ชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน เรื่องจังหวัดของเรา

ชื่อเรื่อง                  รายงานการใช้นวัตกรรมชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน เรื่องจังหวัดของเรา

                                สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

ชื่อผู้รายงาน        วรารัตน์  ฉ่ำกระมล

ตำแหน่ง                ครู คศ.2  โรงเรียนบ้านทุ่งสวน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากำแพงเพชร

                                เขต 1

ปีที่จัดทำ               2551

 

บทคัดย่อ

 

                        การศึกษาค้นคว้าในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อสร้างชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน เรื่อง จังหวัดของเรา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4  2) เพื่อหาประสิทธิภาพ ชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน เรื่อง จังหวัดของเรา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80 / 80 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ก่อนและหลังเรียนหลังการใช้ชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน เรื่องจังหวัดของเรา  สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4    4) เพื่อศึกษาเจตคติเจตคติของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อการใช้นวัตกรรมด้วยนวัตกรรมชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน เรื่อง จังหวัดของเรา กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านทุ่งสวน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากำแพงเพชร เขต 1 ปีการศึกษา 2550 จำนวน 20 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ประกอบด้วย แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ก่อนเรียนและหลังเรียน ชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน จำนวน 6 ชุด และแผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ผู้รายงานได้ดำเนินการสอนและเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อหาประสิทธิภาพของชุดการสอนแบบศูนย์การเรียนตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ทดสอบความแตกต่างของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและ         หลังเรียน

                        ผลการรายงาน พบว่า

                        1.   ผลการหาประสิทธิภาพของนวัตกรรมชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน เรื่องจังหวัด

ของเราสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4  พบว่าค่าเฉลี่ยของคะแนนระหว่าง การใช้นวัตกรรมชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน เรื่องจังหวัดของเราสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ทั้ง 6 ชุดมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 24.85  คิดเป็นร้อยละ 82.83  และค่าเฉลี่ยของคะแนนจากแบบทดสอบหลังเรียนมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 8.91 คิดเป็นร้อยละ 86.91 นั่นคือ นวัตกรรมชุดการสอนแบบศูนย์การเรียนสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 86.91/82.83 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ตั้งไว้ 

                        2.  ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้

นวัตกรรมชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน เรื่องจังหวัดของเราสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4  ทั้ง 6 ชุด ปรากฏผลดังตารางนี้

                                2.1  ผลเปรียบเทียบค่าคะแนนของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียนด้วยนวัตกรรมชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน เรื่องจังหวัดของเราสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4  จำนวน 6 ชุด พบว่าทุกเรื่องมีคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าคะแนนทดสอบก่อนเรียน เมื่อทดสอบความแตกต่างด้วยการทดสอบที พบว่าแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 แสดงว่าการเรียนโดยใช้นวัตกรรมชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน เรื่องจังหวัดของเราสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ทั้ง 6 ชุด ส่งผลให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4  มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยที่มีคะแนน  หลังเรียนสูงกว่าคะแนนก่อนเรียน

                                2.2  ค่าเฉลี่ยร้อยละของคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนมีค่าเท่ากับ 30.50 และ 82.83  ตามลำดับ และมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.42  และ 1.34 ตามลำดับ เมื่อนำมาทดสอบความแตกต่างโดยใช้การทดสอบที (t-test) พบว่า แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิตที่ระดับ .01

                         3.  นักเรียนมีเจตคติต่อการใช้นวัตกรรมชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน เรื่องจังหวัดของเราสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4  โรงเรียนบ้านทุ่งสวน กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา  และวัฒนธรรม  โดยรวมอยู่ในระดับมาก  เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มีคาเฉลี่ยสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ การที่คนในท้องถิ่นมีความรักและผูกพันกันจะทำให้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข      รองลงมา เข้าร่วมในกิจกรรมประเพณีของท้องถิ่นด้วยความเต็มใจ, ร่วมเข้าโครงการอนุรักษ์ท้องถิ่น และชักชวนเพื่อไปเที่ยวงานประจำปีของท้องถิ่น แสดงว่านักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4  ทุกคนเมื่อได้เรียนรู้จากนวัตกรรมชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน เรื่องจังหวัดของเรา       ที่ผู้รายงานสร้างขึ้นเห็นด้วยในระดับมาก ซึ่งน่าจะมีผลมาจากชุดการสอนแบบศูนย์การเรียนมีประสิทธิภาพและสามารถพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนได้อย่างเหมาะสมและเต็มศักยภาพ