9 มิถุนายน 2551 ระหว่างนั่งกินข้าวกลางวัน ป้าจุ๋มโทรศัพท์ถามไถ่มาเรื่องการเตรียมตัวเดินทางไปสวนป่า พร้อมบอกว่า พี่ก็จะไปสวนป่าเพื่อนำเอาพันธุ์เอกมหาชัยไปลงดินไว้ที่สวนป่า แต่ต้องไปขอนแก่นเพื่อรวบรวมพันธุ์มาก่อน แล้วจึงแวะเลยไปสวนป่า โดยจะเดินทางวันที่ 11 มิถุนายน 2551 ครั้นฉันให้ข้อมูลว่า ฉันจะเดินทางด้วยรถตู้จากกระบี่ ในวันที่ 13 มิถุนายน 2551 พี่จุ๋มจึงบอกว่างั้นจะรอถึงวันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน 2551 เพื่อให้ได้เจอกันสักวันที่สวนป่า แล้วบอกต่อว่า พ่อครูอยากกลับสวนป่าพร้อมฉัน ลุงเอกก็อยากจะไปด้วย อยากให้นัดหมายการเจอกัน พร้อมทั้งขออนุญาตให้น้องเอก หนุ่มหล่อชาวปาย โทรศัพท์มาคุยกับฉันเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกันเรื่องการเดินทาง

ป้าจุ๋มวางหูโทรศัพท์ไปไม่ถึง 5 นาที ก็มีหนุ่มน้อยส่งเสียงตามหลังมา เป็นเสียงใสๆน่ารักที่ไม่คุ้นหูฉันหรอก แต่ฉันก็รู้ว่า นั่นคือเสียงจากน้องเอกนะเอง เมื่อทักทายถามไปว่า น้องเอกใช่ไหม หนุ่มน้อยดูจะแปลกใจที่ฉันรู้ว่าเป็นเขา ฉันจึงเย้าไปว่าฉันมีพรายกระซิบมาบอกว่าเขาจะโทรศัพท์มา ฮ่า ฮ่า ฮ่า พ่อครูให้น้องเอกเป็นทูตมาเจรจาเบิกทางเพื่ออาศัยรถกลับไปสตึกนะเอง โธ่ถัง กระไรเลยน้องเอกช่างไม่รู้ใจ ว่าเรื่องที่รับมาเจรจานั้นถูกใจฉันยิ่งนัก คราวนี้จะลุยถั่วไปสวนป่าทั้งๆที่จำทางไม่ได้สักกะติ๊ดนึง แถมไม่รู้ด้วยว่าคนขับรถจะรู้ทางไหม แล้วก็เป็นอีนางน่อยที่ยังละอ่อนนักต่อพื้นที่กว้างใหญ่ของอีสานบ้านเฮา รู้จักอีสานน้อยมากๆซะอีก จู่ๆเทพก็ส่งเจ้าของบ้านมาให้นำทางพาไปสตึกซะงั้น จะไม่ต้องคอยใจหายใจคว่ำกับการหลงทางจนกลายเป็นโก๊ะเจ๊จัง ป้าของเจ้าโก๊ะจิจัง ไม่ถูกใจก็แปลกคนแล้วหละ
คุยกันอยู่เป็นครู่ หนุ่มน้อยบอกมาว่า พ่อครูเดินทางไปเจอลุงเอกที่กรุงเทพฯและอัยการชาวเกาะก็ไปด้วย ทั้งคู่ได้รับเลือกเข้าอบรมหลักสูตรที่ลุงเอกจัดขึ้น แล้วลุงเอกก็ว่าจะไปสวนป่าด้วย พ่อครูให้น้องเอกบอกมาว่า สนใจจะกลับไปสตึกกับฉัน น้องเอกต่อรองว่าน่าจะออกจากกรุงเทพฯบ่ายสองโมงเวลาจะพอดีกับที่พ่อครูได้จัดการเรื่องเสื้อผ้าที่ต้องใช้เมื่อมาเป็นนักเรียนเสร็จพอดี ฉันบอกไปว่า ไม่ใคร่แน่ใจ เพราะความเร็วขึ้นอยู่กับคนขับรถ แล้วยังต้องระวังเรื่องการเกิดอุบัติเหตุจากการขับรถรีบเร่งเกินพอดีไว้ด้วย โดยปกติจะถึงกรุงเทพฯราว 4 – 5 โมงเย็น ครั้งนี้ก็คงไม่ช้ากว่านี้ หากพ่อครูและลุงเอกสนใจจะไปสตึกพร้อมกันรถที่นำไปก็มีที่ให้นั่งเพียงพอ

11 มิถุนายน ป้าจุ๋มโทรมาบอกว่า เลื่อนการเข้าไปสวนป่าเป็นวันที่ 13 มิถุนายน แล้ว และน้องเอกโทรมาบอกว่า ตกลงพ่อครูจะเดินทางไปสตึกกับรถฉัน ส่วนลุงเอกจะไปกับป้าจุ๋ม โดยบินไปลงขอนแก่นให้ป้าจุ๋มรับเข้าสวนป่า นัดหมายกันแล้ว ก็ยังไม่ได้รับคำตอบเรื่องสถานที่นัดพบกับพ่อครู ฉันได้แจ้งเวลาไปว่า จะออกจากกระบี่ตี 5 และเวลาถึงกรุงเทพฯคงไม่เกิน 4 โมงเย็น
12 มิถุนายน วันพฤหัสบดีเป็นวันที่ฉันมักต้องทำงานจนรุ่งเช้า ด้วยเป็นวันที่กลุ่มหมอเด็กได้ตกลงเหลือไว้ให้ฉันได้ช่วยทำงานรักษาผู้ป่วย ช่วงบ่ายๆฉันได้ทวนความกับน้องๆที่เคยตกลงว่าจะไปสวนป่าด้วยกันว่ามีใครเปลี่ยนใจไม่ไปกี่คน อ้อ!มีน้องจ๋าถอนตัวไปคนนึง น้องแหม่มให้ตัวเจ๊ศรีแม่ครัวหญ่ายของร.พ.ตามไปด้วยหนึ่ง น้องอี๊ดจะตามไปสมทบวันอาทิตย์ ขอพาแม่แวะไปปากช่องก่อน ตกลงมีคนที่จะเดินทางพร้อมกันแค่ 5 คน ป้าจุ๋มโทรมาบอกว่า ป้าจุ๋มเปลี่ยนเวลาเดินทางจากเดิมเป็นเดินทางเข้าสวนป่า 13 มิถุนายนแทน และถามไถ่เรื่องการแวะรับพ่อครูที่กรุงเทพฯ
ก่อนเลิกงานฉันแวะสั่งความน้องโสภาว่าให้โทรปลุกด้วยเผื่อฉันเผลอนอนหลับเพลิน ในค่ำคืนนี้บรรยากาศการรอการเรียกใช้บริการดูแลคนไข้จากหอผู้ป่วยและหน่วยฉุกเฉินราบเรียบ สงบเงียบดี จนใกล้เที่ยงคืนหอทารกป่วยก็ตามตัวให้ไปทำงาน ได้กลับมาเข้านอนตี 2 แล้วตื่นมาอีกครั้งตอนตี 4 ด้วยเสียงปลุกจากหอผู้ป่วยเด็กโต


ก่อนติดตามบันทึกต่อไป แวะพักดื่มน้ำแตงกวา กินมะม่วงน้ำปลาหวาน และชมความงามของดอกพลับพลึงหลังฝนตกกันก่อนค่ะ


ขอแวะดื่มน้ำแตงกวาด้วย อ่านจนคอแห้ง ลุงเอกเสียดายไม่ได้ไปด้วย ลูกน้องสั่งให้ไปบรรยายวันรุ่งขึ้นซะนี่ อด
ขำๆๆๆๆ
ขนาดเจ้าของบ้านไปด้วยนะเนี่ย ไม่งั้นคงได้ไปรับคนชอบวิ่งกับน้าอึ่งอ๊อบมาด้วยแล้ว กิ๊วๆๆๆๆๆ
มะม่วงน้ำปลาหวานหรือเปล่าครับ น้ำลายกระจาย อุอุ
มาแอบชื่นชม ความสัมพันธ์ของชาวเฮ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ อ.หมอเจ๊