สวัสดีค่ะคุณเม้ง
อิอิ ตามมาสาธุ ด้วยคนคะ
แหม ๆๆ เมื่อคืน เพิ่งได้เซียมซีพุทธที่ฝากซื้อกับคุณหมอมา เลยเห่อนั่งอ่านอยู่คะอ่านแล้วได้แง่คิดที่สามารถนำมาปฏิบัติได้จริง พอเห็นเรื่องนี้ก็เลยอยากคัดลอกมาบอกกล่าวตามที่ราณีสรุปได้บางส่วนนะคะ
ปาฎิหารย็มีอยู่ 3 อย่างคะ
1. อิทธิปาฎิหารย์
ปาฎิหารย์ คือ ฤทธิ์ แสดงฤทธิ์ได้เป็นอัศจรรย์
2. อาเทศนาปาฎิหารย์
ปาฎิหารย์ คือ การทายใจ รอบรู้กระบวนการของจิตจนสามารถกำหนดอาการที่หมายเล็กน้อย แล้วบอกสภาพจิต ความคิด อุปนิสัย ได้อย่างถูกต้องน่าอัศจรรย์
3. อนุสาสนีปาฎิหารย์
ปาฎิหารย์ คือ คำสอนที่เป็นจริง สอนให้เห็นจริง นำไปปฏิบัติได้ผลจริง เป็นอัศจรรย์ (ออกแนววิทยาศาสตร์ )
ทั้ง 3 ปาฎิหารย์นั้น พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญแบบที่สามคือ อนุสาสนีย์ปาฏิหารย์ ว่าเป็นเยี่ยม
(สรุปมานะคะ)เหตุที่ไม่เห็นด้วยกับสองแบบข้างต้นเพราะไม่ได้ช่วยให้พ้นทุกข์ เพราะทุกข์ไม่หมดไป ความเข้าใจชีวิตไม่ได้แจ่มชัดขึ้น มิหนำซ้ำ อาจหลงใหลในตัวตนที่ยิ่งขึ้นไปอีก กลายเป็นเพิ่มอัตตา แทนที่จะลดอัตตา และอาจกลายเป็นเหยื่อ ของการหลงเชื่อ และคล้อยตามได้ง่าย และไป ตอกย้ำตัวตน ให้แน่นหนาขึ้นว่าเป็นคนอย่างนั้นอย่างนี้ ทั้งที่หลักธรรมแห่งความเป็นจริงเป็นอนัตตา และอาจถูกต้อนให้อยู่ในกรอบได้ ผู้ที่ขาดความเชื่อมั่น ก็คิดว่าตนเป็นอย่างนั้นจริง แทนที่จะเห็นเหตุปัจจัยที่ประกอบกันเข้า กลับไปเป็นตัวตนทื่อๆ เพราะเชื่อว่าวาทะที่บอก มิจฉาทิฎฐิจึงพาตัวเองถลำสู่วิธีการแก้ปัญหาที่ผิดอย่างรู้ไม่เท่าทัน
ที่กล่าวมาข้างต้น ขอบอกว่าเป็นเพียงการคัดลอกมาเผยแพร่เท่านั้น และสรุปเองมาบางส่วน อิอิ. ไม่ใช่เก่งแต่อย่างใด แต่ Oop!!!!ลืมไป เรื่องนี้พูดว่าไม่สงวนลิขสิทธิ์นี่นา แหะๆๆๆ แต่ไม่เป็นไร ชื่อบันทึกบอกว่า คัดลอกธรรม บอกต่อนี่นา อิอิ ไม่ผิดกติกา 555+
คัดลอกมาจาก เซียมซีพุทธ (ผู้แต่ง อำนาจ กลั่นประชา)
มีสถานการณ์มากมายที่ไม่รู้ล่วงหน้า มีอาวุธเดียวที่เตรียมไว้ได้ คือ ดาบแห่งสติอันคมลึก
ขอบคุณพื้นที่ตรงนี้ที่ให้ได้นำมาเผยแพร่คะ