
รูปหน้าปกหนังสือ กวีเต๋าเถาหยวนหมิง
ซิเซโร (Cicero) เขียนจดหมายถึง ขงจื๋อ (Confucius) ผู้นิพนธ์ คัมภีร์อี้จิง (I-Ching) แต่ขงจื๋อ ตอบจดหมายช้า เพราะสมัยก่อนยังไม่มี E-mail ขงจื๋อ เขียนจดหมายตอบ ซิเซโร ไว้ว่า "เทียนโหย่วเต๋าเจ๋อเจี้ยน เทียนอู๋เต๋าเจ๋ออิ่น" : ยามที่ฟ้าอยู่ในมรรค (บ้านเมืองอยู่ในภาวะปกติสุข) นักปราชญ์ก็จงแสดงตนให้ปรากฎ เมื่อใดที่ฟ้าไร้มรรค (เกิดกลียุคในรัฐ) นักปราชญ์ก็จงหลบซ่อนตน "เทียนตี้เสียน เสียนเจ๋ออิ่น" : ฟ้าดินไร้ซึ่งสิ่งที่ควรจะทำ (เกิดทุรยศในบ้านเมือง) นักปราชญ์จงปลีกตัวไปหลบซ่อน "ต๋าเจ่อจี้เทียนเซี่ย ผินเจ่อตู๋ซ่านฉีเซิน" หากประสบความสำเร็จก็จงหวนคืนกลับมาช่วยเหลือสรรพสิ่งใต้ฟากฟ้า หากยังยากจนหนทางอยู่ ก็จงพยายามรักษาตัวรอดเอาไว้ก่อนเถิด แนวคิดของ ขงจื๋อ มีอิทธิพลอย่างมาต่อนักปราชญ์ในยุคต่อๆ มา หนึ่งในนักปราชญ์ที่ดำเนินรอยตามปรัชญาของ ขงจื๋อ ก็คือ เถาหยวนหมิง (ปล. เรื่องจริงก็คือ ซิเซโร ไม่ได้เขียน จม. ถึง ขงจื๊อ เป็นมุขตลกของผู้เขียน)
(ซิเซโร เป็นนักการเมืองที่ยิ่งใหญ่สุดของกรุงโรมซึ่งพยายามรักษาสาธารณรัฐไว้ แต่ไม่สำเร็จ จนต้องเสียชีวิตไปพร้อมกับการล่มสลายของประชาธิปไตย นอกจากนี้แล้ว เขายังเป็นนักกฎหมายคนสำคัญของยุคสมัย และเป็นคนมีวาทศิลป์ที่หาตัวจับได้ยาก เขาเป็นเพื่อนรักกับอัตติกัส (Atticus) ซึ่งเกิดก่อนเขา 3 ปี แต่อัตติกัสเห็นพิษภัยของการเมือง จึงหนีไปอยู่ที่กรุงเอเทนส์ ทั้งยังเปลี่ยนชื่อเสียงเสียด้วย จึงร่ำรวยและมีชีวิตราบรื่นมาโดยตลอด ทั้งยังรู้จักปรับตัวให้เข้าได้กับสภาพการณ์ทางการเมืองที่เปลี่ยนไปเรื่อย โดยมีชีวิตยืนยาวกว่าซิเซโร คือตายอย่างธรรมดาสามัญหลังสหายรัก 8 ปี (ที่มา ประวัติ ซิเซโร โดยอนุทินคุณ ครูมิม @12261)
เถาหยวนหมิง เป็นกวีเอกในสมัยราชวงศ์ตงจิ้น (ค.ศ.356-427) เป็นที่ยกย่องกันว่าเป็นกวีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคหลังราชวงศ์ฮั่นแลก่อนราชวงศ์ถัง เป็นชาวมณฑลเจียงซี อยู่เมืองจิวเจียง เคยรับราชการแล้วออกมาใช้ชีวิตชาวนาอย่างสันโดษที่ตีนเขาหลูซาน ด้วยเหตุผลที่ว่า ไม่ต้องการคำนับขุนนางที่ยศสูงกว่า งานกวีที่มีชื่อเสียงมากคือ ธารดอกท้อ (เถาฮวาเหวียน) อันเป็นดินแดนในอุดมคติ ซึ่งก็คือสังคมนิยมเพ้อฝัน หรือ Utopia นั่นเอง เรื่องมีอยู่ว่าชาวประมงคนหนึ่งได้พลัดหลงเข้าไปในดินแดนดอกท้อ ไปพบโลกอีกโลกหนึ่งซึ่งตัดขาดจากโลกภายนอก ประชาชนในดินแดนแห่งนี้ปลูกข้าวเลี้ยงหม่อนพึ่งตนเอง ปราศจากการกดขี่ขูดรีดใดๆ ต่างคนต่างทำงานมีฐานะเท่าเทียมกัน ปราศจากความเดือดร้อนยุ่งยากจากโลกภายนอก (กวีเต๋าเถาหยวนหมิง หน้า 13)
ฤดูดูใบไม้ร่วงปี ค.ศ 405 เถาหยวนหมิงได้ไปเป็นผู้ว่าการอำเภอเผิงเจ๋อ ที่ห่างจากบ้านเกิดของตนไม่ไกลนัก และในฤดูหนาวปีเดียวกัน ผู้บังคับบัญชาของเขาได้ส่งผู้ตรวจการคนหนึ่งมาดูงาน ผู้ตรวจการคนนี้เป็นคนไม่สุภาพและยังหยิ่งยโส พอเขาเดินทางถึงเขตอำเภอเผิงเจ๋อก็ส่งคนมาสั่งให้นายอำเภอมาเข้าพบเขา เถาหยวนหมิงได้ข่าวแม้ในใจจะดูถูกคนประเภทที่อาศัยชื่อของผู้บังคับบัญชามาออกคำสั่งก็ตามแต่ยังคงรีบออกเดินทาง ทว่าคนรับใช้ของเขารีบทักท้วงเถาหยวนหมิงว่า ”การเข้าพบผู้ตรวจการท่านนี้ต้องระวังแต่งกายให้เรียบร้อย และยังต้องมีท่าทีอ่อนน้อมถ่อมตน มิฉะนั้น เขาจะต้องใส่ร้ายท่านต่อผู้บังคับบัญชาของท่านแน่ๆ” เถาหยวนหมิง ผู้มีจิตใจงดงามและมีคุณธรรมสูงส่งมาแต่ไหนแต่ไร ถอนใจยาวกล่าวว่า”ข้าพเจ้ายอมอดตาย ก็จะไม่ค้อมคำนับเพื่อเบี้ยหวัดข้าวห้าโต่วและคนต่ำช้าสามานย์เช่นนี้” (หนึ่งโต่วเท่ากับสิบลิตร) พูดจบเขาได้เขียนหนังสือลาออกจากตำแหน่งทันที ลาออกจากตำแหน่งนายอำเภอที่ดำรงอยู่กว่า ๘๐ วัน จากนั้นเถาหยวนหมิงไม่กลับเข้ารับราชการอีกเลย (ที่มา http://thai.cri.cn/chinaabc/chapter16/chapter160404.htm)
<h4>
เหมาเจ๋อตง นักการเมืองผู้ยิ่งใหญ่ของจีนเคยเขียนบทกวีพาดพิงไปถึง เถาหยวนหมิงและสวนดอกท้อของท่าน บทกวีชิ้นนี้ชื่อ “ขึ้นหลูซาน” เขียนเมื่อ 1 กรกฎาคม 2502 สำนวนแปลของ ทวีป วรดิลก (นามปาก ทวีปวร)</h4>

คุณกวินคะ
สวัสดีครับคุณกวิน
ตามคุณคนไม่มีรากเข้ามาอ่านครับ ผมก็ชื่นชอบเรื่อง เต๋า และแนวคิดเกี่ยวกับปรัชญาจีนมากเช่นกัน
เป็นบทความที่ให้แง่มุมของความคิด สำหรับผมแล้ว การต่อสู้ทำลายกันไม่ใช่เรื่องยาก แต่ที่ยากกว่าคือ..การพยายามไม่ทำร้ายกันมากกว่าครับ และดังนั้นการที่เถาหยวนหมิงหลีกลี้ราวกับคนขลาด (ดังที่คุณคนไม่มีรากกล่าวถึงบ่อย ๆ ) จึงไม่ใช่การยอมแพ้ แต่ยอมถอยเพื่อประนีประนอม..รอวันบุกประชิดและมีชัยต่างหาก
คงต้องมาเป็นแฟนประจำคุณกวินอีกคนครับ
สวัสดีค่ะคุณกวิน
สวัสดีครับ
อิๆ
ซื้อจากแฟรี่แลนด์
มาทักทายคุณกวินค่ะ
สบายดีนะคะ ...^_^..
ตามมาจากเวปคนไม่มีรากค่ะ
ชอบแนวเต๋าเช่นกันค่ะ...เป็นแนวคิดที่แตกต่างจากคนในสังคมทั่วไป เราอาจไม่ค่อยเข้าใจ....
เชื่อไหมคะ มีคนเช่น เถาหมิงหยวนอีกมากเลยค่ะ ที่ไม่ยอมก้มหัวให้กับนักการเมืองฉ้อฉล โกงชาติ ยอมออกมาอยู่แบบคนไม่มีตำแหน่งค้ำคอดีกว่าก้มหัวให้ทรราชค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณ อมิตดา ครับ เชื่อไหมคะ มีคนเช่น เถาหมิงหยวนอีกมากเลยค่ะ ที่ไม่ยอมก้มหัวให้กับนักการเมืองฉ้อฉล โกงชาติ ยอมออกมาอยู่แบบคนไม่มีตำแหน่งค้ำคอดีกว่าก้มหัวให้ทรราชค่ะ เชื่อครับ :)