หนังสือ องค์กรไม่ใช่เครื่องจักร จัดพิมพ์โดย สำนักวิจัยสังคมและสุขภาพ (สวสส.)

ช่วงนี้มีหนังสือแวะเวียนมาให้ติดหนึบหลายชื่อเรื่อง หนังสือแนวการจัดการความรู้หลายเล่ม ยกขบวนผ่านพี่ปิ๊กเวียง พี่สาวที่ทำงานในโฮงยาสวนดอก เพราะกิจกรรมการประชุม องค์กรที่มีชีวิต Living Organization ของคณะแพทยศาสตร์ มช. (วันที่ 23-24 มิถุนายน 2551 ณ โรงแรมดิเอ็มเพรส เชียงใหม่)

พี่สาวแท้ๆ เผื่อแผ่ให้มา (มีสองชุด ของคุณพี่เขย 1 ชุด) ให้มาเพื่อแบ่งปันต่อไป ตอนนี้หมุนเวียนในทีม KM หอสมุด มช. (เสียดายจัง ไม่มีให้บริการในหอสมุด มช.)

ติดใจอยู่เล่มหนึ่งที่มาแรงแซงโค้ง เพราะได้มาหลังสุด ชื่อ

องค์กรไม่ใช่เครื่องจักร

(การบริหารจัดการกระบวนทัศน์ใหม่)

Living Organization

โดย นายแพทย์โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ และคณะ

นี่ค่ะ หน้าตาเล่มหนังสือ

ขอนำทั้งปก สารบัญ หน้าในๆ บางหน้า เพื่อให้เห็นเบื้องหลังมีใครบ้างที่เกี่ยวข้องกับการผลิตหนังสือชื่อเรื่องนี้ โดยเฉพาะชอบหน้าคำนำหนังสือชุด ความดี จากหนังสือชื่อ งานคือความดีที่หล่อเลี้ยงชีวิต โดยผู้เขียนและคณะ โดยเหตุที่ ตรงใจ ไม่ใช่ แทงใจ

หนังสือ องค์กรไม่ใช่เครื่องจักร จัดพิมพ์โดย สำนักวิจัยสังคมและสุขภาพ (สวสส.)
ISBN 978-974-05-0874-8 เล่มที่เห็นนี้พิมพ์ครั้งที่สอง เดือนกุมภาพันธ์ 2551 ราคา 120 บาท

ถูกใจเล่มนี้ มาก ถึงมากมาก แม้ว่าวัตถุประสงค์หนังสือเล่มนี้มุ่งเจาะชัดเจนที่บุคลากรสายงานการแพทย์ แต่ในฐานะคนห้องสมุด ทำงานบริการ ไม่แตกต่างสายงานอาชีพแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ เช่นเดียวกันที่ทำงานเป็นงานด้านบริการ ๆ ทั้งในเวลางานและนอกเวลาราชการ ซึ่งในอนาคตมีความเป็นไปได้ที่อาจมีบรรณารักษ์หมุนเวียนให้บริการตอบคำถามช่วยการค้นคว้าตลอด 24 ชั่วโมงบนโลกออนไลน์

หนังสือที่ได้รับมอบอีกทีหนึ่งจากพี่สาวมี 4 ชื่อเรื่อง

    • HA Update 2008 โดย นพ. อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล บรรณาธิการ
    • เลื่อนไหล เลียบเลาะ เจาะลึก (รวมบทความ HA ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Medical Times และ Quality Care) โดย นพ. อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล บรรณาธิการ
    • สรรสาระ องค์กรที่มีชีวิต (ขอติดไว้ก่อนค่ะ วันนี้หนังสือไปติดมือคนอื่น)
      และเล่มที่ได้หลังสุด ทำเอาติดหนึบคือ
    • องค์กรไม่ใช่เครื่องจักร Living Organization

โชคดีเหลือเกินที่ได้หนังสือเล่มนี้มา พอดีกับชีวิตงาน (ต้อง)ทำอะไรๆเกี่ยวกับ KM <---->TQA

เนื้อหาในเล่มแบ่งสองส่วน ส่วนแรกเป็น แนวคิด ส่วนที่สองเป็น แนวปฏิบัติ และมีบทส่งท้าย เรื่อง งาน ความสุข และอุดมคติของชีวิต ภายใต้ความหนา 122 หน้า

ส่วนแรก : แนวคิดมี 5 บท เริ่มต้นจาก (1) อุดมคติที่หายไปจากชีวิตการงาน (2) การสร้างอุดมคติและวัฒนธรรมองค์กรเพื่อการเรียนรู้สู่สุขภาวะทางจิตวิญญาณ (3) วิธีการจัดการองค์กรสมัยใหม่: จุดอ่อนของกระบวนทัศน์แบบกลไก (4) การเรียนรู้ในระบบอุตสาหกรรมความรู้ และ (5) สู่ระบบบริหารที่เอื้อต่ออุดมคติของชีวิต

ส่วนบทที่เป็นแนวปฏิบัติจะกล่าวถึงทักษะและเครื่องมือการทำงาน 4 รูปแบบ คือ (1) สุนทรียสนทนา (2) สุนทรียสาธกและเรื่องเล่า (3) ชุมชนเรียนรู้ และ (4) สร้างสันติสุขในองค์กร

ในงานที่กำลังรับผิดชอบอยู่ ดิฉันมองเห็นแนวทางการบริหารจัดการของคณะผู้บริหารชัดขึ้นเรื่อยๆ ที่ให้ความสำคัญการจัดการความรู้ในมิติจิตวิญญาณ โดยพยายามให้คนในองค์กร 7-8 คน เป็นแกนหลักหมุนเปลี่ยนความคิดของคนในสายงาน ไม่ให้คิดแบบเดิมๆ ที่ว่า ตัวเองไม่ต่างอะไรกับหุ่นยนต์ ทำงานตามคำสั่งจากระดับบนลงล่าง เพราะคิดในระบบเดิม ๆ คือ ระบบอุตสาหกรรม ที่เปรียบองค์กรเป็นเครื่องจักร (อ่านเพิ่มเติมจาก บทที่ 4 การเรียนรู้ในระบบอุตสาหกรรมความรู้ หน้า 19-27)
ขณะเดียวกันนำความรู้สึกภูมิใจเล็กๆ ที่ดิฉันได้รับการไว้วางใจให้เป็นหนึ่งในแกนหลัก 7-8 คนนั้น ดูแลจิตวิญญาณของคนในองค์กร กว่า 40 ชีวิต พาเขา ก้าวสู่การเรียนรู้ภายใต้กระบวนทัศน์ใหม่ ๆ ภายใต้ระบบความสัมพันธ์ในแนวราบ ปลดปล่อยให้คนเกิดความคิดที่อิสระมากขึ้น แม้ว่าจะค่อยๆ ดำเนินไป แต่ผู้ใหญ่ไม่ได้เร่งรัด

ใน Gotoknow มีการกล่าวถึงเรื่อง นี้ด้วย ซึ่งเป็นเรื่องในวงการแพทย์ และ HA (Hospital Accreditation) ค่ะ

อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว มองเห็นมากขึ้นในเรื่องที่องค์กรที่ให้ดิฉันอาศัยอยู่ว่าเรามีจุดอ่อนในเรื่องไหน และน่าที่จะเป็นปัญหาต้องจัดการเร่งด่วน โดยเฉพาะทักษะ การฝึกการฟัง การเคารพซึ่งกันและกันในการสุนทรียสนทนา ดูจากประสบการณ์การเข้าร่วมกลุ่ม คุยกันทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการ ทั้งในกลุ่มที่ถือว่าเป็นบุคคลระดับแถวแนวหน้า ผู้บริหารระดับกลาง (งานและหน่วย)และ กลุ่มที่ไม่มีเสื้อเกราะคอยป้องกันตัวเอง ดิฉันเห็นว่าบุคลากรในตำแหน่งที่หนึ่ง (บรรณารักษ์ นักวิชาการ) ขององค์กร ควรต้องเข้ารับการบำบัดรักษาเรื่องการฟังอย่างลึกซึ้ง (deep listening) และ การให้ความเคารพ (Respecting) คนที่กำลังพูด ไม่ว่าเขาผู้นั้นจะเป็นใครก็ตามที่มีสถานะเท่ากันหรือไม่เท่าเทียม


Bathtimebirdie อ่านหนังสือเล่มนี้จบ กำลังคิดว่า ต้องเอาหนังสือชื่อ เคล็ด (ลับ) กับการสื่อสารให้โดนใจ (<<ลิงค์ดูภาพในอัลบั้มไปพลางๆ ก่อนนะคะ) ออกมาแนะนำ(คนในองค์กรของเราเอง) ให้ได้เสียที เพราะว่ามันน่าจะเกี่ยวข้องกันน่ะค่ะ

ขอบคุณพี่ปิ๊กเวียงที่ให้หนังสือนี้มานะคะ