จะว่าไป มันก็ไม่ใช่นก และไม่ใช่นกพันธุ์ใหม่อย่างที่ขึ้นชื่อบันทึกหรอก แต่คนก็เรียกกันว่า...นก
ทำไมถึงเรียกว่า...นก ก็ไม่ทราบต้นสายปลายเหตุ จะว่านกตัวนี้มันไม่ดี...จึงนำมาเขียนบันทึก ก็ไม่ได้
ก็เพราะเห็นว่า..มันดี จึงนำมาเล่าสู่กันอ่าน
นกตัวนี้ เป็นสัญญาณบอกเหตุหลายอย่างเลย สำหรับกลุ่มกิจกรรมลูกเสือ สำหรับเจ้าหน้าที่เทศกิจ เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือครูพลศึกษา
เมื่อเร็วๆนี้ ก็เห็นนายตรวจที่อยู่ที่ป้ายรถประจำทางก็ใช้ประโยชน์จากนกตัวนี้กันอย่างกว้างขวาง
หรือว่า เรื่อง นิทานกล้อม ที่พ่อกับแม่ ให้เงินลูกไปซื้อ นก.....ตัวนี้กลับมาถึงบ้านเมื่อไร พ่อแม่จะได้รู้ว่า ลูกมาแล้ว จะได้เลิกทำกิจกรรมก่อนลูกมาถึงบ้าน....
ท่านผู้อ่านพอจะเดาได้นะคะว่า...มันชื่อ...นกอะไร นั่นไง หลายๆท่าน เดา ทาย คาดคะเน ได้แล้ว จากการที่ครูอ้อยได้ใบ้คำเป็นตัวช่วยให้ท่านคิดออก
ที่ว่าเป็นสัญญาณบอกเหตุก็คือ.....ครูอ้อยขับรถ เจ้าหน้าที่ที่อยู่บริเวณนั้น จะใช้นกตัวนี้ บอกเราผู้ขับขี่ยวดยาน ให้ไป ให้จอด หรืออะไรก็ตามแต่....เป็นที่รู้กัน ไม่ว่ากัน
นานๆ ครั้งที่จะได้ยินเสียงนกตัวนี้ ก็พอทน จราจร ยืนที่สี่แยก ใช้ประโยชน์จากนกตัวนี้ บอกให้รถรีบไป โดยกระชั้นให้นกตัวนี้ ออกเสียงรัวถี่ยิบ เพื่อให้ผู้ฟัง หรือผู้ได้ยิน รีบเร่งขับเคลื่อนออกไปจากที่นั้นโดยเร็วที่สุด
มาเข้าเรื่องเสียที กับเรื่องนกตัวนี้ มันชื่อ.....นกหวีด
มันวางอยู่กับที่ ก็ไม่มีเสียงอันใดหรอก ไม่ใช่มันตาย หรือป่วย
มันจะมีเสียงดังขึ้นก็ต่อเมื่อมีคน....เป่า อยากให้ดังเท่าไร ก็เป่าดังเท่านั้น....ตระเบ็งเสียง โก่งคอ เป่ามันออกมาแบบสุดฤทธิ์ หรือที่เคยได้ยินว่า.....สุดแรงเกิด.....ก็ว่าได้
สาเหตุของชื่อ ก็ชื่อ เสียงมัน...หวีดหวีด วอนวอน
เป่าค่อยๆ ก็ดัง หวีดหวีด
แต่พอเป่าดัง จนแสบแก้วหู...ก็จะเป็นเสียง..เสียง...วอนวอน
คิดเอาเองว่า.....วอนอะไร ไม่ว่ากัน
คนเป่า ตระเบ็งโก่งคอเป่า โดยไม่สนใจว่า.....เสียงนั้นจะแหวกอากาศเข้าไปในรูหูของใคร.....คิดว่า เป็นวิธีการที่ล้อเลียนแบบ ตำรวจจราจรที่กลางสี่แยกไฟแดง หรือว่า.....จะเตรียมไปใช้อาชีพนี้ จึงเตรียมซ้อมเป่าไว้....ก็ไม่รู้ได้
แต่โปรดทราบไว้ว่า.....การกระทำเช่นนี้มันริดรอน อิสรภาพทางหู ของคนใกล้เคียงอย่างมาก โดยเฉพาะ คนที่เดินมาด้วยกัน หรือสวนทางกัน.....
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า....ทำเหมือนเคยไปซื้อมัน และเป่ามันดังๆ ก่อนเดินกลับมาบ้าน พ่อแม่จะได้....เอ้อ....หรือไง
สว้สดีค่ะ พี่ครูอ้อย
มลพิษทางเสียงนี่ทำลายประสาทน่าดูเหมือนกันนะคะ อยู่ใกล้คนที่ไร้มารยาทก็ต้องทำใจอย่างเดียว ไม่นานคงหมดแรงไปเองมั้งคะ
สวัสดีค่ะพี่ครูอ้อย
เพ็ญ(พยาบาลโรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น)
ก็เห็นด้วยเหมือนกันค่ะว่าการเป่านกหวีด บางสถานที่ก็ไม่ควรเป่าดังมาก เช่น ในเขตโรงพยาบาล บางที รปภ.เป่าดังมาก รบกวนผู้ป่วยที่นอกจากนอนไม่ได้จากการเจ็บป่วยแล้วยังนอนไม่ได้จากเสียงนกหวีดอีก
สุดท้าย อยากถามครูอ้อย เกี่ยวกับการเรียนภาษาอังกฤษของเด็กประถมศึกษา มีสูตรลับสำหรับการเรียนภาษาอังกฤษให้เก่งใหมคะ
สวัสดีค่ะน้องรัก .... NONGYAO - CHAMCHOY
เป็นกำลังใจให้กันนะคะ
สวัสดีค่ะน้องเพ็ญ .... wanpenns