สบายดีครับทุกท่าน

    สบายดีนะครับ วันนี้ได้มีโอกาสนำเสนองานให้เด็กนักศึกษาเยอรมัน ฟังเกี่ยวกับงานวิจัยที่ทำ เป็นงานเล็กๆน้อยๆ สนุกๆ ได้คิด ได้ฝึกพัฒนา ได้ลองทำ เขียนโปรแกรม พัฒนาไปเรื่อยๆ การเขียนโปรแกรมก็เหมือนกับการสร้างนะครับ จริงๆ กระบวนการเิริ่มตั้งแต่จุดคิดครับ

    แต่สิ่งที่ผมจะนำมาเล่าบอกต่อวันนี้ เป็นอะไรเรื่องใกล้ๆ ตัวเรา ผมเชื่อว่าทุกๆ ท่านคงเคยได้รับคำชม และคำตำหนิ คำยกยอ คำประจบ คำสบประมาท คำดูถูก และอื่นๆ ครับ  ผมมีหลักง่ายๆ นำเสนอเล่นๆ นำไปใช้ได้ เพื่อป้องกันการหลงตัวเอง หรือเสียคนให้อ่านกันเล่นๆ นะครับ

    เวลามีคำชม สิ่งที่ผมปฏิบัติคือ

  • ดึงคำชมที่อยู่บนฟ้านั่น ให้ลงมาบนดิน ให้อยู่ติดดิน
  • เวลามีคนชมผมจะบอกกับตัวผมและคนชมว่า ผมจมโคลนอีกแล้ว ห้าๆๆๆ อยู่ในทะเลโคลนเลยครับ
  • เพื่อทำให้เราไม่หยิ่ง หลงตัวเอง หรือเสียคนได้ครับ
  • เหมือนที่เขียนไว้ในหน้าประวัติครับ ว่า ไม่อยากดัง เพราะดังแล้วจะถูกดัง (ถูกดังคือโดนดุ) อิๆๆ

    เวลามีคำสบประมาท หรือในทางลบ ผมทำดังนี้คือ

  • ปรับสภาพความคิด ทบทวนตัวเองทันที แ้ล้วก็หัวเราะครับหากไม่ใช่เรื่องจริง
  • แล้วค่อยๆ ดึงคำลบๆ ใต้โคลนนั้นให้ลอยๆ ขึ้นมา ค่อยๆ ลอยขึ้นมาอยู่ที่ผิวดิน
  • ปรับสภาพให้เป็นกลางให้ได้ เพราะเราเท่านั้นที่เข้าถึงจิตใจเราได้จริงๆ
  • คำสบประมาท คือ ยาชูกำลังครับ อิๆๆๆ

    หลักการง่ายๆ ในการไม่ให้เสียคน หรือหลงตัวเองก็คือ การปรับสภาพสิ่งภายนอกเหล่านี้ให้อยู่บนผิวดินให้ได้ครับ  แล้วชีวิตเราจะสบายใจ เวลามีคนต่อว่าเราในกรณีที่เข้าใจผิดก็ให้หัวเราะ หรือยิ้มไว้ครับ อย่าเอาอารมณ์ตอนนั้นไปคลุกให้ยิ่งจมโคลนต่อไปครับ อิๆๆ

    ผมใช้หลักการนี้ครับ เพื่อป้องกันการหลงตัว หรือเสียคน  แต่ละท่านใช้วิธีการใดกันบ้างครับ ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้นะครับ

การได้อยู่บนผิวดินนั้นประเสริฐสุด สัมผัสดินไว้เยอะๆ

พระแม่ธรณีจะอุ้มชูคนไม่ลืมดิน
พระแม่คงคาจะช่วยไม่ให้จมน้ำครับ

ผู้ใหญ่ชมเด็กหากมากไป อาจจะทำให้เด็กเสียคนได้
เด็กชมผู้ใหญ่ ไม่เป็นไรเพราะท่านมีภูมิคุ้มกันดีกว่าเด็ก

กราบขอบพระคุณมากครับ

เม้งครับ