กราบสวัสดีครับทุกท่าน

    สบายดีไหมครับ วันนี้ดีใจครับ ได้หยิบหนังสือที่พี่บุญรุ่งส่งมาใ้ห้ครับ เป็นหนังสือเ่ล่มบางๆ จากหลวงพ่อจรัสครับ ไปเจอบทหนึ่งเห็นว่ามีประโยชน์เตือนสติดีด้วยครับ เลยเอามาฝากทุกท่านด้วยครับ....

ท่านบอกว่า....


    วันนี้จะขอฝากญาติโยมไว้  การอุทิศส่วนกุศล และการแผ่ส่วนกุศลไม่เหมือนกัน

    การแผ่ คือ การแพร่ขยาย เป็นการเคลียร์พื้นที่ แผ่นส่วนบุญออกไป เรียกว่า สัพเพสัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น เรียกว่าการแผ่แพร่ขยาย

    แต่ การอุทิศให้ เป็นการให้โดยเจาะจง ถ้าเราจะให้ตัวเองไม่ต้องบอก ไม่ต้องบอกว่าขอให้ข้าพเจ้ารวย ขอให้ข้าพเจ้าดี ขอให้ข้าพเจ้าหมดหนี้  ทำบุญก็รวยเอง เราเป็นคนทำ เราก็เป็นคนได้ และการให้บิดามารดานั้น ก็ไม่ต้องออกชื่อแต่ประการใด ลูกทำดีมีปัญญา ได้ถึงพ่อแม่ เพราะใกล้ตัวเรา พ่อแม่อยู่ในตัวเรา เราสร้างความดีมากเท่าไรจะถึงพ่อแม่มากเท่านั้น เรามีลูก ลูกเราดี ลูกมีปัญญา พ่อแม่ก็ชื่นใจ โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องไปบอก


จากหนังสือ..กฏแ่ห่งกรรมเล่ม 6 เรื่อง การอุทิศส่วนกุศล โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์

คัดธรรม..จากหนังสือ สวดมนต์ ทำกรรมฐาน ตามแบบหลวงพ่อจรัญ

ไ่่ม่สงวนลิขสิทธิ์

    ตามคำสอนของพระเดชพระคุณหลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม

"ของดีของเราไม่ต้องสงวนลิขสิทธิ์  ใครอยากได้ก็ให้เขาไป

แต่ของไม่ดีของเราต้องสงวนไว้ ไม่ให้คนอื่นมาใช้"

    ทำใ้ห้ผมนึกถึงที่ผมได้เขียนไปวันก่อนถึงหลักธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเลยครับ ว่ามีมาแล้วกว่า 2500 ปี นำมาบอกต่อโดยไม่มีการสงวนลิขสิทธิ์ เพียงแต่เอาไปเผยแพร่ให้ตรงตามต้นฉบับเดิม หากนำไปเผยแพร่ที่ต่างไปจากเดิมอาจจะถือว่าเป็นการบิดเบือนคำสอนได้.......... พระุพุทธเจ้าทรงเป็นพระผู้ให้อย่างแท้จริง

    ผมเคยตั้งคำถามว่า พระธรรมชาติทำไมท่านมีจิตที่ว่าง แต่ใจไม่ว่าง

    ผมก็ตอบไปว่า...เพราะใจเปี่ยมไปด้วยน้ำ(ใจ)

    แล้วทุกวันนี้เรา การอุทิศส่วนกุศล และการแผ่ส่วนกุศล กันอย่างไรบ้าง? เราขออะไรกันบ้าง....ให้ตัวเอง ให้สังคม หรือให้พระธรรมชาติ....

 

กราบขอบพระคุณมากครัีบ  (ขอบพระคุณพี่บุญรุ่งด้วยนะครัีบ)

เม้งครับ