นายสุพจน์ แสงประทุม ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 จังหวัดราชบุรี เปิดเผยว่า แม้ว่าประเทศไทยจะยังคงเป็นผู้ผลิตและส่งออกน้ำตาลในอันดับต้นของโลก แต่อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำมันตาลทรายของไทยยังขาดการพัฒนาโดยยังมีปัญหาทั้งทางด้านการพัฒนาปัจจัยการผลิต และการบริหารจัดการตั้งแต่ในระดับไร่ โรงงานจนถึงการส่งออก ทำให้มีต้นทุนการผลิตสูงและประสิทธิภาพการผลิตต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่งอื่นๆ เช่น บราซิล และออสเตรเลีย ซึ่งมีการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
ปัญหาสำคัญในระดับไร่อ้อยที่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการผลิตอ้อย คือ ปัญหาการพัฒนาปัจจัยการผลิต โดยมีสาเหตุมาจากการขาดการพัฒนาระบบการจัดการน้ำในไร่อ้อยขาดแคลนอ้อยพันธุ์ดีที่ให้ผลผลิต และค่าความหวานสูง รวมทั้งทนต่อโรคแมลง ขาดการปรับปรุงและบำรุงดินขาดการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตอ้อยทั้งระบบ ตั้งแต่การปลูกจนถึงการเก็บเกี่ยว ซึ่งปัญหาดังกล่าวได้ส่งผลต่อเนื่องให้โรงงานน้ำตาลมีการใช้กำลังการผลิตโดยรวมอยู่ในระดับต่ำไปด้วย
นายสุพจน์ กล่าวต่อไปว่า ปัญหาในระดับโรงงานน้ำตาลที่มีผลกระทบต่อประสิทธิภาพการผลิตน้ำตาล คือ ปัญหาอ้อยเข้าหีบด้อยคุณภาพ อันเนื่องมาจากอ้อยไฟไหม้และมีสิ่งปนเปื้อน รวมทั้งปัญหาการจัดระบบคิวขนส่งอ้อยเข้าโรงงาน เพื่อลดเวลาอ้อยค้างในไร่ และอ้อยติดคิวยาวที่หน้าโรงงานน้ำตาล ตลอดจนปัญหาขาดการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มมูลค่าอ้อย น้ำตาลและวัสดุ
เหลือใช้จากโรงงานให้ได้ผลิตผลิตภัณฑ์ อื่นๆ เอทานอล กระแสไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ชีวเคมี เป็นต้น
ซึ่งในภาครัฐ ได้เร่งแก้ปัญหาดังกล่าวแล้ว โดยการรณรงค์ให้เกษตรกรผู้ปลูก จัดการการผลิตการตัดและ
การขนส่งให้ถูกต้อง และมีมาตรการลงโทษผู้ฝ่าฝืนกระทำผิด เช่น การเผาอ้อยอาจได้รับโทษจำคุกถึง 7 ปี เป็นต้น
แวะมาเยี่ยม อิอิ
ขอบคุณค่ะที่อุตส่าห์และมาเยี่ยม
แวะมาอ่านครับ ขอบคุณครับ