ทุกข์หรือสุข เป็นเพียงอารมณ์ที่เข้ามากระทบในเราเท่านั้น

ทุกคนเคยหยุดคิดบ้างไหมว่า ชีวิตของเราตอนนี้  ปัจจุบัน ณ ที่นี้  เป็นอย่างไร  มีความสุขกับการทำงาน  มีความสุขกับครอบครัวหรือไม่  เหนื่อยมั้ย  ท้อมั้ย  ถ้ารู้สึกเหนื่อยจะทำอย่างไรให้หายเหนื่อย  ถ้ารู้สึกเป็นทุกข์  ทุกข์เพราะอะไร  มีวิธีแก้อย่างไร

จากคำถามข้างบนเชื่อว่าคงมีหลายคนตอบว่าชีวิตเป็นสุข  ขณะที่อีกหลายคนอาจตอบว่าทุกข์เหลือเกิน  เหนื่อยเหลือเกิน  หรือบางคนอาจจะคิดว่าจะถามไปทำไมในเมื่อคำตอบไม่ช่วยอะไรเลย  หรือบางคนอาจจะไม่เคยตั้งคำถามกับตนเองมาก่อนเลย

หนูมะขามเป็นคนคนหนึ่งถ้ามีใครมาถามคำถามนี้ตอบได้เลยว่า  ชีวิตตอนนี้มีความสุขมาก  สุขของหนูมะขามอาจจะไม่มีความพร้อมหรือสมบูรณ์เหมือนคนอื่น  ไม่มีทรัพย์สมบัติใดๆ  แต่ว่าอาจเป็นคนที่มีความสุขมากกว่าคนที่มีเงินมากบางคนก็ได้  มาดูกันนะคะว่าสุขของหนูมะขามเป็นอย่างไร

หนูมะขามไม่มีรถขับแต่ว่าหนูมะขามมีความสุขกับการนั่งรถเมล์  มีความสุขกับการมองเหตุกาณ์ความเป็นไปรอบ ๆ ตนเอง  เพราะว่าคนที่แย่กว่าหนูมะขามยังมี 

หนูมะขามมีพ่อแม่ที่แม้จะไม่มีความรู้สูง  ได้รับการศึกษาแค่ ปอสี่  ไม่ได้มีหน้าที่การงานมั่นคง  แต่ว่ามีความรักให้กันเหลือเฟือ  มีปัญหาสามารถพูดคุยกันได้ประสาชาวบ้านที่เมื่อลูก ๆ อยู่บ้านจะต้องทานข้าวพร้อมกัน  พูดคุยสอบถามความเป็นไปในชีวิต  เล่าเรื่องราวประสบการณ์ให้ฟัง  ซึ่งโอกาสที่จะอยู่พร้อมหน้ากันน้อยแต่ว่าทุกคนเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของแต่ละคนดีจึงไม่เกิดปัญหาอะไร 

หนูมะขามมีหนี้สินที่กู้ยืมมาเพื่อการต่อยอดทางการศึกษา  แต่ว่าไม่มีทรัพย์สมบัติใดๆติดตัวเลย  แต่ว่าหนูมะขามมีร่างกายครบบริบูรณ์  พร้อมหนึ่งสมอง  สองมือ กับหนึ่งใจ 

หนูมะขามมีเพื่อนร่วมงานที่น่ารัก  น่าเคารพ สามารถทำงานร่วมได้ทุกคน  แม้ว่าจะมีความชอบไม่เหมือนกัน  แต่ว่าเราสามารถทำงานร่วมกันได้ดี  อาจมีขัดแย้งกันบ้างแต่ก็เป็นเรื่องของการทำงานที่อาจจะต้องมีปัญหาอยู่แล้ว  เมื่องานจบ  ปัญหาก็จบ 

หนูมะขามมีน้องหมาหนึ่งตัว  ซึ่งถือเป็นสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัว  เป็นเพื่อนแก้เหงาในยามที่ทำงานไกลบ้านได้ 

หนูมะขามมีเวลาว่างเพื่ออ่านหนังสือนิยาย  ฟังเพลง  นอนเล่น  พักผ่อน  ท่องเที่ยว  หนูมะขามมีเวลาตอนเย็นในการไปปาร์ตี้บ้านเพื่อน  คุยกับเพื่อน  ทานข้าวด้วยกัน 

ในเวลาทำงานหนูมะขามก็โชคดีที่ได้แลกเปลี่ยนความรู้กับนักเรียนที่น่ารัก  นอกจากนี้หนูมะขามยังมีงานพิเศษที่เข้ามาท้าทายความสามารถเป็นระยะๆ 

หนูมะขามไม่มีเงินมากมาย  มีหนี้อยู่ด้วย  แต่ว่าหนูมะขามมีชีวิตที่มีความสุขมาก  กินอิ่ม  นอนหลับ ไม่คิดมาก หนูมะขามคิดเสมอว่า  ปัญหาทุกอย่างมีมาเพื่อแก้  แต่ว่าเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นแล้วเราไม่สามารถย้อนเวลากลับไป ณ จุดเริ่มต้นของปัญหา ก็อย่ารีบทุกข์ไปก่อน  ค่อย ๆ คิด  ค่อยๆ แก้  ถ้าแก้ไม่ได้  ก็วางมันลงก่อนซะ  พักก่อนก็ได้  หรือหันกลับไปทำกิจกรรมที่ชอบ  อารมณ์ดีเมื่อไหร่ก็ค่อยมาแก้  หนูมะขามคิดว่าถ้าเราแบกปัญหาต่าง ๆไว้เต็มแล้ว  เราจะก้าวไปข้างหน้าได้อย่างไร เราจะเอาแรงที่ไหนมาก้าวเดินคะ  วางมันลงซะ.....แล้วเดินไป  เราจะได้เดินอย่างสบาย  ไม่หนัก  ไม่เจ็บ  ไม่ปวด  และที่สำคัญ  ไม่เหนื่อยค่ะ

หนูมะขามเห็นเพื่อนบางคนทำงานหนักมากแทบไม่มีเวลาว่างให้ตนเอง  เพื่อความงอกเงยของเงินทองที่มากขึ้นทุกที  สวนทางกับสภาพร่างกายที่แย่ลง  โรคภัยรุมเร้า  หนูมะขามก็อดคิดไม่ได้ว่า  เมื่อไหร่เขาจะถึงเวลาพอสักที  การมีเงินมากเป็นเรื่องดี  แต่ว่าร่างกายแย่ลง  เวลาจะใช้เงินก็ไม่มี  หน้าดำคร่ำเครียดกับการหาเก็บ  มันมีความสุขจริงหรือ  คนบางคนมีเงินมากมายเรียกว่าอีกสิบชาติก็ใช้ไม่หมด  แต่ว่าไม่มีที่ดินที่จะเหยียบได้ในประเทศไทย  มีเงินมากแล้วมีความสุขจริง ๆ หรือ  ทำไมเราไม่ทำงานไปด้วย  พักผ่อนพักผ่อน  แบ่งเงินสักส่วนทำบูญเพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาบ้าง  ทำบุญเพื่อการศึกษาบ้าง  เพื่อสร้างความสบายใจให้กับตนเองบ้าง

หนูมะขามเชื่อว่าถ้าเราเป็นนายเงิน  แน่นอนว่าเงินจะบันดาลสิ่งทีเราเป็นสุขได้  แต่ว่าถ้าเราเป็นทาสเงิน  ก็เหมือนว่าตกนรกทั้งเป็นนะคะ

ตอนนี้ปัญหาต่างๆ ในสังคมก็เยอะแล้ว  เรามาทำชีวิตตนเองให้มีความสุขเถอะ  ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรเลย  เพียงแค่กับการเปลี่ยนมุมมองของชีวิตใหม่  ชีวิตก็มีสุขได้  มาลองเป็นคนมองโลกในแง่บวกกันเถอะค่ะ  แล้วจะรู้ว่าโลกเรายังน่าอยู่นะคะ  สังคมเราก็ยังมีส่วนดีอีกมากค่ะ