ฟังแล้วแปลกใจ คนอีสานเอาแต่ทำงานขนาดนี้เชียวหรือ ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อค่ะ

15 มิถุนายน 2551  เมื่อเด็กๆกลับกันแล้ว ทีมฉันก็มาชวนกันเข้าไปบุรีรัมย์เพื่อรับสมาชิกจากกระบี่อีกคนที่ตามมาจากปากช่อง  เราออกจากสวนป่าเข้ามาบุรีรัมย์ตั้งแต่ 4 โมงเย็น กลับไปสวนป่าอีกครั้งก็เวลา 5 ทุ่ม เพราะรถที่มาจากปากช่องวิ่งๆหยุดๆตลอดทาง ใช้เวลา 6 ชั่วโมงจึงมาถึงบุรีรัมย์ค่ะ

 

การวิ่งรถเข้าออกสวนป่าคืนนี้ ไม่ต้องกลัวหลงค่ะ เพราะบ่าวรอนคนขับรถบอกว่า ผมจำทางได้แล้วครับ ไม่หลงแน่นอน  เราเข้าไปเมืองบุรีรัมย์แล้ววนชมเมืองกันค่ะ..อิอิ...ความจริงคือ วนหาตลาดโต้รุ่งเพื่อหาของกินกันนะค่ะ วนไปวนมาก็หาไม่เจอ ในที่สุดบ่าวรอนยอมแพ้ แวะถามทางจากร้านค้าริมทาง จึงวนไปจนเจอตลาดใหญ่ชื่อ บุรีรัมยไนท์บาร์ซาค่ะ  ไปถึงตลาดก็แยกย้ายกันหาของชอบกินกันตามอัธยาศัย  บ่าวรอนขอไปหากินเองต่างหาก  น้องโสกับป้าศรีไม่อยากกินมื้อเย็นหนักๆ ขอแวะไปกินส้มตำ แล้วก็เจอข้าวเหนียวจานบะเริ่ม ขอแบ่งแค่ครึ่งเดียว แม่ค้าก็ไม่ยอม กินไปกินไป น้องโสบอกว่า ข้าวเหนียวอร่อย หมดจานจนได้ ตกลงมื้อนี้ก็เป็นมื้อหนักตามเคย ก็ถ้าเทียบสัดส่วนพลังงาน ข้าวเหนียวที่น้องโสแบ่งกินกับป้าศรีนั้น เทียบเท่ากับกินข้าวคนละมื้อนั่นแหละค่ะ  ไม่ได้ลดอย่างที่ตั้งใจเล้ย    3 สาวที่เหลืออยู่ กินบะหมี่กันค่ะด้วยน้องอ้อมบอกว่า อยากชิมบะหมี่บุรีรัมย์ 

 

หลังกินกันอิ่ม เราก็เดินชมตลาดกัน ฉันแวะซื้อน้ำเต้าหู้กะว่าจะเอาไปฝากพ่อครู คนชอบวิ่ง น้องปิ๋ว และแม่หวี  ระหว่างรอแม่ค้าตักให้ ชวนเขาคุยไปด้วย ถามถึงสถานที่น่าไปเที่ยวของบุรีรัมย์  เชื่อไหมค่ะว่า เธอตอบไม่ได้ ถามลูกค้าที่มาอุดหนุน ก็ช่วยตอบไม่ได้  พวกเขาบอกว่า ไม่ใคร่เที่ยวกันค่ะ ไม่มีเวลาทำแต่งาน ขายแต่ของ  แต่พอเราบอกว่า เรามาจากกระบี่ เขากลับบอกเราว่า เคยมาเที่ยวภูเก็ตแล้วค่ะ   ฉันฟังแล้วแปลกใจ  คนอีสานเอาแต่ทำงานขนาดนี้เชียวหรือ  ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อค่ะ  มิน่าเวลาคนอีสานไปอยู่ใต้ เทศกาลทีไร ต้องขนขบวนกันมาจังหวัดไกลๆหรือกลับมาบ้านเพื่อเที่ยวที่บ้านแทน..อิอิ

 

เดิมฉันตั้งใจว่า จะกลับกระบี่วันที่ 18 มิถุนายน และได้แจ้งทีมไว้แล้ว  ระหว่างรอบ่าวรอนเพื่อเดินทางเข้าบุรีรัมย์ น้องอี่ได้รับโทรศัพท์จากคุณสามีแจ้งข่าวญาติเสียชีวิต ข่าวนี้ทำให้เราต้องมาปรึกษากันใหม่ทำยังไงดี ถ้าให้น้องอี่กลับกระบี่คนเดียวก็ไม่ดี เพราะเธอมีโรคประจำตัวที่ไม่ควรเดินทางลำพัง   จะกลับก่อนกำหนด เจ้าอี๊ดก็เพิ่งมาถึง ยังไม่ได้สัมผัสบรรยากาศสวนป่าซักเท่าไร  แต่ในที่สุดความเห็นส่วนใหญ่ก็สรุปว่าเลื่อนวันกลับมาให้เร็วขึ้นซักวัน พบกันครึ่งทางระหว่างเจ้าอี๊ด อี่ และบ่าวรอนแล้วกัน ก็บ่าวรอนบอกว่า ผมขับรถลากยาวรวดเดียวถึงกระบี่ไม่น่าจะไหว  ก็ต้องเผื่อเดินทางเป็น 2 วัน

 

กลับถึงสวนป่า คนชอบวิ่งรอเราอยู่ พ่อครูหลับไปแล้ว นั่งเล่นกันอยู่ครู่หนึ่ง  น้องโสก็เริ่มลงมือเขียนบันทึกลงในบล็อกชื่อ “คนรักสุขภาพ”   เล่าความรู้สึกว่า ทำไมจึงไม่กล้าเขียนบันทึกทั้งๆที่อยากเขียน  ต้องให้เครดิตคนชอบวิ่งที่ตั้งคำถามให้น้องโสตัดสินใจได้เด็ดขาดที่จะลงมือเขียนบันทึกแรกของเธอ  คนชอบวิ่งสัญญาว่า จะเข้าไปอ่านว่าเธอเขียนอะไรไว้ด้วยนะค่ะ  แต่ตอนที่เธอเขียนเสร็จแล้วนั้น คนชอบวิ่งไปดูบอลค่ะ   แวะไปให้กำลังใจเธอกันหน่อยนะค่ะ ที่นี่ค่ะ  http://gotoknow.org/blog/sssopa