จริงๆ แล้วเจลาติน จะดังมากเมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมา เพราะเพิ่งจะรู้จักในอาหารฮาลาล เจลาตินไม่เพียงแต่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารเท่านั้น ยังใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ ด้วย เช่น กระดาษ หมึกพิมพ์ ฟิล์มถ่ายรูป อุตสาหกรรมยา อื่นๆ อีกมากมาย
เจลาติน เป็นสารประกอบเชิงซ้อนเป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง ผลิตจากการไฮโดรไลซิส (การสลายตัวด้วยน้ำ) ของเนื้อเยือที่เรียกว่า คอลลาเจน ซึ่งเป็นส่วนประกอบหนึ่งที่สำคัญในร่างกายของมนุษย์และสัตว์ทุกชนิด (ประมาณ 25% ของเนื้อ หนัง และกระดูก) ซึ่งคอลลาเจนส่วนใหญ่ จะมาจากวัตถุดิบ 2 อย่างคือ กระดูกและหนังสัตว์ โดยนำมาผลิตเจลาตินในเชิงธุรกิจอีกทอดหนึ่ง
เจลาตินกับเรื่องฮาลาล
ในเรื่องนี้ในหมู่มุสลิมเกิดการขัดแย้งกันมากมาย ต่างก็มีหลักฐานและเหตุผลมาสนับสนุน การฟัตวาแยกเป็นฝ่ายๆ ดังนี้
1.เป็นอุลามาอ์ในแนวท่านอิหม่ามซาฟีอี วินิจฉัยตรงๆ ว่า ถ้าหนังหรือกระดูกที่นำมาผลิตเจลาติน มาจากสัตว์ที่ฮาลาลบริโภค เจลาตินก็ฮาลาล
2. เป็นอุลามาอ์จากอเมริการเหนือ รวมทั้งจากยุโรป ดร.ยูซุฟ อัลกอรฎอวี(ประธานอุลามาอ์โลก) วินิจฉัยว่า เจลาตินทุกชนิดเป็นสารที่ผ่านการแปรสภาพ หรือสลายตัว (อิสทิฮาละห์) ไปแล้วจากต้นกำเนิดเดิม ถือว่าไม่เป็นนายิส และฮาลาลในการบริโภค (แม้จะมาสัตว์ที่ตายเองหรือสัตว์นายิส เช่น สุกรเป็นต้น) ซึ่งขัดแย้งกับฝ่ายที่ 1
3. ความเห็นของท่านศาตราจารย์เชคอับดุสซตาร ซาอีด ได้ฟัตวาว่า ถ้าสัตว์ถูกเชือดโดยอะฮ์ลุลกีตาบ หรือไม่ทราบผู้เชือด เนื้อมันก็ฮาลาล เจลาตินก็ฮาลาลด้วย แต่ถ้าถูกฆ่าโดยวิธีที่อิสลามไม่อนุญาต เนื้อมันไม่ฮาลาล เจลาตินก็ไม่ฮาลาลด้วย
4. ท่านเชกเด ซาอี ฟัตวาว่า เจลาตินที่ได้มาจากสัตว์ที่อิสลามอนุมัติให้บริโภคเนื่อได้ เช่น โค กระบือ แพะ แกะ ฯลฯ นั้นฮาลาล ถึงแม้ว่าจะได้รับการฆ่าตามหลักการของศาสนาอิสลาม เพราะยึดหลักที่ว่า กระดูก เขา ฟัน เล็บ ของมัน เป็นสิ่งฎอเฮ็ร (สะอาดไม่ใช่นายิส) โดยสรุปฝ่ายนี้ไม่รับเจลาตินจากสุกร หรือสัตว์อื่นๆ ที่อิสลามห้ามบริโภคเนื้อมัน
ทั้ง 4 ฝ่ายขัดแย้งกันมากมาย...จริงๆ แล้ว องค์กรศาสนาสูงสุดของเรา ควรแต่งตั้งคณะฟัตวาจากผู้ทรงคุณวุฒิทุกสาขา ร่วมกันวินิจฉัยในเรื่องต่างๆ เหล่านี้ ต้องคุยกันว่า การอิสติฮาละห์ หรือการแปรสภาพเป็นอย่างไร การแปรสภาพมากขนาดไหน ถึงจะเรียกว่าแปรสภาพ และยอมรับได้ ต้องคุยร่วมกันระหว่างนักวิทยาศาสตร์ และนักการศาสนา...
อัสลามูอาลัยกุม
ขอร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นครับ
การวินิจฉัยปัญหาใดปัญหาหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องเห็นเหมือนกันครับ และการเห็นไม่เหมือนกันหรือตัดสินปัญหาไม่เหมือนกันในเรืองเดียวกัน ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยของท่านรอซูล
และท่านรอซูลก็ไม่ตำหนิการวินิจฉัยที่ผิด แถมท่านบอกว่า ได้ไปหนึ่งผลบุญ แต่ถ้าถูกต้องได้ไปสองผลบุญ
แน่นอนครับในกรณีที่เกิดขึ้นในปัจจุบันคือ เราไม่มีคนที่สามารถตัดสินสุดท้ายได้ เนื่องจากไม่มีท่านรอซูลแล้ว ดังนั้นการตัดสินเลือกจึงต้องใช้หลักของการดูหลักฐานอ้างอิงที่มีความหนักเน่นที่สุด หากไม่มีก็สามารถเลือกเอาสิ่งที่น่าจะก่อให้เกิดประโยชน์มากที่สุดก็ได้ครับ วัลลอฮูอะลัม
ความเห็นที่แตกต่างกันถือได้ว่าเป็นความเมตตาจากอัลลอฮ์ครับ
สลามคะ อาจารย์
ขอบคุณอาจารย์มากคะ...การตัดสินเลือกจึงต้องใช้หลักของการดูหลักฐานอ้างอิงที่มีความหนักเน่นที่สุด หากไม่มีก็สามารถเลือกเอาสิ่งที่น่าจะก่อให้เกิดประโยชน์มากที่สุดก็ได้ครับ จริงอย่างที่อาจารย์ว่าคะ...เห็นด้วยคะ
สลามค่ะ ปัจจุบันนี้อาหารที่มีตราฮาลาล แต่กินไม่ได้มีเยอะนะค่ะ คุณคิดว่ายังไง
สลามคะ...
อาหารที่มีตราฮาลาล สำหรับความเห็นของพี่ยา อีกมุมหนึ่ง พี่ยาคิดว่า ถ้ามันมีตราฮาลาล ก็ไม่สมควรไปคิดมากนะคะ เพราะคนที่เขารับรอง เขารับไปเองคะ เขาไปตอบคำถามกับอัลเลาะห์เอง เราไม่ควรไปกังวล เพราะอัลเลาะห์สร้างอิสลามมาไม่ให้ยุ่งยากคะ...
วัสลาม
พี่ยา
สลาม....
แล้วตกลงเรากินเจลาตินที่เป็นส่วนผสมของเยลลี่หรืออาหารต่างๆ ถือเป็นนายิสรึเปล่าคะ
สลามคุณนูรมา
ถ้าเป็นเจลาตินที่ทำจากหนังปลา หรือส่วนของวัว แพะ แกะที่ถูกเชือดตามหลักศาสนา ก็จะฮาลาลคะ แต่ถ้าทำจากหมู มันฮารอมเลยคะ
อยากให้พียานำบทความหรือความรู้เกียวเจลาตินที่นำมาประยุกต์ใช้กับยาบ้างค่ะ
จะพยายามหามาให้คะ..
สลามค่ะพี่ยาและทุกท่าน
คือ วันนี้ได้ซื้ออาหารเสริมมา ตอนที่ซื้อมาไม่ได้ดูฉลากค่ะ เป็นของยี่ห้อ Vistra Salmon Fish oil วิสมร้า น้ำมันปลาเซลมอน ผสมวิตามินอี ข้างขวดได้เขียนไว้ว่า”สารทำให้เกิดเจล(เจลาตินชนิดรับประทานได้) อยากทราบว่าสามารถที่จะรับประทานได้ไหมค่ะ เคยอ่านเจอบทความที่บอกว่าการแปรสภาพแต่ไม่มั่นใจที่จะทานเท่าไหร่ทั้งๆที่เป็นอาหารเสริมที่ทำจากปลา.แต่อยากให้พี่ยาออกความเห็นในเรื่องนี้หน่อยค่ะว่าควรกินรึไม่ควรกินมากน้อยแค่ไหนค่ะ ญาซากัลลอฮ
สลามคะ
ก่อนอื่นต้องถามก่อนนะคะว่า บรรจุแคปซูลหรือไม่ บางทีแคปซูล คือเจลาติน คะ แต่ถ้าเป็นเจลาติน ก็มีเป็นความสุ่มเสี่ยงคะ และบอกไม่ได้คะว่าฮาลาลหรือไม่