ผมพูดให้อาจารย์อาหรับเข้าใจ ส่วนผมเองก็ได้ข้อสรุปว่า วันนี้ผมเข้าใจประเด็นที่อาจารย์อาหรับพูดไม่ค่อยครบประเด็นเท่าไร สงสัยภาษาอาหรับผมจะถอยหลังไปเยอะเลย
ประเด็นหลักวันนี้คือ โจทย์วิจัยแบบไหนคือโจทย์วิจัยที่ดีที่สุด? อาจารย์หลายท่านอยากให้ผมอธิบาย แต่วันนี้ผมใช้วิธีการให้อาจารย์ท่านอื่นช่วยตอบแทนครับ คนแรกคือ อาจารย์นินาเดีย เนื่องจากผมว่าโจทย์วิจัยของอาจารย์เมื่อปีที่แล้วน่าสนใจมาก ท่านที่สองคือ อ.สุบันโญ และอีกท่านหนึ่งคือ อ.อับดุลรอมาน โต๊ะหลง ซึ่งทั้งสองท่านกำลังพัฒนาโจทย์อยู่กับสกว.สำนักงานภาค อีกไม่นานคงได้เซ็นต์สัญญา
สิ่งที่สรุปได้จากการนำเสนอของอาจารย์ทั้งสามท่าน คือ เป็นการวิเคราะห์ปัญหาจากสถานการณ์ปัจจุบัน โดยมองได้จากปัญหาที่เกิดขึ้นปัจจุบัน หรือแนวโน้มจากสถานการณ์ปัจจุบัน และเงื่อนไขสำคัญสำหรับความน่าสนใจของงานวิจัยคือ มีพื้นที่จริงสำหรับการวิจัย
อาจารย์ท่านหนึ่งเสนอได้น่าสนใจครับว่า ถ้าอาจารย์ท่านใดภาระกิจเยอะก็ทำโครงการเล็กๆ อาจารย์ท่านใดมีเวลามากหน่อยก็ทำโครงการใหญ่ๆ หน่อย ที่สำคัญคือทุกคนต้องทำ เออ ผมเองก็ไม่เคยคิดเรื่องของขนาดการวิจัย
ออ.ตอนเริ่มต้นการพูดคุย ผมรู้สึกว่า มีเพียงสองท่านเท่านั้นที่คิดจะเสนอโครงการวิจัยงบสำนักวิจัยฯ แต่หลังจากการคุยครั้งนี้อาจจะได้เพิ่มอีกสักสองสามคน ก็โอเคในระดับหนึ่งครับ
ที่ไม่ค่อยน่าเป็นห่วงก็การทำโครงการเสนอแหล่งทุนภายนอกครับ เพราะหลังจากประชุมได้คุยกับอาจารย์อีกสองสามท่าน ก็มีโครงการกันแล้วที่จะเสนอ
เอาเป็นว่า ผมคงต้องหากลวิธีเพื่อให้มีอาจารย์เสนอโครงการต่อสำนักวิจัยให้มากขึ้นครับ คุยรอบเดียวท่าจะเห็นผลได้ไม่มากครับ
ขอบคุณครับ อาจารย์ขจิต ฝอยทอง
เมื่อวานเท้าที่บวมยุบแล้วครับ จึงไปประชุมได้
งานวิจัยคณะท้าทายมากครับ ว่าทำอย่างไรจะให้ได้ตามเป้า แล้วปีนี้ผมดันไปตั้งเป้าไว้ไกลเสียด้วย ที่สำคัญงานแบบนี้ทำคนเดียวไม่สำเร็จครับ
ขอชื่นชมกับสปิริตของอาจารย์ครับ สำหรับงานวิจัยอย่างที่ควรจะเป็น ผมจะพยายามเรียนรู้มันครับ เพราะบางครั้งคิดว่าเข้าใจอะไรที่แตกต่างอยู่บ้าง แต่ก็ไม่เป็นไร ผมอยากเข้าฟังทุกครั้งครับ อย่างน้อยๆมันจะเป็นแนวทางในการทำวิทยานิพนธ์ เพราะผมมองภาพอะไรบางอย่างชัดเจนขึ้น ขอคุณอีกครั้งสำหรับเอกสารครับ และทุกครั้งที่ให้โอกาสผม ขออัลลอฮฺคุ้มครองและตอบแทนครับ
ขอบคุณครับอาจารย์เสียงเล็ก
จริงๆ ผมอยากให้อาจารย์ได้เริ่มทำวิจัยแล้วครับ แต่รู้สึกว่าการเรียนของอาจารย์ยังหนักอยู่ อาจารย์เลยไม่ควรจับหลายอย่างพร้อมๆ กันครับ กลัวว่าจะแหละทั้งหมด แต่ทั้งวิทยานิพนธ์และวิจัย มันมีธรรมชาติเดียวกันครับ ต่างกันที่ขอบเขตความพอดีของสิ่งที่ศึกษาเท่านั้นแหละครับ เรียนรู้กันได้ครับ
อยากจะบอกว่าตอนเรียนโท อาจารย์ท่านให้ผมทำวิจัยอื่นไปด้วย แต่พอไปทำได้ไม่ถึงสัปดาห์ ผมขอถอยครับ กลัวเสียเรียน (อันนี้ผมคนเดียวนะครับ ถ้าอาจารย์สู้ไม่เป็นไร)