ที่จตุรัสบาดิงส์ เป็นลานกว้าง ด้านหนึ่งมีสุสานของลุงโฮจิมินห์ ตอนที่ไปไม่ได้เข้าไปดู เพราะเขาปิดตอน ๑๑.๐๐ น. ใครต้องการเข้าไป ต้องไปรอคิวแต่เช้า และก็เดินเข้าไปเยี่ยมคารวะศพอาบนำ้ยาของลุงโฮแบบเดินผ่าน ม้วนเดียวจบ ห้ามหยุด
เสียดายมากที่ไม่ได้เข้าไปชม เพียงแต่ได้เดินไปชมทำเนียบประธาธิบดีที่อยู่ด้านข้าง มีหมู่ตึกสีเหลืองอยู่อีกด้าน ถนนมะม่วงที่มีต้นมะม่วงอยู่สองข้างทาง เรือนพักของลุงโฮถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี ดูเป็นคนสมถะ เรียบง่าย เพราะเป็นเพียงเรือนไม้หลังเล็ก ๆ มีข้าวของไม่กี่ชิ้น ด้านหนึ่งมีส่วนส้มโอ ไม่แน่คุณลุงอาจใช้เวลาว่าง ๆ ในการทำสวน
ได้กลับไปที่นี่อีกครั้ง ประมาณ ๓ ทุ่ม เขามีพิธีเชิญธงลง พวกผู้ใหญ่พาลูกเด็กเล็กแดงไปออกกำลังกาย ป้อนข้าว และรอดูพิธีนี้ก่อนแยกย้ายกันกลับบ้าน เรื่องง่าย ๆ อย่างนี้ ก็ทำให้คนเกิดสำนึกรักชาติได้โดยไม่ต้องลงทุนสูง
น่าเอาเป็นแบบอย่าง ประเทศไทยเริ่มไม่สงบแล้ว
เคยไปเที่ยวเวียดนาม...แต่เป็นที่เว้..ดานัง และฮอยอัน
บ้านเมืองเขาน่าอยู่นะ...ในแง่ของความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร
ยังไม่ถูกทำลายเหมือนบางประเทศ
ที่ถ้ำวินม็อค..เวียดกงแสดงให้เห็นแล้วว่า...
ความสามัคคี คือ พลังจริง ๆ...
หันมาดูบ้านเรา...เมื่อไรจะสงบจริงๆเสียที...
ดูเขา...ดูเรา... เขาพัฒนาขึ้น..แต่เรามีแต่ย่ำแย่ลง...
ถ้ามีโอกาส..อยากไปเวียดนามใต้...
ไปชมพิพิธภัณฑ์ของลุงโฮ...
ขอบคุณสาระดีๆนะคะ... อ่านแล้วคิดถึงอดีต..
มาทักทายด้วยคะ