เมื่อวานนี้นักเรียนโข่งเริ่มเรียนรู้การสร้างสังคมสันติสุข โดยการแบ่งกลุ่มเล็กๆประมาณ20กลุ่ม โจทย์: ให้สะท้อนคิดเห็นเกี่ยวกับความขัดแย้งในมิติต่างๆระดับกลุ่ม หลังจากระดมความเห็นไปแล้ว กองเลขาฯได้สรุปประเด็น:สมานฉันท์ภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม แล้วเอามาแจกให้อ่านบนรถระหว่างการเดินทางไปชมปราสาทหินพิมาย ในชั้นเป็นเพียงแนวคิด ส่วนจะปฏิบัติให้เป็นผลอย่างไรนั้นคงอีกยาว
Key word เช่น เรียนรู้ความต่าง-เปิดใจกว้าง-ยอมรับความต่าง-รับฟังเสียงข้างมาก-เคารพเสียงข้างน้อย –มีใจประชาธิปไตย-ขัดแย้งแต่ไม่แตกแยก-ความต่างเป็นพลังพัฒนา-เคารพสิทธิ์/ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ -เมตตา -เอื้ออาทร-ใจเขาใจเรา-ยึดคุณธรรม-ถือความเป็นธรรม-ลดอัตตา-เห็นคุณค่าการมีส่วนร่วม-ยึดประโยชน์สาธารณะ-เข้าใจอัตลักษณ์ชุมชน
ยังมีประเด็นอีกยาวเฟื้อย ถ้าเอามาลงทั้งหมดก็จะเสียเวลาอ่านและคิดของท่าน เรื่องอย่างนี้มันต้องปฏิบัติ จะโมเมชั่นมันก็จะได้แต่กระพี้ จึงละไว้จนกว่าจะขึ้นต้นลงท้ายได้แนวทางปฏิบัติ เอาไว้ลงมือขั้นตอนไหนอย่างไรเราค่อยย้อนมาดีไหมครับ วันนี้ไปเที่ยวพิมายกันดีกว่า โอกาสที่จะได้เรียนกับพระอาจารย์ศรีศักดิ์ วัลลิโภดมในสถานที่จริงนั้นไม่ง่ายหรอก ชีวิตนี้จะมีอีกหรือเปล่าก็ไม่รู้!
วิชาประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ลุ่มแม่น้ำมูลนั้น พระอาจารย์บอกว่าอีสานนี่แหละคือจุดไข่แดงของเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ดูที่ลาว เวียตนาม เขมร พม่า จะเห็นว่าไม่มีพื้นที่อู่อารยะธรรมผืนใหญ่เท่าภาคอีสาน จุดเริ่มต้นของประวิติศาสตร์ขอมตั้งต้นที่นี่เอง เมื่อเราไม่ศึกษาตัวเอง ให้รู้เข้าใจกึ๋นชาติตัวเอง จึงไม่เห็นจารีตประเพณี ภูมิปัญญาชั้นสูง วิธีคิดวิธีการที่โอบล้อมวิถีชุมชนในอดีตให้อยู่ดีมีสุข

เมื่อรู้ไม่ได้
ช่วงออกนโยบายหรือโครงการต่างๆเพื่อการพัฒนา
แทนที่จะทำเสริมของดีของเก่าก็เอาความไม่รู้มาปูเต็มอีสาน
โครงการชลประทาน แหล่งน้ำ ฝายต่างๆ
วิธีคิด-วิธีทำ-วิธีการ-เป็นเสมือนรัฐประหารวิถีสังคมอีสาน
ฟังกูรูศรีศักดิ์เล่าในระหว่างกินข้าวต้ม
และได้ติดตามฟังทั้งวัน
โอ้โฮ้เหมือนโดนเคาะกะโหลกทุก2นาที
ฟ้าแจ้งจ่างป่างเลยละขอครับ ..
ตระหนักว่า ที่นักพัฒนาผิดพลาด
เพราะขาดการเรียนรู้วิชาอารยะธรรมอย่างลึกซึ้งนี่เอง
พระอาจารย์ชี้ชวนให้เราเห็นความรู้ทุกฝีก้าว
เล่าตำนานประสานเหตุผลมากล้นร่องรอย
ประวัติเทวดาเทวรูป ความเชื่อเรื่องผี บุญบารมีผู้ครองนคร ฯลฯ
ออกจากปราสาทหิน พระอาจารย์พาไปชมพิพิธภัณฑ์พิมาย
เราได้ย้อนยุคไปดูเรื่องราวหลายร้อยปี
ที่เป็นจุดอึ้งกิมกี่ก็คือ
หนังสือพิมพ์ข่าวลงว่า..มีโจรไปทำลายเทวรูปและโบราณสถานปราสาทพนมรุ้ง
..เจ้าหน้าที่บอกว่า ไอ้ที่มันทุบนั้นของจำลอง
ของจริงย้ายมาเก็บรักษาไว้ที่นี่นานแล้ว!
มาสะดุดใจตู้หนึ่ง ตั้งแสดง หม้อ ไห โบราณ
มีใบหนึ่งสวยมาก ชิ้นส่วนแตกเสียหาย
เจ้าหน้าที่เก็บมาปะติดปะต่อให้เราได้ชม
หินบางก้อน ก่อปราสาท
แตกบิ่นลวดลายเสียหาย
แต่ยังมีคุณค่า เพราะมีประวัติศาสตร์กำกับไว้
บางทีของแตก ของเก่า ก็สวยได้
พวกขี้ขโมยตาโตเชียวแหละ
กรมศิลปากรจึงเอามาเข้ากรุเก็บรักษาไว้ให้เราชม
สวัสดีครับท่านพ่อครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์
ขอบคุณครับ
ต้นเดือนหน้าจะไปเที่ยวเวียงจันทร์ครับ
มื้อกลางวันเขาเลี้ยงผัดไทย ที่พิพิธภัณฑ์ คิดถึงตะหลิวทองคำ อิ อิ
เราสามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์เพื่อแก้ปัญหาในปัจจุบันและป้องกันปัญหาในอนาคตได้ใช่ไหมคะพ่อ
ดูแลสุขภาพด้วยนะคะนักเรียนโข่งขา
ตอนนี้หลายเรื่องชนกัน
ไปที่หนึ่ง ต้องเว้นวรรคที่หนึ่ง
วันที่4-5 โรงเรียนเปิด
แต่ต้องไปประเมินให้เรียบร้อยหนึ่งที่
ไม่งั้นคางเหลืองแน่
พ่อคะ..มีดอกเล็บมือนางงามๆมาฝากพ่อค่ะ..
ด้วยความระลึกถึงเสมอค่ะ
ดูแลสุขภาพ..ด้วยค่ะพ่อ..^^
ท่านครูบาคงมีอะไรมาเล่าให้ฟังอีกมากมายเลยหละนะครับ
ท่านอาจารย์ศรีศักดิ์ เล่าเรื่องแอ่งเกลืออีสานหรือยังครับ น่าสนใจมากๆ
ฟังท่านแล้วเรามองคนสมัยใหม่เป็นอีกแบบไปเลยนะครับ ดูว่าคนสมัยใหม่ เดินห่างไกลประวัติศาตร์ อันเป็นรากเหง้าตัวตนเราในวันนี้ไปไกลลิบ เลย เมื่อไม่เข้าใจ การออกแบบงานพัฒนาบ้านเมืองก็ ไม่มีมิติความเป็นตัวตนของเราอยู่ด้วยเลย มีแต่รูปแบบใหม่ๆมาสรวมเข้าให้
ต้องเอาคนของประเทศมาฟังท่านเล่าให้ฟังมากๆครับ
ดอกเล็บมือนางปลูกที่ไหนดอกสวยมาก
พระอาจารย์มีมุมมองที่ชัดมากๆ จับมาขมวดได้ทั้งเอเซีย
วันนี้ผ่านบ่อเกลือ มีประเด็นเกลือที่น่าทึ่ง ที่โยงไปถึงวิธีจัดการของคนสมัยก่อน ผมไม่รู้ว่าพระอาจารย์เขียนเนื่องนี้ไว้ด้วยหรือเปล่า ลืมถาม แต่ท่านหลงรักอีสานมาก ฟังยังไงก็มันส์ พะยะค่ะ
ท่านเขียนครับ ลูกศิษย์ท่านก็มาเขียนอีก สนใจจะหาส่งมาให้ครับ
ชุมนุมคราวหน้าในอีสานต้องเชิญท่านมาเล่าเรื่องอีสานทั้งหมดให้ฟังสักสองวันสองคืน อิอิ ผมหละเป็นครั่งไคร้ท่านจริงๆ ครับ
น้ำท่วมโลก แผ่นดินไหว ----> อิสาน ก็ปลอดภัย เสมอมาครับ
นักการเมือง คนขาดวัฒนธรรม ผู้บริหารเชิงเดี่ยว นักเสพนิยม วัตถุนิยม ---> อิสาน ย่ำแย่ แล้ว
ข่าวดี น้ำท่วมโลก แผ่นดินไหว จะกลับมาอีกแล้ว (ฟัง รายงาน ของ ดร สมิทธ กันบ้างนะครับ) ----> อิสาน จึงเป็นแหล่ง ศูนย์กลางวัฒนธรรมได้ เพราะ สภาพภูมิศาสตร์ช่วยเอาไว้แท้ๆ คือ สูงกว่าระดับน้ำทะเลท่วมใหญ่ เป็นทราย ภูเขาไม่สูงมาก ไม่มีรอยแยกหรือรอยแตก
ครูบา ฯ ช่วง เดือน สค ถึง ตุลา อยู่อิสานให้มากๆนะครับ .... อิอิ
สวัสดีครับ
แวะมาอ่านครับ อาจารย์ศรีศักดิ์ ท่านเล่าเรื่องอีสานไว้เยอะนะครับ สนุกดี
มาดูก่อนนะครับพ่อ เป็นอย่างไรบ้างครับ
สวัสดีค่ะพ่อ..ดีจังมีนักเรียนโข่งศึกษาประวัติศาสตร์ อยากให้เด็กๆมีโอกาสได้ไปศึกษาบ้างจะได้ไม่มีโจรมาปล้นของเราไป..สร้างภูมิคุ้มกันรักชาติให้เด็กๆน่ะค่ะ...รักษาสุขภาพน่ะค่ะ...ช่วงปิดเทอมอาจไปเวียดนาม หรือ ลาวดี รอพ่อนำภาพที่ลาวมาให้ดูก่อนค่ะ
ต้องเชิญกรูรูท่านนี้มาสวนป่า มาเล่าขานตำนานเมืองแล้วล่ะครับ
อิอิ อยากฟังเช่นกัน
ผมได้ฟังเรื่องบ่อเกลือ เพราะท่านอาจารย์นั่งในรถคันที่ผมนั่ง เสียดายที่นั่งผิดข้างถ่ายรูปบ่อเกลือไม่ได้เพราะรถก็ไม่ได้ช้าขณะที่อาจารย์บรรยาย
ความจริงจะเรียกว่าบ่อก็ไม่ใช่ เพราะอาจารย์ชี้ให้ดูเกลือที่เนินโคก ให้เราดูเกล็ดขาวๆ และท่านก็พูดถึงบารายว่าไม่ใช่ขุดดินลงไปเพราะท้องถิ่นแถวนี้ข้างล่างมีเกลือ ขุดลึกลงไปเกลือมันขึ้นมาดินจะเค็มต้นไม้ก็จะมีปัญหา
อาจารย์เล่าว่าเขาฉีดน้ำลงไปล้างเกลือแล้วเอาน้ำมาต้มในหม้อดิน จนได้เกลือมา เดี๋ยวนี้มักจะมีนายทุนเข้ามาทำเกลือ ที่เรียกว่าเหมืองโพแทส ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหากับชาวบ้าน เพราะเมืองเคยยุบมาแล้วเพราะเกลือถูกเอาออกไปมันเป็นโพรงใต้ดิน พอดินยุบมันก็ทำให้อาคารสถาปัตยกรรมทรุดเสียหายไปด้วย
เสียดายที่ไม่ได้บันทึกที่อาจารย์บรรยายให้ฟังเนื่องจากขึ้นไปนั่งด้านหลัง อาจารย์พูดไมค์ใกล้มั่งไกลมั่งได้ยินมั่งไม่ได้ยินมั่งจนกระทั่งถึงปราสาทหินพิมายนั่นแหละครับ