เมื่อครั้งยังเป็นเด็ก  ครูผู้สอนภาษาอังกฤษ  มีความจริงจังกับการสอนมาก  ประกอบกับเป็นครูประจำชั้นด้วย   ท่านจึงมีเวลาทั้งตอนเช้า  กลางวัน และเย็นก่อนกลับบ้าน  ในการสอนให้อ่านมากๆ 

ทั้งให้อ่านออกเสียงพร้อมๆกันทั้งห้อง  ทีละแถว  และทีละคนจนครบ  ครูผู้สอนจึงรู้ว่านักเรียนคนใดมีความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษมาก ปานกลาง หรือต้องปรับปรุงอย่างเร่งด่วนอย่างไร

ตลอดทั้งการท่องคำศัพท์  วันละ 5 คำทุกๆวัน  ครูผู้สอนจะมีเวลาในการให้นักเรียนต่อคำศัพท์ทีละคน  จนครบหมดทั้งห้องเรียน   

Read3

ทุกวันนี้  ครูอ้อยที่เป็นครูผู้สอนภาษาอังกฤษ  ซึ่งมีความแตกต่างจากครูที่เคยสอนในอดีต  ตรงที่.....

หนึ่ง  ครูอ้อยเป็นครูพิเศษ  ที่ต้องเดินสอนทุกห้อง  สัปดาห์ละ 3 ชั่วโมงต่อ 1 ห้องเรียน 

สอง  ครูอ้อยเป็นหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ) ที่ต้องทำงานอื่นๆ ที่ได้รับนโยบายหน่วยเหนือมาดำเนินการ

สาม  การที่โรงเรียนรับผิดชอบโครงการต่างๆตามการเร่งรัดพัฒนาคุณภาพ  ทำให้ครูอ้อยหรือครูผู้สอนท่านอื่นๆ  ต้องรับหน้าที่โดยตำแหน่ง  ดำเนินการตามนโยบายของโครงการนั้นๆ ให้เสร็จลุล่วง  บางโครงการก็เสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว  บางโครงการก็ต้องใช้เวลาการดำเนินการเป็นแรมปี

 

Read2

 

การสอนของครูทุกท่าน  จักลดหย่อนลงไปไม่ได้  จะไปประชุมที่ไหน  ครูทุกท่านก็ต้องมาจัดการสอนชดเชยให้กับการขาดการสอนนั้นให้จงได้  ดังนั้น  ครูจึงต้องทำงานหนัก  โดยมุ่งหวังให้นักเรียนของครูทุกท่าน มีความก้าวหน้าทางการเรียน  มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพึงพอใจ 

ถึงแม้ว่า......ภาษาอังกฤษจะไม่ใช่ภาษาของเราที่ใช้ตลอดเวลาก็ตาม 

รู้สึกน้อยใจบ้างที่  ได้นำผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ ด้วยการสอบ N.T. มาเปรียบเทียบกัน  ให้เห็นว่า  วิชาภาษาไทย หรือคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์  ซึ่งใช้ภาษาแม่ในการเป็นสื่อการเรียนรู้  จึงได้เปรียบในการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษอย่างแน่นอน 

หากใช้ภาษาอังกฤษในการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์  วิทยาศาสตร์ หรือภาษาไทย  ผลสัมฤทธิ์ของวิชาเหล่านี้  ก็ต้องอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่น่าพึงพอใจ  เช่นกัน

 

Read9

 

ด้วยความเป็นครูสอนภาษาอังกฤษด้วยใจรัก  ได้คิดการแก้ปัญหาในการสอนมามากมาย  ทั้งเป็นวิธีการเรียนรู้แบบต่างๆ  ของครูที่ประสบกับความสำเร็จ  ตลอดจนวิธีการเรียนรู้ที่ค้นพบด้วยตนเอง  ตลอดระยะเวลาที่สอนมา  พบว่า.....

การเรียนรู้ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมนั้น  ต้องใช้วิธีที่หลากหลาย  บนพื้นฐานของความรักเรียน  ใฝ่เรียนใฝ่รู้  และมีความสุขในการเรียนรู้  ชี้เจงวัตถุประสงค์ในการเรียนรู้แต่ละครั้งให้ชัดเจน  นักเรียนจะยอมรับ มีข้อตกลงร่วมกัน  มีการยอมรับความสามารถของกันและกัน  มีความเอื้ออาทร ช่วยเหลือกันและกัน  ทำให้เกิดสังคมในการเรียนรู้อย่างเอื้ออาทร

Read4

สัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์  ครูอ้อย  แจ้งวัตถุประสงค์ในการเรียนรู้ช่วงนี้  คือ  การอ่านออกเสียง    นักเรียนทุกคนต้องอ่านออกเสียงให้ได้  หากใครอ่านได้ดี  มีท่วงทำนองในการอ่านถูกต้องตามหลักการอ่านออกเสียง  มีความคล่องแคล่วชัดเจน  จะได้รับการคัดเลือก  เพื่อเป็นตัวแทนของห้อง  ชาย 1 หญิง 1 ไปแข่งกันในสายชั้นทั้ง 6 ห้องเรียน  เพื่อชิงที่ 1 ของสายชั้น 

นักเรียนได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี  ในแต่ละห้องมีนักเรียนที่อ่านได้ดี  เพียงห้องละ 5 คนเท่านั้น

 

Read7

มองหน้านักเรียนแล้ว  เวลาอ่านพวกเธอมีสมาธิในการอ่านอย่างดี  และมีความพยายามที่จะอ่านออกเสียงให้ได้  แต่เมื่อให้อ่านทีละคน นักเรียนก็ไม่กล้าอ่านเต็มเสียง  ครูอ้อยจึงสั่งให้ไปอ่านที่บ้าน  ซักซ้อมกับผู้ปกครอง  ในการอ่านให้ดี  เพื่อที่ลงสนามแข่งขันกันในสัปดาห์หน้าต่อไป