เส้นทางการเรียนรู้1

ยุคเราเด็ก : กศน.ที่รู้จักคือการมาฉายหนังให้ดู มีคนพากษ์ เป็น พระเอก ผู้ร้าย เพื่อนพระเอก เพื่อนผู้ร้าย ฯลฯ เป็นคนๆเดียวกัน พากษ์ไปด้วยแสดงไปด้วยแข่งกับเสียงเครื่องยนต์หรือเครื่องปั่นไฟ บางทีนักแสดงไม่เมาแต่คนพากษ์พูดให้เมาก็มี จากนั้นก็จุดตะเกียงสอนให้พ่อกับแม่เราอ่านหนังสือ

ต่อมา1 :แถวบ้านเราอยู่ในป่า เงินน้อย แต่แม่มีลูกเยอะ เรียนต่อในระบบได้ 2 คน อีก 2 คนต้องหยุดเรียนเพื่อทำงาน และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเรากับ กศน. เรารู้เพียงว่าคนไม่มีโอกาสอย่างเราต้องหาทางเข้า กศน. (ทั้งที่ครั้งแรกไม่ค่อยชอบเพราะคนส่วนใหญ่มองเป็นแค่ กศน.)

ต่อมา2:เราเรียนจาก ม.ต้น จนจบ ม.ปลาย มุมมองใหม่เริ่มเข้ามา ครูสอนเต็ม3ชั่วโมงทุกครั้ง ใจดีพาไปเรียนที่วัด ที่ตลาด ที่ริมนำโขง ฯลฯ ให้เราทำรายงานจากการดำเนินชีวิต ทำให้เราได้รู้ว่าชีวิตเรามีอะไรที่น่าศึกษาตั้งแยะเลย ต่อจากนั้นก็เรียนต่อสถาบันพลศึกษาจนจบ ป.กศ.สูง

ต่อมา3: ชีวิตการเรียนต้องสะดุดอีกครั้ง เราเดินกลับมาบ้านหลังเดิม คือ กศน.แต่มาในฐานะครูอาสาสมัครฯ นั่นแหละที่ทำให้เราได้เรียนระดับปริญญาตรีต่ออีกครั้งในวันเสาร์อาทิตย์ และเมื่อจบปริญญาด้วยแรงศรัทธาที่เกิดขึ้นเต็มตัว ส่งผลให้เราได้เข้ารับราชการครูในสังกัด กศน. -ปัจจุบัน และเราก็ไม่ลืมที่จะเรียนรู้เมื่อมีโอกาส ซึ่งในไม่ช้าเราก็จะได้เป็นมหาบัณฑิต จากชีวิตที่เริ่มต้นด้วย กศน.

ภาค 4: ภาคการเรียนรู้จากบทเรียน
การเรียนรู้คือสิ่งที่มีค่าต่อการดำรงชีวิต การตระหนักและให้ความสำคัญ จะส่งผลให้เกิดการกระตุ้นสมองให้คิดหาเหตุผลทุกอย่างที่เผชิญในทุกย่างก้าว กับกระแสการเปลี่ยนแปลงของยุคเก่า-ยุคปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ชีวิตต้องวิ่งตามกระแสการเปลี่ยนแปลงจนเหนื่อยและล้า มัวแต่วิ่งตามสิ่งใหม่จนลืมสิ่งเก่าที่มีอยู่ ลืมไปว่าสิ่งเหล่านั้นเมื่อก่อนเรามีแล้วอยู่ได้โดยไม่จำเป็นต้องวิ่ง หันกลับไปหาสิ่งเดิมความเหนื่อยก็บรรเทาลงอีกครั้ง

จากภาคข้างต้นที่กล่าวนำมาสู่การจัดกระบวนการเรียนรู้จริงในบทบาทครู กศน. แต่..วันนี้บันทึกเยอะแล้วเอาไว้จะบันทึกใหม่..แล้วกันรอติดตามนะ