......อุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ถ้าเราจะใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ ในชีวิตบ้างอาจจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุต่างๆ ได้.....

     

              เมื่อวานนี้ที่โรงเรียนครูแอนเกิดเรื่องจนได้ค่ะ  มันเป็นอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้โดยที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนและไม่อยากให้เกิดเรื่องเฉกเช่นนี้  เป็นช่วงเวลาพักเที่ยงพอดี (ก่อนถึงคาบโฮมรูม) ใครๆ ต่างพากันไปรับประทานอาหารเที่ยงและพักผ่อนก่อนที่จะเข้าคาบเรียนต่อไปทั้งครูและเพื่อนนักเรียนด้วยกัน  เด็กผู้ชายในห้อง ม.2 ห้องหนึ่ง (ซึ่งอยู่ห้องข้างๆ ห้องที่ครูแอนเป็นที่ปรึกษา ) พร้อมพรรคพวกนั่งเล่นกันที่หน้าห้องเรียนซึ่งเป็นที่นั่งยาวจรดอาคารเรียนที่ทำด้วยหินอ่อนหน้าห้องเรียนของตนบนชั้น 3 ของอาคารเรียน  และใกล้ๆ กันเป็นทางขึ้นบันได  เรื่องเกิดตรงที่เค้าเล่นพิเรนกันนี่ล่ะค่ะ  ครูแอนฟังความมาได้ข่าวมาว่า  กลุ่มนี้เค้าซนๆ กันพอสมควร  แล้วเจ้าคนนี้คนที่ประสบเหตุเค้าตัวอ้วนเทียวล่ะ...นั่งๆ กันอยู่ ....เพื่อนๆ ในกลุ่มเค้าก็แกล้งเอาปากกาพันปลายไม้หย่อนลงตรงระบียงที่เป็นทางขึ้น-ลงบันได  เค้าก็อาสาเอื้อมไปเอา  ครั้งที่หนึ่งเอื้อมได้โดยมีเพื่อนๆ ช่วยกันยึดไว้  สำเร็จค่ะ  ไม่พอ...มีต่อครั้งที่สอง....ก็เอื้อมได้...สำเร็จค่ะ....เรื่องมันเกิดตรงครั้งที่สามนี่ล่ะค่ะ....ทำเช่นเดิม...แต่ครานี้พลาดเพื่อนๆ ฉวยไว้ไม่ทัน  หล่นพลั่กลงมาตรงบันไดที่ระเบียงชั้นสอง  พรรคพวกตรงนั้นตกใจมาก  รีบวิ่งไปตามครูที่อยู่ตรงชั้นสองที่ใกล้ที่สุดมาช่วยกันพาส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน  แว่วว่าแกน็อคไปแล้าพลิกหน้าขึ้นมาได้  นั่นคือ...ตอนส่งโรงพยาบาลมีสติดีอยู่....แต่หมอที่โรงพยาบาลส่งต่อที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ในทันที  เนื่องจากไม่แน่ใจในอาการเจ็บป่วย  เนื่องจากมีเลือดไหลออกมามาก  เมื่อท่านรอง ผ.อ. กลับมาจากโรงพยาบาลก็แจ้งข่าวให้พวกเราบรรดาครูๆ ที่ต่างพากันเป็นห่วง ทราบข่าวในทันที  นั่นคือ...แขนหักแน่นอน  แต่ยังไม่แน่ใจในกะโหลกศรีษะว่าจะเป็นอย่างไร...  รอฟังผลทางโรงพยาบาลที่หาดใหญ่อีกครั้ง

        ภาพเหตุการณ์ก่อนๆ ในมโนทัศน์  ย้อนมาให้เห็นเป็นลำดับๆ...ใช่ว่าจะไม่เคยเตือนกันมาก่อนเกี่ยวกับเรื่องของการเล่นที่โลดโผนโจนทะยานอวดศักดาในตัวตนของคนซนๆ เหล่านี้...หลายต่อหลายครั้งที่ครูแอนเคยเห็นเจ้าทะโมนเหล่านี้นั่งบนราวบันไดแล้วทำท่าจะไหลรูดตัวเองลงมาตามราวเกาะของขั้นบันไดทางขึ้นระหว่างชั้นของอาคารเรียน(คล้ายๆ กับในหนัง, ในภาพยนตร์  ที่เค้าทำกันได้นั่นล่ะค่ะ)  และทุกครั้งที่เจอจะตะโกนสกัดทัพดาวรุ่งเหล่านั้นในทันทีด้วยเสียงอันดังระคนโกรธที่เค้าเล่นกันแบบไม่คิดหน้า-คิดหลัง(เกี่ยวกับความปลอดภัยของตัวเค้าเอง)ในทุกๆ ครั้งที่พานพบ(เลยกลายเป็นว่า....บรรดาครูๆ ที่เจอะเจอเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวจะกลายเป็นนางยักษ์ไปในบัดดล...แต่ก็ยอมล่ะค่ะ...เพื่อความปลอดภัยของไอ้เจ้าทโมนเหล่านี้นี่นา...ดีกว่าจะมาเจอเหตุการณ์อย่างในวันนี้)  ....นี่ถ้าครูคนใดคนนึงมาเจอก่อนก็คงจะไม่เกิดเรื่อง...แต่จนด้วยเกล้าจริงๆ มันเป็นช่วงเวลาพักกลางวันที่ครูท่านใดๆ ก็ไม่คาดคิดมาก่อน....

        คงภาวนากันแต่....ขอให้เด็กปลอดภัย...อย่าอาการหนักเลย....

        โอ....มันเป็นเหตุการณ์ที่ครูแอนไม่เคยประสบมาก่อนในชีวิตคุณครู  สังเกตได้ว่าทุกคนเงียบไปเลย  ทั้งเด็กๆ กลุ่มเพื่อนๆ ของเค้าเอง , เพื่อนรุ่นพี่-รุ่นน้อง  หรือแม้แต่ครูๆ ในโรงเรียน  ด้วยไม่คาดคิดว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดในโรงเรียนของเรา

        คาบต่อมา.....หลังพักเที่ยงเป็นคาบโฮมรูม.......

        ครูแอนและน้องครูหน่อยนัดโฮมรูมเด็กๆ ใต้ต้นไม้ตรงถนนใกล้ประตูด้านหลังโรงเรียน  ด้วยบรรยากาศที่ร่มรื่นของเงาต้นไม้ใหญ่ๆ และห่างไกลจากสถานที่เกิดเหตุอันนำมาซึ่งบรรยากาศที่ตึงเครียด  เราสองครูเลยนำเอาเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเพื่อนร่วมระดับชั้นเรียนของเด็กๆ มาเป็นโจทย์ให้เด็กๆ ในที่ปรึกษาชวยกันคิด วิเคราะห์ ในหลายๆ ประเด็น  หลายๆ แง่มุม  ซึ่งคาบโฮมรูมในวันนี้ครูแอนเลยต้องเปลี่ยนเรื่องพูดคุยกะทันหัน โดยหันมาพูดคุยกันเรื่อง

 ความปลอดภัยในชีวิตทั้งที่โรงเรียนและทุกๆที่

โดยเอาโจทย์ให้ทุกคนในห้องช่วยกันคิดและวิพากษ์  วิจารณ์  อภิปรายกัน....ว่า....

-        ถ้าย้อนเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ได้  เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นควรจะเป็นอย่างไร

-        เมื่อเหตุการณ์แบบนี้แล้ว...เพื่อนผู้ประสบเหตุอาจจะพบเจอสถานการณ์ใดต่อไปในอนาคตได้บ้าง

1 .....................

2......................

3......................   ฯลฯ

-        ถ้าเป็นนักเรียนเองเจอะเจอประสบการณ์ดังกล่าว  นักเรียนควรจะมีวิธีคิดแบบใดจึงจะสร้างความปลอดภัยให้ตนเองได้

 

        หลายคนบอกว่า....เพื่อนเค้าไม่คิดก่อนทำนี่คะครู.... 

        ครูแอนเลยได้จังหวะสอนเรื่องของการคิดว่าควรจะคิดก่อนเล่นอะไรที่คาดว่าจะเสี่ยงๆ หรือแม้แต่การกระทำใดๆ ของเราก็ตาม  ถ้าเราคิดเยอะๆ  ผลเสียหายก็จะยิ่งลดน้อยลงเท่านั้น  เลยเปรียบเทียบให้เค้าเห็นว่าเวลาครูเตือนอะไรพวกเราน่ะ  พวกครูคิดไปไกลแล้ว เพราะพ่อแม่พวกเราเค้าฝากพวกเราให้ครูช่วยดูแลไงที่โรงเรียนน่ะ ครูเลยคิดทบทวนแล้วทบทวนอีก  คิดหลายๆ แง่มุม  กลายเป็นว่าครูคิดตั้งแต่หนึ่งไปจนถึงสิบแล้ว...ในขณะที่สิ่งที่พวกเรากำลังกระทำอยู่นี่อยู่ตรงจุดที่ 2 หรือ 3 ของการคิดของพวกครูเท่านั้นเอง  เพราะพวกเราไม่ได้คิดให้ไกลๆ ไปในหลายแง่มุมไงลูก....ลองดูนะ....จะทำอะไรลองคิดก่อนทำ  คิดถึงผลที่อาจจะเกิดขึ้น  ว่ามันจะทำให้เดือดร้อนแก่ตนเองรึปล่าว  เดือนร้อนแก่ผู้อื่นรึปล่าว  ถ้าอย่างนั้นอย่าทำเลย  แต่ถ้าไตรตรองแล้วพบแต่สิ่งดีๆ ที่จะเกิดตามมาล่ะก็ลุยเลยลูก....หลายคนเริ่มเข้าใจ....ด้วยสายตาที่ส่งมาบอกครูแอนเช่นนั้น

      เมื่อเริ่มแยกย้ายกัน....ได้ยินบางกลุ่มเค้าแอบแซวกันเล็กๆ ว่า  ฉันกำลังคิดตรงจุดที่ 5 6  อยู่ล่ะว่า  ถ้าฉันไม่ทำงานส่งวันจันทร์นี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง.... 

 

.....คาดว่าคงได้ผลนะคะ.......

 

.......อย่าประมาทกับชีวิต.....

......อุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา.......

  ถ้าเราจะใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ ในชีวิตบ้างอาจจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุต่างๆ ได้บ้างมังคะ