ในค่ำคืนของบรรยากาศที่ล้นไปด้วยความสุข การกระจายตัวของรอยยิ้มและเสียงหัวเราะแผ่ขยายออกไปในทุกอณูพื้นที่ของเด็กรักป่า   หลังจากพิธีเปิดเสร็จสิ้น   กิจกรรมงานวัดของที่นี่ก็ได้เริ่มขึ้น  บ้างก็โยนห่วงกันเริงรื่น  บ้างก็ปาเป้ากันสนั่นป่า บ้างก็ไปยืนเข้าแถวซื้ออาหาร ขนมหวาน  ด้วยสนนราคา ใบบัวละ 100 ล้าน  คืนวันนั้นผมก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เดินเข้าซุ้มนั้น  ออกมาซุ้มนี้ ด้วยความสนุกสนาน  บรรยากาศของงานทั้งหมดทำให้ผมหวลคิดไปถึงเมื่อครั้งอดีตของชีวิตกับประสบการณ์งานวัด 
..........

ความสุข ณ เวลานั้นช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว  ในห้วงเวลาขณะนั้นผมยังนึกว่าตัวเองเป็นเด็กตัวน้อย ๆ ที่วิ่งเล่นปีนป่ายไต่ตามความสนุกสนาน  แต่มันเป็นความรู้สึกช่างคล้ายกับว่าตัวผมเองเหินห่างจากความรู้สึกเช่นนี้  ความรู้สึกของความเป็นเด็กน้อยที่ไร้เดียงสา  ที่กำลังไล่ตามความสุขที่อยู่ตรงหน้า
..........

นี่เกิดอะไรขึ้นกับตัวผมเอง  เมื่อผมก้มมองดูเสื้อตัวที่ใส่ที่ขณะนี้ชุ่มไปด้วยเหงื่อ  พลางเอาต้นแขนปาดที่หน้าเพื่อเช็ดเม็ดเหงื่อที่ไหลย้อยอยู่อย่างเปียกปอนบนใบหน้า  ซึ่งผมรู้สึกดี  รู้สึกดีกับความรู้สึก ณ ห้วงขณะนั้นอย่างมากมายมหาศาล  .. " นานแล้วนะ "  ผมคิดในใจพร้อมกับยิ้มอย่างมีความสุข  พลางก็หิ้วตัวผมเองเข้ามาภายในอาคารห้องโถงใหญ่ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองผ้าป่าหนังสือเพื่อเด็กรักป่า และผมจะได้ใช้อาศัยนั่งพัก และเพื่อที่จะปล่อยสายตาสู่ภายนอกอาคารเพื่อที่จะเกี่ยวกำเอาความสุขที่กระจายอยู่ ณ บริเวณงานวัด แห่งนี้เพื่อที่จะให้ซึมซับอยู่ในความทรงจำของชีวิตให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้
..........

พลันสายตาของผมก็ไปสะดุดอยู่กับสองสาวน้อย ที่นั่งอยู่ภายใต้ตัวอาคารเดียวกันกับผม

เธอสองคนกำลังนั่งอยู่ตรงหน้าซึ่งกันและกันโดยไม่ได้เอื้อนเอ่ยวาจาใด ๆ ทั้งสิ้น

เธอสองคนนั่งมองตากัน ใช้สายตาสื่อสารกันอย่างเข้าใจ และยากที่จะมีผู้ใดเข้าใจในภาษาของเธอ

สาวน้อยคนหนึ่งยื่นมือที่เต็มไปด้วยอาหารที่แสนอร่อยออกไปเพื่อที่จะป้อนให้กับอีกฝ่าย

เธอบรรจงหยิบใส่ปากของเพื่อนที่อยู่ตรงหน้า และฝ่ายตรงข้ามก็พร้อมที่จะอ้าปากรับอย่างไม่ลังเล

สาวน้อยทั้งสองคนส่งยิ้มให้ซึ่งกันและกัน  เสียงหัวเราะของทั้งสองสื่อออกมาผ่านสายตา

เข้ามากระหน่ำ ทิ่มแทงที่รากเหง้าแห่งความรู้สึกของผมทันที  ด้วยความจริงที่ว่า................



ใช่สินะ...บางทีการที่เราก้าว และ เติบโต สู่การเป็นผู้ใหญ่ที่ยาวนานและมากเกินไป มันก็ทำให้เราทำอะไรหลาย ๆ อย่างที่แสนจะง่ายดายนั้น  เรากลับทำมันได้ยากขึ้น

  • เด็กจะหยิบยื่นไมตรีอันบริสุทธิ์ให้แกกันเสมอ ไม่ว่าเธอหรือเขาจะรู้จักกันหรือไม่ก็ตาม ซึ่งการเป็นผู้ใหญ่ก็ไม่สามารถที่จะทำเช่นเขาและเธอได้ 

  • เด็กจะมีความจริง ความรู้สึกอยู่หน้าเดียว ณ ขณะนั้น และเท่านั้นเองตามความรู้สึกของเขาและเธอ  แต่การเป็นผู้ใหญ่แล้วจะต้องมีภาพซ้อนของการแสดงในเวทีแห่งวิถีชีวิตที่บางทีต้องเก็บซ่อนเร้น

  • เด็กอาจจะทะเลาะกันบ้างแต่ก็คืนดีกันเร็ว  ด้วยที่ว่าฝ่ายหนึ่งก็กล้าที่จะเข้ามาง้อและอีกฝ่ายก็กล้าที่จะอภัยให้กันเพื่อที่จะกลับมามีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะนำความสุขมาสู่ทั้งสองคนเช่นเดิม

  • ฯลฯ   ฯลฯ    ฯลฯ

ความคิดของผมล่องลอยอย่างเคว้งคว้างในขณะนั้น  กับภาพที่งดงามซึ่งปรากฎอยู่ตรงหน้า ผมคิดเองเออเองว่า  " หากมีบางห้วงที่สองสาวน้อยอาจจะทะเลาะกันด้วยความไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง ผมเชื่อแน่ว่าจะมีฝ่ายที่กล้าเดินเข้าไปขอโทษ  และอีกฝ่ายก็จะกล้าพอที่จะให้อภัย  และเธอทั้งสองก็จะจับมือกันก้าวเดินไปด้วยกันอีกครั้ง "

..............

ผิดกับผู้ใหญ่บางคนหรือแม้กระทั่งผมที่ บางครั้งก็ หวาดกลัวเกินไป ที่จะเดินเข้าไปกล่าวคำว่า  ขอโทษ
และบางครั้งที่ผู้ใหญ่หลายๆ คนรวมทั้งผมก็อาจจะ ขี้ขลาดเกินไป ที่จะเอ่ยคำว่า " ให้อภัย "  กับคนๆ นั้น

คุณเคยรู้สึกแบบผมบ้างรึเปล่าครับ