นิทานเรื่องสั้นๆ  ของท่านพุทธทาสภิกขุ จากหนังสือพิมพ์พุทธศาสนา ปี ๒๔๙๗ หน้า ๘


          กระบวนแห่สิงห์โตผ่านมาในถนน  ประชาชนแตกตื่นพากันอุ้มลูกจูงหลานออกมาดู  เด็กอายุ ๓ - ๔ ขวบคนหนึ่งร้องไห้เพราะความกลัว  สิงห์โตก็ดิ้นอย่างจะสิ้นชีวิตลงไป  แม่ต้องอุ้มพาหนีเข้าไปในสวนข้างถนนแห่งหนึ่ง  พลางบ่นว่าน่าสงสารลูกโง่ๆ คนนี้เหลือเกิน  แม่จะได้ดูอะไรสักนิดก็ไม่ได้ดู   ทันใดนั้นเองแม่ก็ดิ้นและร้องวี๊ดว๊าดขึ้น  เพราะกิ้งกือตัวหนึ่งเผอิญหล่นลงมาจากต้นไม้ตกลงไปในเสื้อ  ลูกเล็กๆ คนนั้นเองหัวเราะชอบใจ  เมื่อเขาบอกแม่ว่า  เขาจะช่วยหยิบออกให้  แล้วก็ช่วยหยิบทิ้งให้จริงๆ


นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

          มันเป็นการสุดวิสัยที่จะไม่ให้ลูกๆกลัวสิ่งที่มีลักษณะและอาการอย่างภูตผีปีศาจ  กระโดดโลดเต้นเข้ามาราวกะจะจับเอาตัวไปกินเสียฉะนั้น  แต่ที่แม่เองกลับกลัวกิ้งกือตัวนิดเดียว  ทั้งเลื้อยด้วยท่าทางอันนิ่มนวลอ่อนโยนราวกะเข้ามาแสดงความเคารพหรือขอความช่วยเหลืออะไรสักอย่างหนึ่ง  ความกลัวของแม่ก็กลัวอย่างจะขาดใจตายเช่นเดียวกับลูกเหมือนกัน  เมื่อประกอบด้วยอวิชชาอยู่อย่างเต็มที่แล้ว  ไม่ว่าจะเป็นภูตผีปีศาจ  หรือเป็นสัตว์ตัวนิดๆ  เช่น กิ้งกือไส้เดือนก็ตาม  ย่อมสามารถปลุกเป็นความกลัว (วิภาวตัณหา) ได้โดยทำนองเดียวกัน  ในฐานะเป็นที่ตั้งแห่งความขลาดและวิ่งหนีได้  โดยเสมอกัน  ในที่สุดก็เหลือแต่สิ่งที่ต้องคำนวณดูว่า  ลูกอายุเพียง ๒ - ๓ ขวบ  ส่วนแม่อยู่ในฐานะที่เป็นแม่  หรือผู้ปกครองสั่งสอนลูก  แล้วในกรณีนี้ใครเล่าที่โง่เขลาน่าสมเพชกว่าใครในระหว่าง แม่-ลูก รายนี้